ฝรั่งเศสเสรี

ฝรั่งเศสเสรี และกองทัพฝรั่งเศสเสรี (ฝรั่งเศส: France Libre et les Forces françaises libres) เป็นรัฐบาลพลัดถิ่นภายใต้การนำของนายพลชาร์ล เดอ โกล ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และกองกำลังทหารที่ยังคงต่อสู้กับฝ่ายอักษะในฐานะประเทศชาติสัมพันธมิตร ภายหลังจากฝรั่งเศสถูกยึดครอง ก่อตั้งขึ้นในกรุงลอนดอนในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1940 ได้มีการจัดตั้งและให้การสนับสนุนการต่อต้านในฝรั่งเศสที่ถูกยึดครองและจัดตั้งฐานที่มั่นในอาณานิคมฝรั่งเศสหลายแห่งในแอฟริกา

ฝรั่งเศสเสรี
La France Libre
รัฐบาลพลัดถิ่น, provisional government over unoccupied and liberated territories

1940–1944
ธง Cross of Lorraine
เมืองหลวง ปารีส
เมืองหลวงพลัดถิ่น
โครงสร้างการเมือง รัฐบาลพลัดถิ่น, provisional government over unoccupied and liberated territories
ผู้นำ ชาร์ล เดอ โกล
ยุคประวัติศาสตร์ สงครามโลกครั้งที่สอง
 -  de Gaulle's appeal 18 มิถุนายน 1940
 -  Liberation of France ฤดูร้อน 1944

ชาร์ล เดอ โกล นายพลและรัฐมนตรีของรัฐบาลชาวฝรั่งเศส ได้ปฏิเสธการเจราจาสงบศึกโดยจอมพล ฟีลิป เปแต็ง และลี้ภัยไปยังบริติช ที่นั่นเขาได้ปลุกระดมชาวฝรั่งเศสให้ทำการต่อต้านในการแผ่กระจายเสียงทางวิทยุบีบีซีของเขา "คำอุทธรณ์ 18 มิถุนายน"

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1940 สภาการป้องกันจักรวรรดิ (Conseil de défense de l'Empire) ได้ถูกจักตั้งขึ้นเพื่อจัดระเบียบการปกครองดินแดนในแอฟริกากลาง เอเชีย และโอเชียเนีย เมื่อได้รับฟังการเรียกร้องในวันที่ 18 มิถุนายน ได้ถูกแทนที่ เมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1941 โดยคณะกรรมการแห่งชาติฝรั่งเศส(Comité national français หรือ CNF) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1942 "ฝรั่งเศสเสรี" ได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า นักต่อสู้ชาวฝรั่งเศส (France combattante) เพื่อเป็นการระบุว่าการต่อสู้รบกับฝ่ายอักษะได้ดำเนินการทั้งจากภายนอกโดยกองทัพเสรีฝรั่งเศส (FFF) และภายในโดยกองกำลังฝรั่งเศสแห่งกิจการภายใน (French Forces of the Interior หรือ FFI) ภายหลังจากการกลับมายึดครองแอฟริกาเหนืออีกครั้ง สิ่งนี้ในทางกลับกันได้รวมเข้ากับการบัญชาการของนายพล Henri Giraud คู่แข่งของเดอ โกลในแอลเจียร์เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการแห่งการปลดปล่อยชาติฝรั่งเศส (Comité français de Libération nationale หรือ CFNL) การผลัดถิ่นได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการด้วยการปลดปล่อยกรุงปารีสโดยกองพลยานเกราะเสรีฝรั่งเศสที่ 2 และกองกำลังฝ่ายต่อต้าน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1944 ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (gouvernement provisoire de la République française หรือ GPRF) ในการปกครองฝรั่งเศสจนกระทั่งสงครามยุติลงและหลังจากนั้นถึงปี ค.ศ. 1946 เมื่อมีการจัดตั้งสาธารณรัฐที่สี่ เป็นอันสิ้นสุดลงของระบอบการปกครองชั่วคราวที่ประสบความสำเร็จในสาธารณรัฐที่สาม ภายหลังจากล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1940

เสรีฝรั่งเศสได้ต่อสู้รบกับทหารของฝ่ายอักษะและระบอบวิชีและทำหน้าที่ในสมรภูมิทุกแห่ง ตั้งแต่ตะวันออกกลางไปจนถึงอินโดจีนและแอฟริกาเหนือ กองทัพเรือเสรีฝรั่งเศสที่ดำเนินปฏิบัติการในฐานะกองกำลังสนับสนุนแก่ราชนาวีของบิติช และในแอตแลนติกเหนือ ให้การสนับสนุนแก่กองทัพเรือแคนนาดา หน่วยทหารเสรีฝรั่งเศสยังได้ทำหน้าที่ในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร กองทัพอากาศโซเวียต และหน่วยกองกำลังรบสเปเชียลแอร์เซอร์วิส (SAS) ของบริติช ก่อนที่กองบัญชาการขนาดใหญ่จะถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้การควบคุมโดยตรงของรัฐบาลผลัดถิ่น

จากอาณานิคมด่านนอกในแอฟริกา อินเดีย และแปซิฟิก ฝรั่งเศสเสรีได้เข้ายึดครองดินแดนที่อยู่ภายใต้ระบอบวิชีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งภายหลังจากฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทำการยกพลขึ้นบกในแอฟริกาเหนือ (ปฏิบัติการคบเพลิง) ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1942 วิชีปกครองได้แค่เพืยงพื้นที่เสรีในทางตอนใต้ของฝรั่งเศสและดินแดนเพี่ยงไม่กี่แห่งในหมู่เกาะอินเดียตะวันตก (และอินโดจีนฝรั่งเศสที่ถูกญี่ปุ่นยึดครอง) กองทัพแห่งแอฟริกาของฝรั่งเศสได้หันไปจงรักภักดีให้กับฝรั่งเศสเสรี และสิ่งนี้ทำให้ฝ่ายอักษะเข้ายึดครองวิชีเพื่อเป็นการตอบโต้

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1943 กองทัพแห่งแอฟริกาได้ถูกรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกองทัพฝรั่งเศสเสรีเพื่อจัดตั้งกองทัพปลดปล่อยฝรั่งเศส ในช่วงกลางปี ค.ศ. 1944 กองกำลังของกองทัพนี้มีจำนวนมากกว่า 400,000 นาย และพวกเขาได้เข้าร่วมในการยกพลขึ้นบกที่นอร์ม็องดีและการบุกครองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นผู้นำในการเคลื่อนทัพไปถึงกรุงปารีส ในไม่ช้า พวกเขาได้ต่อสู้รบในอาลซัส เทือกเขาแอลป์ และบริตตานี เมื่อสงครามได้ยุติลง พวกเขามีความแข็งแกร่งด้วยจำนวนทั้งหมด 1,300,000 นาย ซึ่งเป็นกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรที่มีขนาดใหญ่-เป็นอันดับสี่ในยุโรปและมีส่วนร่วมในการรุกผ่างทางฝรั่งเศสและการบุกครองเยอรมนีของฝ่ายสัมพันธมิตร รัฐบาลฝรั่งเศสเสรีได้จัดตั้งสาธารณรัฐเฉพาะกาลขึ้นมาใหม่ภายหลังจากได้รับการปลดปล่อย โดยเตรียมพื้นที่สำหรับสาธารณรัฐที่สี่ในปี ค.ศ. 1946

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข