ประเทศไทยในสงครามเกาหลี

ตราสัญลักษณ์ของกองทัพไทยในเกาหลี

ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 21 ประเทศที่ตอบรับคำขอของสหประชาชาติในการส่งกำลังเพื่อช่วยเหลือเกาหลีใต้ในช่วงสงครามเกาหลี (พ.ศ. 2493–96) ตลอดจนเป็นประเทศแรก ๆ ที่แสดงออกซึ่งการสนับสนุนอุดมการณ์ของเกาหลีใต้ ขณะที่เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่กว่าค่าเฉลี่ยของสหประชาชาติในสงคราม การสนับสนุนของไทยมีความสำคัญในการตัดสินผลของบางสมรภูมิ เช่น เนินพอร์กช็อปและยุทธการที่โซลครั้งที่สาม

ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ส่งความช่วยเหลือไปยังเกาหลีใต้[1] รัฐบาลตระหนักว่าหากพรรคคอมมิวนิสต์เข้าครอบครองเกาหลีอาจเป็นความหายนะต่อระเบียบทางการเมืองของไทย รัฐบาลไทยจึงตัดสินใจสนับสนุนอุดมการณ์ของเกาหลีใต้อย่างเต็มที่[2] มีการส่งข้าวสี่ตันไปช่วยเหลือประเทศเกาหลี และต่อมาส่งทหารราบหนึ่งกองพันจากกรมทหารผสมที่ 21 (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์) และเรือรบอีกหลายลำ ต่อมา รัฐบาลไทยส่งอากาศยานขนส่งไปช่วยหลายลำ กรมทหารราบนี้กลับสู่ประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2498

กรมทหารราบที่ 21แก้ไข

ปฏิบัติการในเกาหลีแก้ไข

ยุทธการที่เนินพอร์กช็อปแก้ไข

ยุทธการที่เนินพอร์กช็อป (31 ตุลาคมถึง 11 พฤศจิกายน 2495) เป็นการสู้รบหลายครั้งเพื่อแย่งชิงการควบคุมเนินด่านหน้าที่สำคัญตามแนวหน้าระหว่างที่มีการเจรจาพักรบที่พันมุนจ็อม ยุทธการบนเนินเกิดขึ้น ณ "เนินพอร์กช็อป" ซึ่งขณะนั้นกองพันทหารราบที่ 21 ของไทยถือครองอยู่ ทหารไทยสามารถผลักดันการเข้าตีของอาสาสมัครประชาชนจีน หลังได้ชัย กองทัพสหรัฐมอบรางวัลลีจันออฟเมอริตแก่ทหารไทยหนึ่งนาย 12 นายได้ซิลเวอร์สตาส์ และอีก 26 นายได้รับเหรียญบรอนซ์สตาร์ พลเอก เจมส์ แวน ฟลีต ผู้บังคับบัญชากองทัพสหรัฐที่ 8 มอบสมญาให้ทหารเหล่านี้ว่า "เสือน้อย"

ทหารจีนพยายามแบบสุดตัวในการยึดเนินพอร์กช็อป โดยเข้าตีห้าครั้ง แต่ล้มเหลวทั้งหมด

ในฤดูใบไม้ผลิสุดท้ายของสงคราม (มีนาคมถึงมิถุนายน 2496) ทหารไทยใช้เวลาส่วนใหญ่กับการฝึกและในฐานะกองหนุนของเหล่าสหรัฐที่ 9 ถูกย้ายไปยังเคียวตง (Kyo-dong) ในวันที่ 4 พฤษภาคม ยุทธการที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาในบริเวณของ "บูมเมอแรง" ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 27 กรกฎาคม 2496 ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Kumhwa

นาวิกแก้ไข

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2493 เรือรบไทยสองลำ เรือหลวง ประแส และ เรือหลวง บางปะกง มาถึงเกาหลีใต้ ทั้งสองลำรับราชการภายใต้กองบัญชาการสหประชาชาติ โดยปฏิบัติหน้าที่นำขบวนและยิงปืนใหญ่ถล่มเป้าหมายบนพื้นดิน เรือ ประแส เกยตื้นบนชายฝั่งใกล้กับยางยางระหว่างเกิดพายุหิมะ ความพยายามในการทำให้เรือกลับมาลอยอีกครั้งล้มเหลว และมีการยิงถล่มซากเรือเพื่อให้สิ้นซาก เรือ บางปะกง ออกจากเกาหลีในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2495 และในวันที่ 29 ธันวาคม 2494 เรือรบไทยอีกสองลำ เรือหลวง ประแส 2 และเรือหลวงท่าจีน มาถึงเกาหลี ทั้งสองลำกลับประเทศหลังมีการสงบศึกในวันที่ 21 มกราคม 2498[3]

เรือขนส่ง เรือหลวง สีชัง มาถึงเกาหลีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 1950 และอยู่จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 1951

อากาศยานแก้ไข

กองทัพอากาศไทยจัดหาอากาศยานดักลาส ซี-47 สกายเทรน เข้าร่วมในสงครามเกาหลี วันที่ 22 กันยายน 2493 รัฐบาลไทยสั่งให้หน่วยของตนสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพสหประชาชาติ

มรดกแก้ไข

 
อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ที่จัดแสดง ณ จังหวัดระยอง

ตลอดระยะเวลาของสงครามเกาหลี ประเทศไทยส่งทหารรวม 11,786 นายไปประเทศเกาหลีใต้[4] มีบันทึกว่าทหารไทย 136 นายเสียชีวิตในสงคราม ในปี 2517 รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีสร้างอนุสาวรีย์และศาลาไทยในเมืองโพชอนเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารไทยที่เข้าร่วมในสงครามเกาหลี เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ช่วยทูตสำนักงานกลาโหมเป็นเจ้าภาพในพิธีเปิดงานอนุสรณ์สถานไทย ณ สุสานอนุสรณ์สหประชาชาติในเกาหลี (UNMCK) เพื่อระลึกถึงการเสียสละของทหารไทยในสงครามเกาหลี ทุกวันนี้รัฐบาลไทยยังคงมอบหมายให้นายทหารคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานในคณะกรรมการสงบศึกและทหารหกนายเป็นสมาชิกของกองร้อยเกียรติยศกองบัญชาการสหประชาชาติในกรุงโซล

เรือหลวง ประแส 2 ถูกปลดประจำการจากกองทัพเรือไทยในปี 2543 และมีการกำหนดให้เป็นเรือพิพิธภัณฑ์ เรือมองเห็นได้ที่ปากแม่น้ำประแส จังหวัดระยอง โดยคณะกรรมการชุมชนแม่น้ำประแส เรือใช้เป็นอนุสรณ์ นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์กรมทหารราบที่ 21

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Archived copy". Archived from the original on 2012-03-14. สืบค้นเมื่อ 2012-07-03. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  2. http://www.nationsonline.org/oneworld/History/Thailand-history.htm
  3. "Archived copy". Archived from the original on 2012-03-14. สืบค้นเมื่อ 2012-07-03. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. http://www.thaiembassy.org/seoul/en/relation

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข