หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร

หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร (2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 – 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2547) เป็นอดีตรองประธานศาลฎีกา และหนึ่งในสมาชิกคณะองคมนตรีไทยในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร เป็นพระเชษฐาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นพระบิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และเป็นพระอัยกาฝ่ายพระมารดาในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

อดุลกิติ์ กิติยากร
องคมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
18 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 – 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473
จังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
เสียชีวิต 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 (73 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
คู่สมรส ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร

ครอบครัวแก้ไข

หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร เป็นพระโอรสในพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร (ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์) เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 มีชื่อเล่นว่า คุณชายอ้วน[1] มีพี่น้อง 4 คน คือ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, และท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์ และเป็นพระมาตุลาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ สมรสกับ หม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล[2] (พระธิดาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล กับหม่อมหลวงสร้อยระย้า ยุคล) เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2499[3] มีธิดา 2 คน[4] คือ

  1. หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร (ประสูติ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2500) ต่อมาได้รับสถาปนาเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ[5], พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ[6] และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ[7] อภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ขณะยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชธิดา 1 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
  2. หม่อมหลวงสราลี กิติยากร (เกิด 8 เมษายน พ.ศ. 2509) สมรสกับธีรเดช จิราธิวัฒน์ มีบุตร 2 คน[8]

การศึกษาแก้ไข

การทำงานแก้ไข

  • ผู้ช่วยผู้พิพากษา รับตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่
  • ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง
  • ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
  • อธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง
  • รองประธานศาลฎีกา
  • องคมนตรี[9]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

ลำดับสาแหรกแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ปกมนตรี. เขียนถึงสมเด็จ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ:เลมอนที. 2547, หน้า 74
  2. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักพระราชวัง ที่ ๓/๒๔๙๙ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ (หม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล), เล่ม ๗๓, ตอน ๕๙, ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ หน้า ๒๑๒๖
  3. กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, หม่อมราชวงศ์. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มดี, พ.ศ. 2551. 290 หน้า. ISBN 978-974-312-022-0
  4. http://freepages.genealogy.rootsweb.com/~royalty/thailand/i75.html
  5. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, เล่ม ๙๔, ตอน ๑๓ ก, ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐, หน้า ๖๒
  6. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เฉลิมพระนาม (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ), เล่ม ๑๐๘, ตอน ๑๔๐ก ฉบับพิเศษ, ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔, หน้า ๑
  7. "ประกาศสถาปนา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 136 (15ง): 7. 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562.
  8. เปิดธุรกิจส่วนตัวสะใภ้จิราธิวัฒน์
  9. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งองคมนตรี (หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร)
  10. [1] เล่ม ๑๐๘ ตอน ๗๘ ฉบับพิเศษ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ หน้า ๑
  11. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย)เล่ม ๑๐๖ ตอน ๒๑๔ ง ฉบับพิเศษ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ หน้า ๑
  12. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๐๓, ตอน ๑๒ ฉบับพิเศษ, ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๙, หน้า ๔
  13. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๑๐๕, ตอน ๒๑๖, ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑, หน้า ๑
  14. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญรัตนาภรณ์ (หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร, ท่านผู้หญิงบุษบา กิติยากร สธนพงศ์, คุณกัญดา ธรรมมงคล), เล่ม ๑๑๐, ตอน ๒ ง, ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ๔, หน้า