กองทัพพายัพ เป็นกองกำลังของกองทัพไทยซึ่งเคลื่อนพลเข้าตีรัฐฉานของพม่าเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 ระหว่างการทัพพม่าในสงครามโลกครั้งที่สอง

กองทัพพายัพ
Burma Front Map.png
แผนที่ของการทัพพม่า
ประเทศ  ไทย
ขึ้นต่อ กองบัญชาการทหารสูงสุด
บทบาท ทหารราบ
ทหารม้า
ทหารปืนใหญ่
การสงครามทางอากาศ
การป้องกันภัยทางอากาศ
กองบัญชาการ เชียงตุง
ปฏิบัติการ
สำคัญ
สงครามโลกครั้งที่สอง

การจัดกำลังรบแก้ไข

กำลังรบ ณ พ.ศ. 2485แก้ไข

 
พลโท จิร วิชิตสงคราม แม่ทัพพายัพ คนที่ 2
 
พลตรี หลวงชำนาญยุทธศาสตร์ (ผิน ชุณหะวัณ) ผู้บัญชาการกองพลที่ 3 กองทัพพายัพ

กองทัพพายัพ มี พลโท จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ เป็นแม่ทัพ ตั้งกองบัญชาการกองทัพพายัพครั้งแรกที่จังหวัดลำปาง หลังจากกองทัพพายัพบุกเข้ายึดเมืองเชียงตุงและรัฐฉานได้แล้ว จึงมีการย้ายกองบัญชาการกองทัพพายัพมาตั้งที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 และย้ายพลโท จิร วิชิตสงคราม เสนาธิการทหารบก มารับหน้าที่แม่ทัพพายัพแทน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2485

กำลังรบที่ขึ้นตรงต่อกองทัพพายัพมีดังนี้

  • กองพลที่ 2 มีพลตรี หลวงไพรีระย่อเดช (กี๋ ชมะบูรณ์) เป็นผู้บัญชาการกองพล ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 4 (ปราจีนบุรี) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 10 (ปราจีนบุรี)
      • กองพันทหารราบที่ 11 (ปราจีนบุรี)
      • กองพันทหารราบที่ 12 (ปราจีนบุรี)
    • กรมทหารราบที่ 5 ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 13
      • กองพันทหารราบที่ 14
      • กองพันทหารราบที่ 15
    • กรมทหารราบที่ 12 (พิษณุโลก) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 28 (นครสวรรค์)
      • กองพันทหารราบที่ 29 (พิษณุโลก)
      • กองพันทหารราบที่ 33 (พิษณุโลก)
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 (ปราจีนบุรี)
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 (ปราจีนบุรี)
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6
    • หน่วยขึ้นสมทบ:
      • กรมทหารม้าที่ 5 กองพลทหารม้า
      • กองพันรถรบ กรมยานเกราะ
  • กองพลที่ 3 มีพลตรี หลวงชำนาญยุทธศาสตร์ (ผิน ชุณหะวัณ) เป็นผู้บัญชาการกองพล ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 7 (นครราชสีมา) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 19 (นครราชสีมา)
      • กองพันทหารราบที่ 20 (นครราชสีมา)
      • กองพันทหารราบที่ 21 (นครราชสีมา)
    • กรมทหารราบที่ 8 (สุรินทร์) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 17
      • กองพันทหารราบที่ 18
      • กองพันทหารราบที่ 52
    • กรมทหารราบที่ 9 (อุบลราชธานี) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 25 (อุบลราชธานี)
      • กองพันทหารราบที่ 26 (อุบลราชธานี)
      • กองพันทหารราบที่ 27 (อุบลราชธานี)
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 (นครราชสีมา)
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 8 (นครราชสีมา)
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 9
    • กองจักรยานยนต์ลาดตะเวน
    • กองรถรบ
  • กองพลที่ 4 มีพันเอก หลวงหาญสงคราม (พิชัย หาญสงคราม) เป็นผู้บัญชาการกองพล ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 3 (ลพบุรี) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 4 (ลพบุรี)
      • กองพันทหารราบที่ 6 (ลพบุรี)
      • กองพันทหารราบที่ 8 (สระบุรี)
    • กรมทหารราบที่ 13 (ลำปาง) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 30 (ลำปาง)
      • กองพันทหารราบที่ 31 (เชียงใหม่)
      • กองพันทหารราบที่ 34 (ลำปาง)
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 3
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 10 (นครสวรรค์)
  • กองพลทหารม้า - พันโท ทวน วิชัยขัทคะ
    • กรมทหารม้าที่ 35 ประกอบด้วย
      • กองพันทหารม้าที่ 3 (อุบลราชธานี)
      • กองพันทหารม้าที่ 5 (ร้อยเอ็ด)
    • กรมทหารม้าที่ 46 ประกอบด้วย
      • กองพันทหารม้าที่ 4 (จันทบุรี)
      • กองพันทหารม้าที่ 6
  • กองพันรถรบ
  • กรมทหารม้าที่ 12 (อิสระ) มีพันโท หลวงจำรัสโรมรัน (จำรัส รมยะบุรุษ) เป็นผู้บังคับการกรม ประกอบด้วย
    • กองพันทหารม้าที่ 1 (กรุงเทพฯ)
    • กองพันทหารม้าที่ 2 (ปราจีนบุรี)
  • กองพันทหารราบที่ 35 (เชียงใหม่)
  • กองพันทหารช่างที่ 1 (ราชบุรี)
  • กองพันทหารช่างที่ 2 (ฉะเชิงเทรา)
  • กองพันทหารช่างที่ 3
  • กองพันทหารช่างที่ 4
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 (กรุงเทพ)
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11
  • กองพันปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน กองทัพพายัพ
  • กองพันขนส่ง กองทัพพายัพ
  • กองพันลำเลียงน้ำ กองทัพพายัพ

การปรับกำลังแก้ไข

ระหว่างการรบ กองทัพพายัพได้จัดกำลังผสมเพิ่มเติมในกองทัพดังนี้

  • กรมทหารราบสนามที่ 17 ประกอบด้วย
    • กองพันทหารราบที่ 32 (นครสวรรค์)
    • กองพันทหารราบที่ 35 (เชียงใหม่)
    • กองพันทหารราบที่ 39 (นครศรีธรรมราช)

สภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายเป็นปัจจัยบังคับให้ต้องยุบกองพลทหารม้าเร็วกว่าที่ควร และย้ายกรมทหารม้าที่ 31 ไปยังจังหวัดร้อยเอ็ด กับย้ายกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (กองพันทหารม้าใช้ม้า) กลับไปยังกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม กองทัพบกไทยก็ได้จัดตั้งหน่วยทหารทดแทนหน่วยทหารม้าขึ้นในกองทัพพายัพ ดังนี้

  • กองพันปืนกลหนักที่ 11
  • กองพันปืนกลที่ 1
  • กองพันปืนกลที่ 2
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 27
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 29

กองทัพที่ 2แก้ไข

หลังจากฟื้นฟูความสงบในเมืองเชียงตุงได้ ในปี พ.ศ. 2486 กองทัพบกไทยจึงถอนกำลังของกองทัพพายัพบางส่วน และจัดตั้งกองทัพที่ 2 ขึ้นเป็นกำลังรบสำรอง โดยมีกองบัญชาการอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ประกอบด้วย

  • กองพลที่ 1 (เชียงราก) ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 1 (กรุงเทพฯ) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (กรุงเทพฯ)
      • กองพันทหารราบที่ 3 (กรุงเทพฯ)
      • กองพันทหารราบที่ 9 (กรุงเทพฯ)
    • กรมทหารราบที่ 2 (กรุงเทพฯ) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 2 (กรุงเทพฯ)
      • กองพันทหารราบที่ 7 (กรุงเทพฯ)
      • กองพันทหารราบที่ 37 (ราชบุรี)
      • กองพันทหารราบที่ 45 (เพชรบุรี)
  • กองพันทหารม้าที่ 1 (ย้ายจากกองทัพพายัพกลับมายังกรุงเทพฯ หลังจากยุบกรมทหารม้าที่ 12 อิสระ เนื่องจากม้าที่หน่วยดังกล่าวใช้งานเป็นของกองพันทหารม้าที่ 1 เกิดเจ็บป่วยและล้มตายจำนวนมาก)
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1
  • กองพลที่ 7 (ลพบุรี) ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 19 (ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 58 (ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี)
      • กองพันทหารราบที่ 59 (ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี)
    • กรมทหารราบที่ 20 (อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์)
      • กองพันทหารราบที่ 60 (อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์)
      • กองพันทหารราบที่ 61 (อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์)
    • กรมทหารราบที่ 21 (ตำบลวังชมภู อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์)
      • กองพันทหารราบที่ 62 (ตำบลวังชมภู อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์)
      • กองพันทหารราบที่ 63 (ตำบลวังชมภู อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์)
      • กองพันทหารราบที่ 64 (ตำบลวังชมภู อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์)
    • กรมทหารราบที่ 12 ย้ายจากกองทัพพายัพกลับมายังจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 28 (นครสวรรค์)
      • กองพันทหารราบที่ 65 (นครสวรรค์)
    • กรมทหารราบที่ 6 ย้ายจากกองทัพพายัพกลับมายังจังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 29 (พิษณุโลก) - แยกมาจากกรมทหารราบที่ 12
      • กองพันทหารราบที่ 66 (นครสวรรค์)
      • กองพันทหารราบที่ 67 (ตาก)

กองพลที่ 37แก้ไข

ในปี พ.ศ. 2488 กองทัพบกไทยได้จัดตั้งหน่วยทหารเพื่อช่วยฝึกด้านยุทธวิธีแก่ขบวนการเสรีไทย ดังนี้

  • กองพลที่ 37 (นครราชสีมา) ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 107 (นครราชสีมา)
    • กรมทหารม้าที่ 35 (ร้อยเอ็ด) - ย้ายมาจากกองทัพพายัพ ประกอบด้วย
      • กองพันทหารม้าที่ 3 (อุบลราชธานี)
      • กองพันทหารม้าที่ 5 (ร้อยเอ็ด)
    • กรมทหารราบที่ 108 (อุดรธานี - นครพนม
    • กรมทหารราบที่ 9 (อุบลราชธานี) - ย้ายมาจากกองทัพพายัพ
      • กองพันทหารราบที่ 25 (อุบลราชธานี)
      • กองพันทหารราบที่ 26 (อุบลราชธานี)
      • กองพันทหารราบที่ 27 (อุบลราชธานี)

การยุบหน่วยแก้ไข

หลังการประกาศสันติภาพเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2488 หน่วยต่างๆ ของกองทัพได้ถูกยุบเลิกและสลายกำลัง ดังนี้

ประกาศยุบเลิกหน่วยและสลายกำลังเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2488
  • กองพันปืนกลหนักที่ 11
  • กองพันปืนกลที่ 1
  • กองพันปืนกลที่ 2
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 27
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 28
ประกาศยุบเลิกหน่วยและสลายกำลังเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2488
  • กองบัญชาการกองทัพพายัพ
  • กองทัพที่ 2
  • กองพลที่ 7
  • กองพลที่ 37
  • กองพลน้อยผสมที่ 18 ประจำการ ณ สี่รัฐมาลัย
  • กรมทหารราบที่ 20
  • กรมทหารราบที่ 107
  • กองพันทหารม้าที่ 4
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 14
  • กองพันทหารราบที่ 32 (นครสวรรค์)
  • กองพันทหารราบที่ 33 (กำลังสำรอง)
  • กองพันทหารราบที่ 34 (ลำปาง)
  • กองพันทหารราบที่ 35 (เชียงใหม่)
  • กองพันทหารราบที่ 54
  • กองพันทหารราบที่ 56
  • กองพันทหารราบที่ 40 (ตรัง)
  • กองพันทหารราบที่ 41 (สงขลา)

การปรับกำลังหลังสิ้นสุดสงครามแก้ไข

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2489 กองทัพบกไทยได้ปรับกำลังใหม่ดังนี้

  • มณฑลทหารบกที่ 1 (กรุงเทพฯ) ประกอบด้วย
  • มณฑลทหารบกที่ 2 (ปราจีณบุรี) ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 2 (ลพบุรี) - แปรสภาพหน่วยมาจากกรมทหารราบที่ 3 ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 4
      • กองพันทหารราบที่ 6
      • กองพันทหารราบที่ 8
    • กรมทหารราบที่ 12 (ปราจีณบุรี) - แปรสภาพหน่วยมาจากกรมทหารราบที่ 4 ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 10
      • กองพันทหารราบที่ 11
      • กองพันทหารราบที่ 12
  • มณฑลทหารบกที่ 3 ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 3 (นครราชสีมา) - แปรสภาพหน่วยมาจากกรมทหารราบที่ 7 ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 19
      • กองพันทหารราบที่ 20
      • กองพันทหารราบที่ 21
    • กรมทหารราบที่ 13 (อุบลราชธานี) - แปรสภาพหน่วยมาจากกรมทหารราบที่ 9 ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 25 (อุบลราชธานี)
      • กองพันทหารราบที่ 26 (อุบลราชธานี)
      • กองพันทหารราบที่ 27 (อุบลราชธานี)
  • มณฑลทหารบกที่ 4 ประกอบด้วย
    • กรมทหารราบที่ 4 (นครสวรรค์) ประกอบด้วย
      • กองพันทหารราบที่ 28 (นครสวรรค์)
      • กองพันทหารราบที่ 29 (พิษณุโลก)
      • กองพันทหารราบที่ 30 (ลำปาง)
      • กองพันทหารราบที่ 31 (เชียงใหม่)
  • มณฑลทหารบกที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ประกอบด้วย
    • กองพันทหารราบที่ 5 (อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา)
    • กองพันทหารราบที่ 38 (ชุมพร)
    • กองพันทหารราบที่ 39 (นครศรีธรรมราช)
    • กองพันทหารราบที่ 42 (อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี)

กองทัพอากาศสนามแก้ไข

 
พลอากาศตรี ขุนรณนภากาศ (ฟื้น ฤทธาคนี) ผู้บังคับกองบินใหญ่ผสมภาคพายัพ

กองบินผสมที่ 90 - ไม่ทราบจำนวนอากาศยาน

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข