เปิดเมนูหลัก

วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

(เปลี่ยนทางจาก วัดเทวราชกุญชร)

วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ริมคลองผดุงกรุงเกษมและแม่น้ำเจ้าพระยา พระอุโบสถของวัดได้รับการปฏิสังขรณ์โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ปัจจุบันภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามและอยู่ในสภาพที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดี โดยตกแต่งด้วยสีน้ำเงินทะเลเป็นหลัก ภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง วัดเทวราชกุญชรฯ ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยแบบสถาปัตยกรรมจีน-โปรตุเกสสร้างด้วยไม้สักทองตามแบบดั้งเดิมทั้งหลัง[1]

วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
วัดเทวราชกุญชร.jpg
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อวัดเทวราชกุญชร
ที่ตั้งถนนศรีอยุธยา แขวงวิชรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ประเภทพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
นิกายเถรวาท มหานิกาย
พระประธานพระพุทธเทวราชปฏิมากร
เจ้าอาวาสพระศรีวชิรโมลี (พระราชสุธี)
เว็บไซต์http://watdevaraj.org

ประวัติแก้ไข

 
พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอันเป็นชื่อของวัด โดย เทวราชแปลว่าพระอินทร์ และกุญชรแปลว่าช้าง

วัดเทวราชกุญชรเดิมเชื่อ วัดสมอแครง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา สันนิษฐานว่าชื่อ สมอ มาจากต้นสมอที่ขึ้นกระจายอยู่ภายในวัด ในขณะที่บางกลุ่มมองว่สคำว่า สมอ น่าจะเพี้ยนเสียงมาจากภาษาเขมร ถะมอ ที่แปลว่า หิน สมอแครง จึงแปลว่า หินแกร่ง[2] ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช วัดแห่งนีได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท และสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ พระเชษฐภคินีในรัชกาลที่ 1 ผู้ทรงเป็นต้นสกุลมนตรีกุล ตามลำดับ ในการบูรณะฯ นั้นได้รับการอุปถัมภ์โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุญชร กรมพระพิทักษเทเวศร์ ต้นสกุลกุญชร พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และได้รับการอุปถัมถ์โเยตระกูลนี้สืบต่อมา

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงยกวัดให้เป็นพระอารามหลวง และพระราชทานนามใหม่แก่วัดว่า วัดเทวราชกุญชร ซึ่งแปลว่า ช้าง (กุญชร) ของพระอินทร์ (เทวราช)

 
พระพุทธเทวราชปฏิมากร

เมื่อปี พ.ศ. 2546 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานนามของพระประธานว่า พระพุทธเทวราชปฏิมากร และได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่งล้านบาทถ้วนเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โดยทางวัดได้นำพระราชทรัพย์ส่วนนี้มาปฏิสังขรณ์พระอุโบสถจนสำเร็จในปี พ.ศ. 2556[3]

อ้างอิงแก้ไข