เปิดเมนูหลัก

ฮู นิม (Hu Nim) เกิดเมื่อ พ.ศ. 2473 หรือ พ.ศ. 2475 เสียชีวิตประมาณ พ.ศ. 2520 เป็นปัญญาชนและนักการเมืองชาวกัมพูชา ได้เข้าร่วมกับพรรคสังคมของพระนโรดม สีหนุ พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา รัฐบาลราชอาณาจักรกัมพูชาพลัดถิ่น และกัมพูชาประชาธิปไตย นิมเป็นสมาชิกเขมรแดงที่มีความคิดเป็นอิสระ ต่อมาเขาถูกจับคุมขังที่ตวลแซล็งและถูกประหารใน พ.ศ. 2520

ชีวิตช่วงแรกแก้ไข

นิมเกิดเมื่อ พ.ศ. 2473 แต่มีเอกสารบางแหล่งกล่าวว่าเขาเกิดเมื่อ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ท่ำบลกำปงเสียม จังหวัดกำปงจาม ในครอบครัวชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน.[1]พ่อของเขาชื่อฮูตายเมื่อ พ.ศ. 2479 ขณะที่เขาอายุได้ 6 ปี แม่ของเขาชื่อสอร์ได้เลี้ยงดูเขามา แม่ของเขาแต่งงานใหม่ และส่งเขาไปอยู่กับสัม คอร์ที่เปร็ยชอร์]].[2] และได้เรียนระดับประถมศึกษาที่จังหวัดกำปงจาม แล้วไปเรียนระดับมัธยมศึกษาที่วิทยาลัยสีสุวัตถิ์ในพนมเปญ ต่อมาได้เข้าร่วมกับพรรคประชาธิปไตยและกรมประชาชน[3]


นิมแต่งงานเมื่อ พ.ศ. 2495 ซึ่งเป็นช่วงที่เขามาทำงานเป็นครู ต่อมาเขาไปเรียนทางกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ เขาได้ทำงานกับรัฐบาลและได้ร่วมงานกับพรรคประชาธิปไตย จนถึงการเลือกตั้ง พ.ศ. 2498 ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคสังคมขึ้นมามีอำนาจ

การศึกษาที่ฝรั่งเศสแก้ไข

นโยบายของพรรคประชาธิปไตยนั้น สนับสนุนให้ชาวกัมพูชาที่มีโอกาสไปเรียนในฝรั่งเศสด้วยทุนรัฐบาล ซึ่งผู้รับทุน ต่อมาได้กลายเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์หรือต่อมาคือเขมรแดงหลายคน เช่น พล พต เขียว สัมพัน และฮู ยวน พวกเขาเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส ฮู นิมได้ทุนใน พ.ศ. 2498 ไปเรียนในโรงเรียนกฎหมายในฝรั่งเศส ทำให้เขาได้พบกับฮู ยวน และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในอนาคตคนอื่นๆ นิมกลับสู่กัมพูชาใน พ.ศ. 2500

ระบอบสังคม พ.ศ. 2501 – 2510แก้ไข

พระนโรดม สีหนุได้พยายามยุติการทำงานของพรรคประชาธิปไตยและกรมประชาชนเพื่อดึงให้ฝ่ายซ้ายเข้าร่วมในรัฐบาลของพระองค์ รวมทั้งนิมด้วย ราว พ.ศ. 2503 นิมเข้าร่วมเป็นทีมงานของหนังสือพิมพ์นักชาตินิยม “เนียกเจียตนิยุม” หลังจากที่เดินทางไปปักกิ่งเพื่อจัดตั้งสมาคมมิตรภาพกัมพูชา-จีน เขาได้เดินทางไปยังเปียงยางและฮานอยด้วย ซึ่งเขาได้พบกับโฮจิมินห์ที่นั่น[4] เขาได้เรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยพนมเปญและทำปริญญาเอกเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินและโครงสร้างสังคมใน พ.ศ. 2508

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2509 กลุ่มฝ่ายขวาในพรรคสังคมได้รับเลือกตั้งมากขึ้น ส่วนกลุ่มฝ่ายซ้ายมีเพียงฮู นิมและฮู ยวนที่ได้รับเลือก แม้ว่าพระนโรดม สีหนุจะต่อต้านบุคคลทั้งสอง เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลเงาที่จัดตั้งโดยพระนโรดม สีหนุเพื่อถ่วงดุลกับรัฐบาลฝ่ายขวาของลน นล แต่กลับทำให้เกิดการต่อต้านฝ่ายซ้ายที่ไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์

สถานการณ์ถูกจุดชนวนในเดือนมีนาคม – เมษายน พ.ศ. 2510 ซึ่งเกิดกบฏทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ การลุกฮือที่สำลวตซึ่งถูกประณามโดยพระนโรดม สีหนุว่าเกิดจากการปลุกระดมของฝ่ายซ้าย ฮู ยวน ฮู นิม เขียว สัมพัน และเจา เซงถูกเพ่งเล็ง[5] ในที่สุด ฮู ยวนและเขียวสัมพันถูกจับกุม และฝ่ายขวาเรียกร้องให้ประหารชีวิตทันที ทั้งสองคนจึงหนีเข้าป่า ไปต่อสู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ ต่อมา ฮู นิมไปร่วมสมทบด้วย แต่ภายหลังได้กลับมายังพนมเปญเพื่อร่วมมือกับสีหนุอีก แต่พระนโรดม สีหนุกลับเห็นว่าฮู นิมเป็นบุคคลอันตรายและสั่งคว่ำบาตรสมาคมมิตรภาพกัมพูชา – จีน ในวันที่ 5 ตุลาคม นิมถูกจับเพื่อนำไปประหารชีวิต เขาจึงหนีไปเทือกเขาบรรทัด และหลังจากนั้นไม่นาน มีข่าวว่านิมถูกตำรวจลับของลน นลฆ่าตาย

รัฐบาลพลัดถิ่นแก้ไข

นิมอาศัยในเทือกเขาบรรทัด 3 ปี ในฐานะส่วนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา หลังรัฐประหาร พ.ศ. 2513 พระนโรดม สีหนุได้จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นที่ปักกิ่ง โดยร่วมมือกับเขมรแดง นิมได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศ ต่อมาไม่นาน เกิดความขัดแย้งระหว่างนิม กับพล พต และเอียง ซารี โดยนิมมีความเห็นเช่นเดียวกับฮู ยวนและเขียว สัมพันที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายเศรษฐกิจของพล พต[6] พวกเขาต้องการให้เดินทางสายกลาง

กัมพูชาประชาธิปไตยแก้ไข

หลังการจัดตั้งรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตย นิมมีฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศ และได้เป็นโฆษกของรัฐบาลระหว่างเหตุการณ์มายาเกวซ นิมถูกฝ่ายความปลอดภัยของพรรคจับกุมเมื่อ 10 เมษายน พ.ศ. 2520 เขาถูกคุมขังที่ต็วลแซลงหลายเดือนในข้อหาต่อต้านการปฏิวัติ จนถูกประหารชีวิตเมื่อ 6 กรกฎาคม

หลังจากที่มีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา ใน พ.ศ. 2522 นิมได้รับการยกย่องให้เป็นนักสังคมนิยมสายกลาง และเรื่องราวของเขายังเป็นเรื่องที่โดดเด่นในพิพิธภัณฑ์ต็วลแซลง

อ้างอิงแก้ไข

  1. Lynn Pan (1998). The Encyclopedia of the Chinese Overseas. Harvard University Press. p. 148, Cambodia-The Khmer Rouge, 1970–78. ISBN 0-674-25210-1.
  2. The Confession of Hu Nim, aka Phoas, 3rd May 1977, Documentation Centre of Cambodia
  3. Kiernan, B. How Pol Pot Came to Power: Colonialism, Nationalism, and Communism in Cambodia, 1930-1975, Yale University Press, 2004, p. 157. ISBN 0-300-10262-3
  4. Kiernan, p.204
  5. Kiernan, p.255
  6. Kiernan, p.328