กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) (อังกฤษ: Department of Learning Encouragement : DOLE) เป็นส่วนราชการระดับกรม ในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่หน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในประเทศไทย ยกฐานะมาจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เดิมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2483 เป็นกองการศึกษาผู้ใหญ่ และจัดตั้งเป็นกรมครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2522 ในชื่อ "กรมการศึกษานอกโรงเรียน" หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่า "กศน."[1]

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)
Department of Learning Encouragement
ภาพรวมหน่วยงาน
ก่อตั้ง24 มีนาคม พ.ศ. 2522 (44 ปี)
หน่วยงานก่อนหน้า
  • กองการศึกษาผู้ใหญ่
  • กรมการศึกษานอกโรงเรียน
  • สำนักงาน กศน.
สำนักงานใหญ่ไทย
319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
ฝ่ายบริหารหน่วยงาน
  • ธนากร ดอนเหนือ, ว่าที่อธิบดี
  • ว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์, รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี
  • ว่าง, รองอธิบดี
ต้นสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
เว็บไซต์NFE.go.th

ประวัติ แก้

ยุคกองการศึกษาผู้ใหญ่ แก้

การศึกษาผู้ใหญ่ เริ่มมีอย่างเป็นทางการในปี 2483 โดยรัฐบาลในขณะนั้น ได้ให้มีการจัดตั้ง "กองการศึกษาผู้ใหญ่" สังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับผิดชอบงานการศึกษาผู้ใหญ่โดยตรง และได้ริเริ่มโครงการรณรงค์การรู้หนังสือทั่วประเทศ พร้อมกับประกาศใช้กฎหมายบังคับให้ประชาชนผู้ไม่รู้หนังสือที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 45 ปี เสียค่าเล่าเรียนเป็นรายปี จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้รู้หนังสือแล้ว ซึ่งโครงการรณรงค์ดังกล่าวประสบความสำเร็จพอสมควร แต่ต้องหยุดชะงักไปเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2

ยุคกรมการศึกษานอกโรงเรียน แก้

ต่อมา ได้มีการขยายโอกาสการศึกษาผู้ใหญ่อย่างกว้างขวางในช่วงปี 2513-2523 รัฐบาลจึงได้ยกฐานะกองการศึกษาผู้ใหญ่ ขึ้นเป็น "กรมการศึกษานอกโรงเรียน" ขึ้น เพื่อจัดการศึกษานอกโรงเรียนสำหรับประชาชนในวันที่ 24 มีนาคม 2522[2]

ยุคสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย แก้

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2545 ได้มีการปฏิรูประบบราชการ และมีการยุบรวมกรมต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการจากเดิม 14 กรม เหลือเพียง 5 สำนักงาน ทำให้ กรมการศึกษานอกโรงเรียน ถูกยุบรวมเป็นสำนักงานบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช 2551 สำนักฯ จึงปรับภารกิจเป็น "สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย" (อังกฤษ: Office of the Non-Formal and Informal Education : NFE)

ยุคกรมส่งเสริมการเรียนรู้ แก้

กระทั่งวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2566 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยมีสาระสำคัญคือการยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 และยกฐานะ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็น "กรมส่งเสริมการเรียนรู้" โดยให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นไป 60 วันหรือตรงกับวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566[3][4]

หน่วยงานในสังกัด แก้

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ แบ่งส่วนราชการในกรม ดังนี้

  • กลุ่มเลขานุการกรม
  • กลุ่มการคลังและสินทรัพย์
  • กลุ่มบริหารบุคคลและนิติการ
  • กลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
  • กลุ่มส่งเสริมกิจการการศึกษาและเครือข่าย
  • กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน
  • กลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ
  • กลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ
  • กลุ่มตรวจสอบภายใน
  • กลุ่มพัฒนาระบบริหาร
  • ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา
  • สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา
  • ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง เอกมัย)
  • สำนักงานส่งเสริการเรียนรู้จังหวัด/กรุงเทพมหานคร (77 แห่ง)
    • ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ/เขต (928 แห่ง)
      • ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตำบล/แขวง (7,435แห่ง)
      • ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" (792 แห่ง)
      • ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยมอแกน
  • ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายพิเศษ
  • ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง)
  • ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต
  • สถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้
  • สถาบันการศึกษาทางไกล
  • สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร
  • สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาค 5 ภาค (เหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือ, กลาง, ตะวันออก, ใต้)
  • ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
  • ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • ศูนย์ฝึกวิชาชีพจังหวัดกาญจนบุรี "สามสงฆ์ทรงพระคุณ"
  • ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน (ศฝช.) (จังหวัดชุมพร เชียงราย ปัตตานี มุกดาหาร สระแก้ว สุรินทร์ อุตรดิตถ์)
  • ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (16 จังหวัด) (กาญจนบุรี ขอนแก่น ตรัง พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ลำปาง สระแก้ว สมุทรสาคร ยะลา อุบลราชธานี)
  • ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
  • อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์

อ้างอิง แก้

แหล่งข้อมูลอื่น แก้