เปิดเมนูหลัก

อำเภอแม่สาย

อำเภอในจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย

แม่สาย (คำเมือง: Lanna-Mae Sai.png; พม่า: မယ်ဆိုင်; ไทใหญ่: မႄႈသၢႆ) เป็นอำเภอเหนือสุดของจังหวัดเชียงรายและเหนือสุดของประเทศไทย ตั้งที่ว่าการที่ตำบลเวียงพางคำ มีด่านชายแดนไทย-พม่าเรียกว่า "ด่านแม่สาย" สามารถผ่านด่านข้ามไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็กของพม่าได้โดยมีแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกเป็นพรมแดนที่มีการปักปันเขตแดนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเมียนมาเมื่อปี พ.ศ. 2534

อำเภอแม่สาย
แผนที่จังหวัดเชียงราย เน้นอำเภอแม่สาย
คำขวัญ: เหนือสุดยอดในสยาม ลือนามพระธาตุเจ้าดอยตุง
ผดุงวัฒนธรรมล้านนา เปิดมรรคาสู่อินโดจีน
แผ่นดินพระเจ้าพรหมมหาราช
พิกัดภูมิศาสตร์: 20°25′41″N 99°53′1″E / 20.42806°N 99.88361°E / 20.42806; 99.88361
อักษรไทยอำเภอแม่สาย
อักษรโรมันAmphoe Mae Sai
จังหวัดเชียงราย
พื้นที่
 • ทั้งหมด285.0 ตร.กม. (110.0 ตร.ไมล์)
ประชากร (2561)
 • ทั้งหมด122,561
 • ความหนาแน่น430.03 คน/ตร.กม. (1,113.8 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์57130,57220(เฉพาะตำบลห้วยไคร้และตำบลบ้านด้าย)
รหัสภูมิศาสตร์5709
ที่อยู่
ที่ว่าการ
ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เลขที่ 100 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 57130
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

การคมนาคมจากอำเภอเมืองเชียงรายไปอำเภอแม่สายโดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (พหลโยธิน ตอนเชียงราย-แม่สาย) ระยะทาง 63 กิโลเมตร

ประวัติแก้ไข

อำเภอแม่สายแก้ไข

อำเภอแม่สาย แรกตั้งเป็นกิ่งอำเภอแยกจากอำเภอแม่จันเมื่อ พ.ศ. 2481[1]ยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2493 [2]

เวียงศรีทวงแก้ไข

อำเภอแม่สายนั้น เดิมเป็นที่ตั้งของเมือง เวียงศรีทวง เป็นเมืองของพวกลวะ หรือลั๊วะ เป็นเมืองขึ้นเมืองหนึ่งของอาณาจักรโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแส่น (อำเภอเชียงแสนในปัจจุบัน) สร้างโดยปฐมกษัตริย์ พระนามว่า พระเจ้าสิงหนวัติราช ก่อนที่จะกล่าวถึงประวัติเมืองเวียงศรีทวง-เวียงพาน-เวียงพานคำ จนถึงเวียงพางคำในปัจจุบัน กล่าวถึงประวัติเมืองโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแส่น พอสังเขป

เมืองโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแส่น (เมืองเวียงพัธุสิงหนวัตินคร) นครโยนกไชยบุรีศรีช้างแส่นนั้น เป็นเมืองโบราณตามตำนานดอยตุงกล่าวไว้ว่า นครนี้สร้างขึ้นสมัยก่อนพุทธกาล แต่ก่อนเคยเป็นอาณาจักรสุวรรณโคมคำ แต่โบราณกาล และเปลี่ยนแปลงมาเป็นอาณาจักรโยนกไชยบุรีศรีช้างแสน เหตุที่เรียกชื่ออย่างนี้เพราะว่า สร้างนครขึ้นโดยอนุภาพแห่งพญาธุราคราช และพระเจ้าสิงหนวัติราช ซึ่งตรงกับตำนานสิงหนวัติที่เขียนไว้ว่า

".....นครทั้งมวลตั้งแต่ปฐมมูล สิงหนวัติกุมาร มาแต่เมืองนครราชคฤห์ หลวงไทยเทศ มาตั้งให้เป็นเมืองพันธุสิงหนวัตินคร......ครันต่อมา ก็กลายเป็นเมือง "โยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแสน... กล่าวตำนานเมืองโยนกนครราชธานีศรีช้างแสน ก็สิ้นห้องหนึ่งแต่เท่านี้ก่อนแล....."

เวียงศรีทวง-เวียงพาน-เวียงพานคำแก้ไข

จากเวียงศรีทวง-เวียงพาน-เวียงพานคำ สู่เวียงพางคำ ครั้นพระองค์เพียง กษัตริย์เมืองโยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแสน ขึ้นเสวยราชสมบัติศักราชได้ 259 ตัวปีกัดไส้ สวรรคตลงพระองค์พังจึงขึ้นครองเมืองโยนกนครราชธานีศรีช้างแสนเมื่ออายุได้ 18 ปี ต่อมาได้มีพระขอมดำ เจ้าเมืองอุโมงค์เสลานคร ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรโยนกนครฯ เห็นว่าพระองค์พังยังเยาว์ จึงมาตีแล้วขับไล่พระองค์พังออกจากเมืองโยนกนครฯ แล้วตั้งตนเป็นกษัตริย์แทน แล้วขับพระองค์พังไปเป็นแก่บ้าน ตั้งอยู่ที่เวียงศรีทวง ดังตำนานกล่าวว่า

".....พระยาขอมดำตนนั้นก็ยกเอากำลังมาแสนหนึ่ง แล้วก็มาฟื้นลุกชิงเอาเมืองที่นี้ เดือน 5 แรมค่ำหนึ่ง วันอาทิตย์.....พระองค์เจ้ามีใจอันบ่กล้าแข็ง ก็ถวายเมืองให้แก่พระยาขอมดำ.....ครั้นมันได้เมืองแล้ว มันก็ขับพระองค์พัง.....ส่วนพระยาขอมตนนั้นก็เป็นกษัตริย์เสวยเมืองโยนกนคร บุรีศรีช้างแสนที่นั้นแล....."

".....แล้วมันก็ขับพระองค์พังเจ้าไปเป็นแก่บ้าน ตั้งอยู่เวียงลวะศรีทวง ริมหนตะวันตกเฉียงเหนือ ริมแม่น้ำใส (แม่น้ำสาย) ภายตะวันออกเฉียงใต้ธาตุเจ้าถ้ำแก้วที่นั้น....."

สาเหตุที่เรียกว่า เวียงศรีทวง เนื่องจากเป็นเมืองของลวะ ขึ้นอยู่กับเมืองโยนกฯ จึงต้องส่งส่วยให้ปีละ "สี่ตวงหมากพิน" (หมากพิน=ผลมะตูม) ดังตำนานกล่าวว่า

".....เหตุใดแลว่า เวียงศรีทวง นั้นจา...ยังมีขุนลวะผู้หนึ่งเป็นลูกปู่เจ้าลาวจก เป็นแคว้นดอยธุงนั้น (ดอยตุง) ผู้พี่ชื่อลวะกุมโภนั้นมาตั้งอยู่ที่นั้น แล้วส่วยคำแก่พระยาอุชุตราช กษัตริย์เจ้าของเวียงโยนกนครที่นั่นแล ปีละสี่ทวงหมากพินหน่วยน้อยจึงได้ชื่อว่า เวียงศรีทวงด้วยเหตุอันนั้นแล....."

เมืองเวียงพาน พระองค์พังและมเหสี ถูกพระยาขอมดำขับออกจากเมือง มาเป็นแก่บ้านที่เวียงศรีทวง ต้องส่งส่วยให้ปีละสี่ตวงหมากพินอยู่ได้ 1 ปี มเหสีก็ให้กำเนิดบุตร 1 คน คือทุกขิตกุมาร พระองค์พังปกครองเวียงศรีทวง ได้ 3 ปีก็เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น อันเป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อเมือง จากเวียงศรีทวงเป็นเวียงพาน กล่าวคือ ยังมีสามเณรชาวเวียงศรีทวงคนหนึ่งเดินทางไปกราบไหว้พระธาตุแล้วไปพักอาศัย อยู่ที่อารามหลังหนึ่งในโยนกนคร ครั้นรุ่งเช้าก็ออกเดินบิณฑบาตรไปถึงคุ้มน้อยของพระยาขอมดำ ก็เข้าไปขอบิณฑบาตร พระยาขอมดำได้ถามบ่าวไพร่ว่า เป็นสามเณรชาวเวียงศรีทวงก็โกรธ ร้องว่า

"ลูกข้าส่วยพลอยเข้ามาคุ้มพระองค์ กูดังลือจา สูอย่าได้เอาข้าวกูใส่บาตรให้มันนะเนอ"

สามเณรน้อยได้ยินคำพระยาขอมดำก็นึกโกรธในใจ ออกจากคุ้มพระยาขอมดำเดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือขึ้นสู่ดอยกู่แก้ว กราบพระธาตุ (คาดว่าเป็นพระธาตุกู่เต้าในปัจจุบัน) แล้วยกบาตรข้าวถวายแล้วอธิษฐานขอให้ตนตายใน 7 วันข้างหน้า แล้วไปเกิดในท้องของเทวีแห่งผู้เป็นแก่บ้านเวียงศรีทวง พออายุได้ 16 ปี ขอให้ปราบพระยาขอมดำตนนี้ได้ด้วยเทอญ เนื่องจากพระยาขอมดำผู้นี้มิรู้จักคุณของพระรัตนตรัย อธิฐานเสร็จแล้วสามเณรน้ยก็ลงมาตีนดอยกู่แก้ว นั่งอยู่ใต้ต้นไม้โดยไม่กินน้ำกินข้าว 7 วันก็ถึงแก่ความตาย แล้วไปปฏิสนธิในท้องของมเหสีพระองค์พังกำเนิดพระพรหมกุมาร ครั้นมเหสีแห่งพระองค์พัง ตั้งครรภ์ได้ 10 เดือนก็ประสูตได้ลูกชายรูปร่างงดงามคนหนึ่ง ได้ชื่อว่า พระพรหมกุมาร ดังความว่า

".....ถึงศักราช 283 ตัวปีกาบไส้ เดิน 4 แรม 6 ค่ำ วันอาทิตย์....นางก็ได้ประสูติลูกชายคนหนึ่ง เกิดมามีวรรณเนื้อตนอันหมดจด.....เบิกบายนามกรเอานิมิตรอันงามเหมือนดั่ง พรหมลงมาเกิดนั้น จึงใส่ชื่อว่า พรหมกุมารนั้นแล....."

พระพรหมกุมาร นั้นเมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบ ก็เป็นผู้ที่สนใจในศาสตราวุธทั้งหลาย ครั้นอายุได้ 13 ปีก็มีบุญวาสนาจับได้ช้างเผือกได้ 1 ตัว ที่แม่น้ำ แต่ช้างเผือกไม่ยอมขึ้นฝั่งจึงให้คนมาบอกพระองค์พังผู้เป็นบิดา พระองค์พังให้หมอดูทำนายทายทัก หมอดูก็ให้เอาทองคำมาตีเป็นพานทองแห่นำหน้าช้าง ช้างจึงจะขึ้นจากน้ำ เมื่อพานทองมาแล้วก็ตีพานทองคำลูกนี้น ช้างก็ขึ้นมาจากน้ำ ช้างตัวนั้นจึงได้ชื่อว่า พานคำ ดังว่า

".....ครั้นไปถึงแล้วก็ตีต่อยยัง พานคำ ลูกนั้น ส่วนว่าช้างเผือกตัวนั้นได้ยินเสียงพานคำแล้วก็ออกจากแม่น้ำของ ด้วยสวัสดีแล.....ช้างตัวนั้นก็ให้นามชื่อว่า ช้างพานคำนั้นแล....."

ครั้นได้ช้างมงคลมาแล้วก็เลี้ยงดูเป็นอย่างดี เครื่องใช้ต่าง ๆ ของช้างต่างทำด้วยทองคำทั้งสิ้น กาลนั้นพระพรหมกุมารได้ส่งคนไปยังโยนกนครฯ เพื่อคอยสดับตรับฟังข่าวร้าย ข่าวดีแห่งพระยาขอมมิได้ขาด ส่วนพระองค์พังก็สั่งให้คนปิดคูเมือง แล้วนำน้ำเข้าคูเมือง โดยจัดทำประตูไว้สำหรับปิด-เปิดน้ำ แล้วก็ให้ชื่อว่าา เวียงพาน.....ครั้งนั้น แก่บ้านศรีทวงตนพ่อก็ให้คนทั้งหลายตึกคูเวียงให้ดีแล้ว ก็แปงน้ำมาใส่ให้เต็มคูเวียง แล้วก็แปงประตูหับไขให้ดีแล้ว ก็ให้ชื่อว่า เวียงพาน แต่นั้นมา

เมืองเวียงพานคำแก้ไข

เมื่อพระพรหมกุมาร อายุได้ 16 ปี ก็หยุดส่งส่วยแก่พระยาขอมดำ พระยาขอมดำเห็นว่าเวียงศรีทวงหยุดส่งส่วยมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ก็โกรธ จึงรวบรวมลี้พลยกทัพมาปราบ พระหรหมกุมารก็จัดทัพเข้าต่อสู้ โดยเสด็จขึ้นขี่หลังช้างเผือกพานคำ มีหมอควาญถือพานคำตีนำหน้า ยกพลอกกจากเวียงพานคำ ดังตำนานบันทึกไว้ว่า

".....ครั้นได้คนหาญมาแล้วก็ขัดสีชัย อันกล้า มีมือถือธนูกับแล่งปืน... มีหมอควาญขี่พร้อมพระ ถือพานคำตีนำหน้ายกพลออกจาก เวียงพานคำ....."

พระยาขอมดำสู้ไม่ได้จึงหนีกลับเข้าเมืองปิดประตูเมืองทุกแห่ง พระพรหมกุมารได้ตามมาถึงประตูเมือง แล้วไสช้างแทงประตูเมืองทะลุ ขับไล่พระยาขอมออกจากเมืองโยนกนครฯ รวมระยะเวลาที่พระยาขอมดำครองโยนกนครได้ 19 ปี หลังจากนั้นพระพรหมกุมาร ก็ได้อัญเชิญพระองค์พังขึ้นเป็นกษัตริย์เมืองโยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้าง แสน ส่วนช้างพานคำนั้น ก็ได้หนีออกจากเมืองไปกลายร่างเป็นงูตามเดิม เข้าสู่ดอยอันตั้งอยู่กลางทุ่ง ที่นั้นจึงได้ชื่อว่า "ดอยช้างงู" (คาดว่าเป็นดอยสะโง้ในปัจจุบัน) เมื่อพระองค์พังได้เป็นกษัตริย์ก็ทรงแต่งตั้งให้พระพรหมกุมารเป็นอุปราช แต่พระพรหมกุมารไม่รับ ยกให้ทุกขิตผู้พี่เป็นอุปราชแทน ต่อมาพระองค์พังได้สู่ขอเอานางแก้วสุภา ลูกพระยาเรืองแก้ว เวียงไชยนารายณ์ มาอภิเษกให้กับพระพรหมกุมาร เมื่อพระพรหมกุมารใด้อภิเษกแล้วก็ขออนุญาตพระองค์พังเสด็จไปตั้งเมืองอยู่ ที่ไชยปราการ (คาดว่าเป็นอ.เวียงชัย ในปัจจุบัน) อยู่ห่างจากเวียงโยนกนครฯ ชั่วระยะเดินทาง 1 วัน ตั้งแต่นั้นมา เวียงโยนกนครฯ เวียงไชยนารายณ์ เวียงพานคำ ก็เป็นเมืองพี่เมืองน้องสืบกันมาดังว่า

".....ลุกแต่เวียงโยนกนครหลวง ไปหาเวียงไชยปราการ นั้นไกลกันคืนทางหนึ่ง และในเวียงลูกนี้คือวา เวียงโยนกนครหลวงหนึ่ง เวียงไชยนารายณ์หนึ่ง เวียงไชยปราการหนึ่ง เวียงบ้านพานคำแคว้นซ้ายหนึ่ง ที่ตั้งอยู่หนกลาง และนาติดกัน พ่อแม่ไก่ไล่ล่าถึงกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวแล....."

เมื่อวิเคราะห์ดูจากบันทึกในตำนานสิงหนวัติแล้ว เชื่อได้ว่าเมืองแม่สายในปัจจุบันนี้ แต่เดิมคือ "เมืองเวียงศรีทวง" หรือ "เวียงสี่ตวง" ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่า "เวียงพานคำ" ตามขื่อของช้างที่พระพรหมกุมารใช้เป็นพาหนะในการออกสู้รบกับพระยาขอมจนได้ รับชัยชนะ และในปัจจุบันตัวเมืองแม่สาย รวมทั้งอาคารที่ว่าการอำเภอแม่สายนั้น ตั้งอยู่ที่ ต.เวียงพางคำ ซึ่งคาดว่าเพื้ยนมาจาก "เวียงพานคำ" นั่นเอง นอกจากนี้ในพื้นที่หมู่ 3 ต.เวียงพางคำ ยังมีบ้านเวียงพาน และวัดเวียงพาน ตั้งอยู่อีกด้วย อนึ่ง ตัวคูเมืองเดิมนั้นมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไปในเขตชุมชนเมืองแม่สาย และยังคงมีประโยชน์ในการรับน้ำที่ไหลบ่ามาจากเทือกเขาด้านตะวันตกมิให้ไหล เข้ามาท่วมบริเวณตัวเมืองอีกด้วย ประกอบกับในตำนานยังได้กล่าวย้ำถึงสถานที่ตั้งของเมือง "เวียงสี่ตวง" ว่าอยู่ทิศตะวัตตกเฉียงเหนือของเวียงโยนกนครฯ (อ.เชียงแสนในปัจจุบัน) ริมแม่น้ำใส ซึ่งก็คือแม่น้ำสาย ในปัจจุบันนั่นเอง

ที่ตั้งและอาณาเขตแก้ไข

อำเภอแม่สายตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

เขตการปกครองแก้ไข

การปกครองส่วนภูมิภาคแก้ไข

อำเภอแม่สายแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคออก เป็น 8 ตำบล 87 หมู่บ้าน ได้แก่

ที่ ชื่อตำบล ตัวเมือง อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร[3]
1. แม่สาย   Mae Sai 12 12,261 21,836
2. ห้วยไคร้   Huai Khrai 11 3,128 7,333
3. เกาะช้าง   Ko Chang 13 3,951 9,601
4. โป่งผา   Pong Pha 12 4,875 8,533
5. ศรีเมืองชุม   Si Mueang Chum 9 2,180 4,893
6. เวียงพางคำ   Wiang Phang Kham 10 10,960 20,748
7. บ้านด้าย   Ban Dai 8 1,630 3,875
8. โป่งงาม   Pong Ngam 12 4,015 8,447

การปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไข

 
ด่านชายแดนท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ตรงข้ามด่านศุลกากรแม่สาย

ท้องที่อำเภอแม่สายประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 ระดับ ได้แก่ เทศบาลตำบล 4 แห่ง กับองค์การบริหารส่วนตำบล 6 แห่ง คือ

  • เทศบาลตำบลแม่สาย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลแม่สายและบางส่วนของตำบลเวียงพางคำ
  • เทศบาลตำบลห้วยไคร้ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลห้วยไคร้
  • เทศบาลตำบลเวียงพางคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเวียงพางคำ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลแม่สาย)
  • เทศบาลตำบลแม่สายมิตรภาพ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่สาย (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลแม่สาย)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไคร้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยไคร้ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลห้วยไคร้)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะช้าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะช้างทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโป่งผาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลศรีเมืองชุม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีเมืองชุมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านด้าย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านด้ายทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งงาม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโป่งงามทั้งตำบล

สถานศึกษาแก้ไข

สถานที่ท่องเที่ยวแก้ไข

สถานที่พักแก้ไข

เหตุการณ์สำคัญแก้ไข

  • วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เจ้าหน้าที่ทหารทำการสังหารคนร้ายลักลอบนำเข้ายาเสพติด มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ
  • วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่ทหารทำการสังหารคนร้ายลักลอบนำเข้ายาเสพติด มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ เป็นเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
  • วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง

การคมนาคมแก้ไข

รถโดยสารประจำทางแก้ไข

  • สาย 957 กรุงเทพฯ-แม่สาย (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ บขส.จำกัด สมบัติทัวร์ โชครุ่งทวีทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 622 พิษณุโลก-เชียงราย-แม่สาย (พิษณุโลก-สุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถได้แก่ สุโขทัยธานีวินทัวร์ จำกัด
  • สาย 660 ระยอง-แม่สาย (ป.1 ป.2) (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถได้แก่ นครชัยแอร์ จำกัด
  • สาย 660 ระยอง-แม่สาย (VIP ด่วนพิเศษ) (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถได้แก่ นครชัยแอร์ จำกัด
  • สาย 651 นครราชสีมา-แม่สาย (นครราชสีมา-สระบุรี-โคกสำโรง-ตากฟ้า-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถได้แก่ นครชัยทัวร์ จำกัด
  • สาย 619 เชียงใหม่-แม่สาย (เชียงใหม่-แม่ขะจาน-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย-แม่ลาว-เชียงราย-แม่จัน-แม่สาย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 672 แม่สาย-แม่สอด (อ.แม่สาย-อ.แม่จัน-เชียงราย-อ.แม่ลาว-อ.เวียงป่าเป้า-เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง-อ.เถิน-ตาก-อ.แม่สอด) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 673 แม่สาย-แม่สอด (อ.แม่สาย-อ.แม่จัน-เชียงราย-พะเยา-อ.งาว-ลำปาง-อ.เถิน-ตาก-อ.แม่สอด) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 675 แม่สาย-ฝาง (อ.แม่สาย-อ.แม่จัน-ดอยแม่สลอง-ท่าตอน-อ.แม่อาย-อ.ฝาง (เชียงใหม่) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 1241 เชียงราย-แม่สาย (เชียงราย-อ.แม่จัน-อ.แม่สาย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด

ระเบียงภาพแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งกิ่งอำเภอแม่สาย ขึ้นอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ยกฐานะกิ่งอำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ขึ้นเป็นอำเภอ
  3. จำนวนประชากรและบ้าน จำแนกเป็นรายอำเภอ และรายตำบล จังหวัดเชียงราย ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553, สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

อนุชิต วงศาโรจน์ (2538) “วิวัฒนาการของเขตแดนและการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ชายแดนไทย-พม่า:กรณีศึกษาบริเวณแม่น้ สาย – แม่น้ำรวก”, การค้นคว้าแบบอิสระวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.