เปิดเมนูหลัก

วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร

ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ด้านการถ่ายภาพ

วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติในฐานะศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ สาขาย่อยการ(ภาพถ่าย) ประจำปีพุทธศักราช 2552[1] "รู้สึกว่าเป็นเกียรติ ภูมิใจ และก็ดีใจ ไม่คิดว่าทางผู้ใหญ่ยังเห็นความสำคัญของการถ่ายภาพ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล และเป็นเกียรติแก่วงการถ่ายภาพของเรา เพราะว่าทางสาขาถ่ายภาพเขาให้น้อยมาก เพิ่งจะเป็นคนที่ 5 ตั้งแต่ปี 2528 ถือว่าเราอายุยังน้อย ก็คิดว่าผมก็ยังมีส่วนจะช่วยผลักดันคนรุ่นใหม่ๆ ให้สนใจถ่ายภาพได้ยิ่งขึ้น" ความรู้สึกจากใจของหนึ่งในสุดยอดช่างภาพรางวัลยอดเยี่ยมระดับโลก ทั้งรางวัลภายในประเทศและต่างประเทศ สามารถคว้ารางวัลนักถ่ายภาพอันดับ 1 ของโลก ประเภทภาพท่องเที่ยว จากสมาคมถ่ายภาพแห่งอเมริกา (P.S.A.) มาถึง 17 ปี และติดอันดับท็อปเท็นของโลกมาโดยตลอดตั้งแต่ปีค.ศ. 1987 จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 2009[2]

ประวัติส่วนตัวแก้ไข

อาจารย์ วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ปัจจุบันอายุ 64 ปี เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พุทธศักราช 2497 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนวัดราชสิงขร ในราวปี พ.ศ. 2523 เห็นประกาศในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่ามีการอบรมการถ่ายภาพของวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ จึงเข้ามาสมัครเรียน ได้เรียนกับ อ.พูน เกษจำรัส (ศิลปินแห่งชาติด้านภาพถ่ายท่านแรก ปี พ.ศ. 2531) รวมถึง อ.สุมิตรา อ.อาภรณ์ และ อ.สุรพงษ์ เรียนถึง 4 คอร์ส จากนั้นจึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูประถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2525และเข้าอบรมการถ่ายภาพทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งฝึกฝนการถ่ายภาพอย่างสม่ำเสมอมากว่า 40 ปี

ประวัติการศึกษาแก้ไข

ประวัติการทำงานแก้ไข

"เมื่อตอนเด็กๆ เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 15 ปี เป็นพนักงานขายเสื้อผ้าวิ่งตามต่างจังหวัด เดินทางทั่วประเทศโดยในช่วงระหว่างที่เดินทางไปแต่ละจังหวัดของประเทศไทย ได้เห็นทั้งภูมิทัศน์ บรรยากาศต่างๆ ในระหว่างที่เราไป มันสวยงาม เลยคิดว่า อยากจะฝึกถ่ายภาพและเก็บรูปต่างๆมาเป็นเจ้าของ ก็เลยเริ่มฝึกถ่ายภาพมาตั้งแต่เด็ก" คือคำบอกเล่าจุดเริ่มต้นของการทำงานเมื่อจบการศึกษาโดย อาจารย์ วรนันทน์ เริ่มทำงานเป็นพนักงานขายส่งสินค้า และปัจจุบันเป็นผู้จัดการบริษัท โฟโต้ฮอบบี้ จำกัด อาจารย์ วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ภาพถ่ายได้โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตน เน้นการถ่ายภาพที่ให้แสงธรรมชาติตามที่พบ และสามารถนำเสนอด้วยศิลปะการถ่ายภาพในแง่มุมต่าง ๆ ที่มีความงดงาม ขณะเดียวกันก็จะทำคำอธิบายรายละเอียดการถ่ายภาพและสถานที่ เพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ที่สนใจและต้องการเรียนรู้วิธีการถ่ายภาพ ที่สำคัญภาพถ่ายเหล่านี้ยังได้ถ่ายทอดความงดงามของสถานที่จนทำให้ผู้พบเห็นอยากไปเยือน จึงถือได้ว่ามีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

รางวัลอันทรงเกียรติแก้ไข

ในปี พ.ศ. 2552 ปีแห่งการได้รับการเชิดชูเกียรติในฐานะ "ศิลปินแห่งชาติ" นั้นมีผู้เข้าร่วมรับรางวัลทั้งหมด 9 ท่าน ดังนี้ ศิลปินที่ได้รับเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติใน 3 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ และ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2552

โดยศิลปินแห่งชาติทั้ง 9 ท่านได้ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติอัน ประกอบด้วย 3 หลักเกณฑ์ใหญ่ ดังนี้

ซึ่งในปี พุทธศักราช 2552 มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวนมาก และคณะกรรมการได้มีกระบวนการพิจารณาอย่างละเอียดมากที่สุดโดยศิลปินแห่งชาติปี 2552 ได้เข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 24 ก.พ. พ.ศ. 2553 เนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ถ่ายทอดองค์ความรู้ควรคู่เกียรติแก้ไข

อาจารย์พิเศษและวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพให้กับสมาคมถ่ายภาพ สถาบันการศึกษาและผู้สนใจการถ่ายภาพ ซึ่งส่งผลให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน สนใจการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในคำแนะนำสำหรับผู้สนใจถ่ายภาพให้ประสบความสำเร็จ คือ "ช่างภาพที่จะประสบความสำเร็จมีข้อง่ายๆ คือ จะต้องมีใจรักและสนใจก่อนในข้อแรก ข้อที่สองคือ ค่อยๆ ศึกษาหาความรู้ ไม่ว่าจากในหนังสือ ในอินเตอร์เน็ตซึ่งเราสามารถเข้าไปท่องในเว็บต่างๆ ซึ่งมีความรู้การถ่ายภาพมากมาย แล้วก็ไปเรียนครอส์สั้นต่างๆ หรือเข้าไปอบรมตามที่เขามีสอนอย่างที่ว่าเราอยากรู้เรื่องอะไร พอได้ศึกษามีความรู้แล้วก็หากล้องอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ดี ไม่จำเป็นต้องแพงมาก และศึกษาแต่ละจุดว่ามันใช้งานอย่างไร หลังจากนั้นข้อสำคัญคือต้องมีโอกาสและเวลา คือถ้าคุณมีความรู้ มีใจรัก แต่ถ้าคุณไม่มีเวลา มีโอกาสออกถ่ายรูปเลย โอกาสที่คุณจะได้รูปยาก พอคุณมีโอกาสและเวลาออกถ่ายรูป สิ่งสำคัญคือรูปที่เราถ่ายมาอย่าเก็บไว้ดูคนเดียว จะต้องให้ผู้ที่รู้ช่วยชี้แนะและวิจารณ์ว่ารูปนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไร หลังจากชี้แนะแล้ววิจารณ์แล้ว เราก็ต้องสร้างสรรค์งานของเราและนำเสนอ ประกวดภาพบ้าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันก็คือจะทำให้ช่างภาพสนุกและเป็นการมีโอกาสที่จะเป็นช่างภาพดีขึ้น เพราะว่ามันจะต้องทำงานแข่งกับตัวเอง ต้องฝึกฝนตัวเองไปเรื่อยๆ"[4]

ผลงานและรางวัลของศิลปินแห่งชาติแก้ไข

อาจารย์วรนันทน์มีผลงานซึ่งได้รับรางวัลจากสมาคมถ่ายภาพทั่วโลกประมาณ ๑,๐๐๐ รางวัล อาทิเช่น

  • รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยม (Best of Show) การประกวดภาพถ่ายสไลด์สีนานาชาติทั่วโลก
  • เหรียญทองจากสมาคมถ่ายภาพแห่งสหรัฐอเมริกา จำนวน ๘๖ ครั้ง นับว่าเป็นศิลปินต้นแบบที่สามารถถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ให้แก่ผู้ศึกษาวิชาการถ่ายภาพศิลปะได้อย่างดียิ่ง จนทำให้นักศึกษาและประชาชนที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากท่านได้รับรางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายคน

มีผลงานภาพ อาทิ ภาพถ่ายวันพ่อแห่งชาติ, ภาพยามเช้าริมฝั่งโขงนครพนม, ภาพสัญจรเหนือวารี, ภาพสุดฝีเท้า, ภาพสวดพระปาติโมกข์, ภาพน้ำใสไหลเย็น, ภาพทำความสะอาด, ภาพยิ้มพิมพ์ใจ ฯลฯ

อาจารย์ วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่ควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่าย) หนึ่งในศิลปินของชาติผู้ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และมีคุณค่าต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง.

อ้างอิงแก้ไข