การบุกครองนอร์ม็องดี

ปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด (อังกฤษ: Operation Overlord) เป็นชื่อรหัสของ การรุกรานนอร์ม็องดี คือการรบระหว่างกองทัพฝ่ายอักษะนาซีเยอรมนีที่ประจำการอยู่ในยุโรปตะวันตก กับกองกำลังสัมพันธมิตรกว่า 3 ล้านนายที่ทำการบุกข้ามช่องแคบอังกฤษมาจากฐานที่ตั้งชั่วคราวในแนวรบที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ (ส่วนใหญ่มาจากเมืองพอร์ทสมัธ) มายังหัวหาดนอร์ม็องดีในฝรั่งเศสที่กองทัพเยอรมันยึดมาได้ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2487 (เรียก ดีเดย์)

ปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด
เป็นส่วนหนึ่งของ แนวรบด้านตะวันตกในสงครามโลกครั้งที่สอง
Infantry waiting to move off 'Queen White' Beach.jpg
ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรพยายามยึดหัวหาดนอร์ม็องดี
วันที่ 6 มิถุนายน – 30 สิงหาคม ค.ศ. 1944
(2 months, 3 weeks and 3 days)
สถานที่ ภาคเหนือของประเทศฝรั่งเศส
ผลลัพธ์ ฝ่ายสัมพันธมิตรชนะ
คู่ขัดแย้ง
ฝ่ายอักษะ
 เยอรมนี
 สาธารณรัฐสังคมอิตาลี[a]
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
กำลัง
  • 1,452,000 นาย (ในวันที่ 25 กรกฎาคม)[b]
  • 2,052,299 นาย (ในช่วงสิ้นสุดเดือนสิงหาคม)[7]
  • 380,000 นาย (ในวันที่ 23 กรกฎาคม)[8]
  • รวมประมาณ 640,000 นาย[9]
  • 2,200 นาย[10] – รถถังกับปืนใหญ่จู่โจม 2,500 คัน[11][12]
กำลังพลสูญเสีย
  • 226,386 นาย[13][c]
  • อากาศยาน 4,101 ลำ[13]
  • รถถังประมาณ 4,000 คัน[14]
  • 288,695[15] ถึง 530,000 นาย[16]
  • อากาศยาน 2,127 ลำ[17]
  • รถถังกับปืนใหญ่จู่โจมสูญหาย 1,500[18] ถึง 2,400 คัน[11]
ประชาชนเสียชีวิต:
  • ถูกฆ่าก่อนการทิ้งระเบิดโจมตี 11,000–19,000 คน[19]
  • ถูกฆ่าในระหว่างการโจมตี 13,632–19,890 คน[20]
  • รวม: ถูกฆ่า 25,000–39,000 คน

กองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรนั้นประกอบไปด้วยทหารจากหลายประเทศด้วยกันได้แก่สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และแคนาดา นอกจากนี้ทหารจากกองกำลังฝรั่งเศสเสรีและโปแลนด์ก็ได้รวมเข้ากับกองกำลังสัมพันธมิตรด้วย เมื่อทหารที่ทำการจู่โจมจากเกาะอังกฤษเข้าสู่ฝรั่งเศสได้แล้ว ยังมีกองทหารจากหลายประเทศเข้ามาร่วมกับพันธมิตรหลังจากนั้นด้วย ได้แก่ เบลเยียม เชโกสโลวาเกีย กรีซ เนเธอร์แลนด์ และนอร์เวย์

การบุกหัวหาดนอร์ม็องดีอย่างแท้จริงเริ่มต้นตั้งแต่คืนวันที่ 5 มิถุนายน โดยมีเครื่องบินทิ้งพลร่มและเครื่องร่อนลงมา และกองทัพอากาศฝ่ายพันธมิตรเริ่มเปิดการทิ้งระเบิดใส่กองทัพเยอรมันที่ประจำอยู่ตามเมืองริมชายฝั่งของฝรั่งเศส รวมถึงการยิงปืนใหญ่จากเรือรบพันธมิตร จนกระทั่งการบุกข้ามทะเลของกองกำลังหลักเริ่มต้นขึ้นในตอนเช้าของวันที่ 6 และดำเนินต่อไปอีก 2 เดือน จนถึงการปลดปล่อยกรุงปารีสในตอนปลายของเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2487 ที่ปิดฉากการรบนี้ลง

แผนการครั้งนี้ ถูกกำหนดวันไว้คือวันที่ 5 มิถุนายน โดยจะมีพลร่มลงไปหลังแนวก่อน คือวันที่ 4 มิถุนายน แต่สภาพอากาศเลวร้าย จึงเลื่อนมาอีก 1 วัน เมื่อถึงเที่ยงคืนวันที่ 5 มิถุนายน พลร่ม และเครื่องร่อนได้ลงหลังแนวรบ เพื่อตัดกำลัง และ คุมสะพาน ไม่ให้พวกเยอรมันที่อยู่หลังแนวรบ ส่งกำลังมาหน้าแนวได้ทัน ได้มีการทิ้งหุ่นพลร่มปลอมในบางจุดด้วย

เมื่อเช้าวันที่ 6 มิถุนายน กองทัพเรือขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ยาตราเข้ามาในอ่าวนอร์ม็องดี บนหาดมีเครื่องกีดขวางมากมาย ทำให้แม้แต่เรือเล็กก็ไม่สามารถเข้าหาตัวหาดได้มากนัก เมื่อขึ้นไปบนหาด ถูกต่อต้านโดยปืนใหญ่ ปืนกลหนัก เครื่องยิงลูกระเบิด และปืนต่อต้านรถถังเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีรั้วลวดหนาม คูดักรถถัง และระเบิดบนหาด ทำให้ทหารเสียชีวิตจำนวนมากก่อนจะยึดหัวหาดได้ โดยเฉพาะที่หาดโอมาฮา

แต่สภาพอากาศที่เริ่มดีขึ้นทัศนวิสัยการมองดีขึ้นและบวกกับน้ำลงทำให้เห็นสิ่งกีดขวางและทุ่นระเบิดและกับระเบิดจึงทำให้ ทหารฝ่ายพันธมิตร สามารถทำลายและหลีกเลี่ยงกับระเบิดและสิ่งกีดขวาง

ประวัติแก้ไข

สงครามโลกครั้งที่สอง นั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำของเยอรมนีได้ประกาศสงครามกับโปแลนด์และสั่งเคลื่อนพลจำนวนมหาศาลบุกโปแลนด์ โดยใช้กลยุทธการบุกแบบการโจมตีสายฟ้าแลบ (Blitzkrieg) ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) และสามารถยึดโปแลนด์ได้อย่างรวดเร็ว ขอบเขตของสงครามได้ขยายออกไปเมื่อเยอรมนีประกาศสงครามและทำการบุกนอร์เวย์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก จนกระทั่งกองทัพเยอรมันสามารถยึดฝรั่งเศสได้สำเร็จ ทำให้เยอรมนีเป็นผู้ครอบครองยุโรปตะวันตกได้ทั้งหมด ยกเว้นเกาะบริเตนใหญ่ของสหราชอาณาจักร ที่ในตอนนี้เป็นเพียงชาติเดียวที่เผชิญหน้ากับนาซีเยอรมัน และเสี่ยงต่อการถูกบุกโดยเยอรมนีมากที่สุด แต่ก่อนที่จะทำการบุกเกาะอังกฤษ กองทัพเยอรมันพยายามที่จะทำลายกองทัพอากาศของสหราชอาณาจักรเสียก่อน เพื่อช่วงชิงความเหนือกว่าทางอากาศซึ่งจะทำให้การบุกเกาะอังกฤษง่ายยิ่งขึ้น และเปิดศึกแห่งบริเตนกับสหราชอาณาจักร

ผลการรบที่ออกมากลับเป็นชัยชนะของสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของวินสตัน เชอร์ชิลล์ ทำให้กองทัพอากาศนาซีอ่อนแอลงอย่างมากและเบนความสนใจจากการยึดเกาะบริเตนไปยังการบุกสหภาพโซเวียตแทน เปิดโอกาสให้สหราชอาณาจักรได้ตั้งหลัก และผูกมิตรกับสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียตที่ในขณะนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เมื่อกองทัพเยอรมันสามารถบุกทะลวงดินแดนโซเวียตได้อย่างรวดเร็ว แต่ท้ายที่สุดแล้วสามารถยับยั้งกองทัพเยอรมันไว้ได้ที่มอสโก และเริ่มทำการโจมตีสวนกลับ จนสามารถยึดดินแดนโซเวียตที่เยอรมนียึดมาได้แทบทั้งหมด ในปี พ.ศ. 2486 เยอรมนีกลับตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสงคราม และฝ่ายพันธมิตรที่มีกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มคิดแผนการที่จะตอบโต้การรุกรานของเยอรมนีด้วยการโจมตีส่วนใดส่วนหนึ่งของยุโรปตะวันตก ท้ายที่สุดในการประชุมที่เตหะราน ที่สามผู้นำหลัก (ประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์จากสหรัฐอเมริกา นายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์จากสหราชอาณาจักร และโจเซฟ สตาลินจากสหภาพโซเวียตของฝ่ายสัมพันธมิตรตกลงที่จะเปิดการโจมตีที่หัวหาดนอร์มองดีฝรั่งเศส ตามข้อเรียกร้องของโซเวียตขอให้เปิดแนวรบที่สอง เพื่อลดความกดดันแนวรบทางตะวันออก และเพื่อบีบให้ฝ่ายอักษะต้องกระจายกำลังออกไปทั้งแนวรบตะวันออกและตะวันตก

อ้างอิงแก้ไข

หมายเหตุแก้ไข

  1. กองทัพสาธารณรัฐสังคมอิตาลีในช่วงปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ดมา 4,000 คนจาก 1ª Divisione Atlantica Fucilieri di Marina ประมาณ 100 นายตั้งฐานบนเกาะCézembre (Viganò 1991, p. 181) กองทัพส่วนอื่นรวมนักอดีตนักโทษสงครามถูกใช้แรงงานและหน่วยต่อต้านอากาศ (Frittoli 2019)
  2. ชาวอเมริกันประมาณ 812,000 คน และชาวอังกฤษกับแคนาดา 640,000 คน (Zetterling 2000, p. 408)
  3. นอกจากนี้ กองทัพอากาศฝ่ายสัมพันธมิตรเสียเครื่องบิน 4,101 ลำและ 16,714 ชีวิต (Tamelander & Zetterling 2003, p. 341)

อ้างอิงแก้ไข

บรรณานุกรมแก้ไข

อ่านเพิ่มแก้ไข

พิกัดภูมิศาสตร์: 49°25′05″N 01°10′35″W / 49.41806°N 1.17639°W / 49.41806; -1.17639

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข