เปิดเมนูหลัก
ภาพยนตร์เรื่องบุญชู ภาคแรก

บุญชู เป็นภาพยนตร์ไทย ประเภทหนังตลกขบขัน ที่มีการสร้างถึง 8 ครั้ง 10 ภาค ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531พ.ศ. 2553 สร้างโดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น โดย 7 ภาคแรก กำกับภาพยนตร์และเขียนบทภาพยนตร์โดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล โดยมี สันติสุข พรหมศิริ และ จินตหรา สุขพัฒน์ แสดงนำ โดยเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น

นอกจากนั้นภาพยนตร์ชุดบุญชูที่สร้างภาคต่อๆ มาถึง 6 เรื่อง ก็ได้รับการบันทึกว่าเป็นภาพยนตร์ซึ่งได้รับความนิยมทำรายได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกภาค[1] ซึ่งหลังจากหนังเรื่องนี้ บัณฑิตก็กลายเป็นคนทำหนังร่วมสมัยที่มีหนังทำเงินและหนังคุณภาพมากที่สุด ระหว่างปี 2531-2538 และสามารถคว้ารางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขาภาพยนตร์ยอดนิยม ติดต่อกันถึงสามปีซ้อน [2]

บุญชูได้เคยถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ในปี พ.ศ. 2541 ออกอากาศทางช่อง 5 โดยใช้ชื่อว่า บุญชู สระอูยาว สร้างโดย มีเดีย ออฟ มีเดียส์ กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เช่นเดิม นำแสดงโดย เพ็ญเพชร เพ็ญกุล, ผาณิต สุทธาศวิน, สันติสุข พรหมศิริ, กีรติ เจนปรมกิจ

ภาพยนตร์ชุดบุญชูอย่างเรื่อง บุญชูผู้น่ารัก ยังเป็นหนี่งในภาพยนตร์ไทย 100 เรื่องที่คนไทยควรดู[3] และหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ 3[4][5][6]

ภาคสุดท้ายของบุญชู มีชื่อเรื่องว่า บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ ฉายในปี พ.ศ. 2553 ได้มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับภาพยนตร์เป็น เกียรติ กิจเจริญ หนึ่งในกลุ่มนักแสดงบุญชูซึ่งร่วมงานมาทุกภาค

เนื้อหาแก้ไข

ภาค 1-5 : ช่วงศึกษาแก้ไข

เรื่องราวของ "บุญชู" เริ่มขึ้นเมื่อ บุญชู บ้านโข้ง (สันติสุข พรหมศิริ) หนุ่มสุพรรณฯ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับ บัวลอย (กัญญาลักษ์ บำรุงรักษ์) หลานสาวซึ่งเป็นลูกสาวของ บุญช่วย (นิรุตติ์ ศิริจรรยา ในภาคแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็น สุเทพ ประยูรพิทักษ์ ในภาค 2) พี่ชายของเขาเพื่อเรียนกวดวิชาและสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยได้พบกับเพื่อนใหม่จากต่างถิ่น และ โมลี (จินตหรา สุขพัฒน์) สาวน้อยผู้น่ารัก จนเมื่อผลสอบเข้าไม่ผ่าน บุญชูจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด และกลับมากรุงเทพฯ อีกครั้งโดยช่วยงานที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นจึงขอสอบใหม่อีกครั้ง ผลปรากฏว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยในช่วงกำลังศึกษา บุญชูเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆ ร่วมสถาบัน เคยสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานนักศึกษาแต่ก็ไม่ได้รับเลือก จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา

ภาค 6-8 : ช่วงทำงานแก้ไข

โมลีต้องการให้บุญชูทำงานในกรุงเทพฯ แต่บุญชูทนไม่ไหวกับสภาพความหนาแน่นของผู้คนที่พากันแย่งก็เลยตัดสินใจกลับบ้านเกิด โดยไปเป็นพ่อค้าขายข้าว ต่อมา บุญล้อม (จุรี โอศิริ) แม่ของบุญชูได้ยกบ้านริมน้ำให้เป็นเรือนหอกับโมลี แต่ มานี (ญาณี จงวิสุทธิ์ ในภาค 1-2 ก่อนจะเปลี่ยนเป็นปรารถนา สัชฌุกร ในภาค 5) พี่สาวของเธอไม่ตกลงโดยยื่นคำขาดให้กำจัดน้ำเน่าเสียในคลองหน้าบ้านให้เป็นน้ำสะอาด มานีเห็นใจในความพยายาม จึงตัดสินใจให้โมลีแต่งงานกับบุญชู และอยู่ด้วยกันที่บ้านริมน้ำหลังนั้น จนได้ให้กำเนิดลูกชายคือ บุญโชค [7]

ภาค 9-10 : ช่วงแห่งความเป็นพ่อแก้ไข

เกือบยี่สิบปีให้หลัง บุญโชค ลูกชายของบุญชูและโมลี โตเป็นหนุ่มแต่อยู่ในช่วงแห่งการศึกษาพระธรรม ขณะที่คุณพ่อซึ่งอาศัยอยู่ร้านขายของชำในจังหวัดบ้านเกิดก็ตั้งใจจะให้ลูกบวชไปเรื่อยๆ จนเป็นพระ แต่คุณแม่อยากให้เข้าเรียนและใช้ชีวิตปกติมากกว่า บุญโชคจึงแอบสึกเณรเข้ากรุงเทพฯ โดยไม่บอกพ่อ เพื่อฝากให้กลุ่มเพื่อนเก่าของพ่อช่วยดูแล จนบุญโชคสามารถสอบเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาแต่ผลก็คือไม่ได้เข้าสอบ อันเนื่องมาจากความวุ่นวายนั้นเอง[8] จึงเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อพบพ่อแม่ และได้รับคำปลอบว่าจะเรียนอะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดี เรื่องสอบยังไม่สาย บุญโชคจึงตั้งใจสอบใหม่อีกครั้งโดยมีความหวังคือเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อที่จะพบเพื่อนใหม่อย่างคาดไม่ถึง

 
ภาพยนตร์เรื่องบุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู

ความนิยมแก้ไข

ภาพยนตร์เรื่อง "บุญชู ผู้น่ารัก" ออกสู่สายตาผู้ชมครั้งแรกในปี 2531 โดยเป็นภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนั้น จากความสำเร็จในภาคแรก ทำให้มีการสร้างภาพยนตร์ในภาคต่อๆ มา และกลายเป็นภาพยนตร์ตลกที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการบันทึกว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกภาค [9] ดังนี้

  • บุญชู ผู้น่ารัก : 13 ล้านบาท
  • บุญชู 2 น้องใหม่ : 16 ล้านบาท
  • บุญชู 5 เนื้อหอม : 21 ล้านบาท
  • บุญชู 6 โลกนี้ดีออก สุดสวย น่ารักน่าอยู่ ถ้าหงุ่ย : 23.5 ล้านบาท
  • บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ : 32.1 ล้านบาท
  • บุญชู 8 เพื่อเธอ : 26 ล้านบาท
  • บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู : ประมาณ 50 ล้านบาท [10][11]
  • บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ : 15.6 ล้านบาท

ภาคแก้ไข

ปี ชื่อภาค ตัวละครรับเชิญ หมายเหตุ
2531 บุญชู ผู้น่ารัก โต้ง , เงินตรา
2532 บุญชู 2 น้องใหม่ มหาแจ่ม, บุญมา, รศ.เศรษฐศิริ เปลี่ยนผู้แสดง "เฉื่อย" เป็น นฤพนธ์ ไชยยศ จากเดิมเป็น โรม อิศรา, เปิดตัว "ประพันธ์" (เกรียงไกร อมาตยกุล), เปลี่ยนผู้แสดง "บุญช่วย" เป็น สุเทพ ประยูรพิทักษ์ จากเดิมเป็น นิรุตติ์ ศิริจรรยา
2533 บุญชู 5 เนื้อหอม อำภาวรรณ , อ.สุโต , เรวัต , จันทร์เพ็ญ , สายัณห์ ฉายรวมกับ บุญชู 3 จำจากแม่ และ บุญชู 4 ปีหนึ่ง, เปลี่ยนผู้แสดง "มานี" จาก ญาณี จงวิสุทธิ์ เป็น ปรารถนา สัชฌุกร และ นัท กิจดินันท์ แสดงเป็น "เฉื่อย" แทน เถิน นฤพนธ์ ที่เดินทางไปเรียนต่อที่ เยอรมนี
2534 บุญชู 6 โลกนี้ดีออก สุดสวย น่ารักน่าอยู่ ถ้าหงุ่ย ลลิตา, ทองดี นฤพนธ์ ไชยยศ กลับมาแสดงเป็น "เฉื่อย" โดยมาเฉพาะเสียงผ่านโทรศัพท์ในร้านอาหาร
2536 บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ สตีฟ , ทองดี , อากลม , อาเที่ยง เถิน นฤพนธ์ กลับมารับบท เฉื่อย อีกครั้งหลังจากจบการศึกษา
2538 บุญชู 8 เพื่อเธอ รำเพย, นารายณ์บรรทม, แฉล้ม -
2551 บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู พิม, แอ่น, พี่เหน่ง ทิดรินทร์ เปิดตัวนักแสดงรุ่นลูก
2553 บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ จันทร์ผา, จันทร์หอม, พี่หมอ, ปิงวัง, ยมน่าน, มะขิ่น, อบต เกียรติ กิจเจริญ กำกับภาพยนตร์, ปิดตัวภาคสุดท้าย

ตัวละครหลักแก้ไข

 
นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องบุญชู

ตัวละครที่ปรากฏตัวจนถึงภาคล่าสุดแก้ไข

  • บุญชู บ้านโข้ง เป็นคนสุพรรณ บ้านโข้ง มีแม่ชื่อ บุญล้อม มีพี่ชายชื่อ บุญช่วย และมีหลานชื่อ บัวลอย เป็นลูกพี่ชายของบุญชู เรียนจบจากนิสิตเกษตร (คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)[12] จบปริญญาได้กลายเป็นเกษตรแบบพอเพียงเต็มตัว รวมทั้งมีร้านสะดวกซื้อ แบบบ้านนอกเป็นของตัวเอง ยังคงเป็นคนน่ารักของทุกคนเหมือนเดิม แม้ว่าเวลาจะผ่านมายี่สิบปีแล้ว เสน่ห์ของบุญชู คือ ความใส ความซื่อของตัวบุญชู และ จริยธรรมที่แทรกอยู่ว่าความดีสามารถเอาชนะความชั่ว มีบุตรกับโมลีด้วยกันสามคน คนแรกชื่อ บุญโชค [13] เป็นบุตรหัวปี และอีกสองคนเป็นลูกฝาแฝด [8]
  • ไวยากรณ์ (ไวยากรณ์ กำไร) เป็นคนกรุงเทพฯ สอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย ติดทุกปีแต่ไม่ได้คณะที่ต้องการคือคณะแพทยศาสตร์ ต่อมาสอบติดเรียนจบจาก คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[12] เป็นสัตวแพทย์เพื่อนเก่าของบุญชูและโมลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมพันธุ์ และยังคงเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนๆ
  • นรา (นุ้ย) เป็นคนหาดใหญ่ สงขลา มีนิสัยชอบพูดเร็วและบ้าการเมือง จบจากนิติศาสตร์บัณฑิต (คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง)[12] ที่เล่นการเมืองแล้วสอบตกแล้วสอบตกอีก เป็นทนายความที่ทำให้ลูกความติดตะรางเป็นประจำ ชอบปราศรัยแบบที่ใครฟังไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม มีลูกสาวชื่อ นิ้ง [13]มีนิสัยชอบกิน ข้าวผัดอเมริกัน
  • หยอย (ยงยุทธ) เป็นคนกรุงเทพฯ สอบติดและเรียนจบจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[12] ที่บ้านของหยอยทำขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขายส่งออกจนเป็นอาชีพในปัจจุบันของหยอย ชอบพูดเสียงดังเอ็ดตะโร โดยเฉพาะเวลาที่เผชิญหน้ากับ พี่ปอง ปากหมา เจ้าของร้านอาหารเจ้าประจำ ในภาคแรกๆ ชอบพูดคำติดปากว่า "ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง" หยอยมีลูกชายชื่อ หยอน [13]แต่ยังทะเลาะกับพี่ปองแต่ชอบถูกพี่ปองด่าว่า ไอ้ระยำ เพราะชอบกวนพี่ปองตลอดและหยอยมีคำพูดเวลาสั่งอาหาร ไม่กินแล้ว จะสั่งเหรอ
  • ปอง (พี่ปอง) เจ้าของร้านอาหารเจ้าประจำ ชอบพูดกวนๆกับลูกค้าในร้านเสมอๆ ทำให้ใครๆเรียกว่า ปอง ท่าพระจันทร์ หรือ พี่ปอง ปากหมา ชอบทะเลาะกัดกับหยอย ตั้งร้านอยู่ที่ท่าพระจันทร์ แถวแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันปิดร้านแล้ว ไปเปิดสาขาใหม่ที่เชียงราย [8]โดยปองจะต้องปิดร้านเร็วเพราะกลัวเจ้าของร้านมาหลอกแต่มีความพูดปากเวลาด่าว่า ไอ้ระยำ

ตัวละครรุ่นลูกแก้ไข

  • บุญโชค ลูกชายเพียงคนเดียวของบุญชูและโมลี ซื่อและมีจิตใจดีงามเหมือนพ่อ แต่อารมณ์สนุกสนานเหมือนเด็กรุ่นใหม่ บวชเณรตั้งแต่เล็กๆ ไม่ยอมสึกและเดินธุดงค์ตามอาจารย์ไปหลายประเทศ จนโมลีผู้เป็นแม่ทนไม่ไหว ตามไปสึกและส่งเข้าไปหาทางเรียนหนังสือต่อในกรุงเทพ แต่ก็ไม่ได้ไปสอบ ต่อมาได้ไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง [8]
  • นิ้ง ลูกสาวของนรา เพื่อนคนหนึ่งของบุญชู เรียนรามคำแหงคณะนิติศาสตร์เหมือนพ่อ และทำงานที่ร้านเชสเตอร์กริลล์ไปในเวลาเดียวกันด้วย เป็นคนไม่ค่อยยอมคน ทะเลาะได้แม้แต่พ่อของตัวเอง
  • หยอน ลูกชายของหยอย ที่รูปร่างผอมๆในขณะที่พ่ออ้วน พ่อลูกจึงเรียกกันว่า “ไอ้ผอม” (หยอน) และ “อ้วน” (หยอย) เป็นคนที่มีเรื่องตื่นเต้นมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเสมอหยอนและปพาฬยังแย่งกันจีบแอ่นเสมอเมื่อมีโอกาส
  • ปพาฬ ลูกชายคนเดียวของประพันธ์ ช่างสงสัยคล้ายพ่อ เรียนคณะศิลปศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใช้เวลาว่างหารายได้พิเศษ ด้วยการเปิดหมวกเล่นไมค์โดยหิ้วไวโอลินติดตัวเพื่อความเท่ห์

ตัวละครที่ปรากฏตัวในอดีตแก้ไข

ตัวละครเหล่านี้ ปรากฏตัวเฉพาะในบุญชูภาค 1-8

  • บุญล้อม (แม่บุญล้อม) แม่ของบุญช่วยกับบุญชู เป็นผู้ที่หวังให้บุญชูเพื่อให้บุญชูสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยให้โด่งดังทั่วบ้านโข้ง พอบุญชูจบมหาวิทยาลัย แม่บุญล้อมได้ยกบ้านริมน้ำให้เป็นเรือนหอกับโมรี
  • บุญช่วย บ้านโข้ง พี่ชายของบุญชู มักมีนิสัยเหลวไหล ชอบขอเงินจากแม่บุญล้อม ไปเช่าท่าเรือข้ามฟากคลองสาน แม่บุญล้อมเคยส่งเงินบุญช่วยเรียนต่อแต่บุญช่วยกลับแอบไปแต่งงานจนถูกทิ้ง ต่อมาทำท่าเรือจนขาดทุนจนต้องปิดกิจการไป แล้วร่วมทุนกับเพื่อนบุญชูเปิดร้านอาหารที่บ้านเกิดใช้ชื่อว่า ช่วยโอชา บุญช่วยมีลูกสาวจากภรรยาชื่อว่า บัวลอย และแอบชอบคุณมานี
  • มานี พี่สาวของโมลี มีนิสัยโมโหง่าย เป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำงานโปรดักชั่นเฮ้าส์ ด้านโฆษณา เป็นคนรักน้องสาวมาก มานีต้องการจะให้โมลีใช้ชีวิตที่หรูหราในกรุงเทพฯร่วมกับตน แต่โมลีมาอยู่กับบุญชูที่บ้านโข้ง
  • บัวลอย บ้านโข้ง ลูกสาวของบุญช่วย พี่ชายของบุญชู หลานสาวของบุญชู ชอบพูดคำติดปากว่า "ระวังน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า"

รายชื่อผู้แสดงแก้ไข


ตัวละคร ภาพยนตร์
บุญชู

ผู้น่ารัก

บุญชู 2

น้องใหม่

บุญชู 5

เนื้อหอม

บุญชู 6

โลกนี้ดีออก สุดสวย น่ารักน่าอยู่ ถ้าหงุ่ย

บุญชู 7

รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ

บุญชู 8

เพื่อเธอ

บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู บุญชู

จะอยู่ในใจเสมอ

2531 2532 2533 2534 2536 2538 2551 2553

ตัวละครหลักแก้ไข

บุญชู สันติสุข พรหมศิริ
โมลี จินตหรา สุขพัฒน์
หยอย

(ยงยุทธ)

เกียรติ กิจเจริญ
ไวยากรณ์ วัชระ ปานเอี่ยม
นรา อรุณ ภาวิไล
คำมูล กฤษณ์ ศุกระมงคล
เฉื่อย

(มั่นคง)

โรม อิศรา ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ นัท กิจดินันท์ ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ
ประพันธ์ เกรียงไกร อมาตยกุล
ปอง สมเกียรติ คุณานิธิพงศ์

ผู้แสดงที่ปรากฏตัวในอดีตแก้ไข

บุญล้อม จุรี โอศิริ
บุญช่วย นิรุตติ์ ศิริจรรยา สุเทพ ประยูรพิทักษ์
มานี ญาณี จงวิสุทธิ์ ปรารถนา สัชฌุกร
บัวลอย กัญญาลักษ์ บำรุงรักษ์

ผู้แสดงที่ปรากฏตัวจนถึงภาคล่าสุดแก้ไข

ผู้แสดงที่ปรากฏตัวในอดีตแก้ไข

ผู้แสดงที่ปรากฏตัวเฉพาะภาคแก้ไข

ผู้แสดงรุ่นลูกแก้ไข

เพลงประกอบภาพยนตร์แก้ไข

  • ฉันคือบุญชู : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1 , จะอยู่ในใจเสมอ)
  • รักหรือเรียนดี : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1 , 3)
  • ความหวังยังไม่สาย : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1 , 2)
  • น้ำตาเช็ดหัวเข่า : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1)
  • เพ้อ : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1)
  • หวาน : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1)
  • เพื่อน : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ตั้งแต่ภาค 2)
  • เปลี่ยนรัก : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ตั้งแต่ภาค 2)
  • แล้วเราก็เจอกัน : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 2)
  • เขิน : ขับร้องโดย ธนฉัตร ตุลยฉัตร (บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู)
  • รางวัลแด่คนช่างฝัน : ขับร้องโดย กลุ่มนักแสดง (บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู)
  • จะอยู่ในใจเสมอ : ขับร้องโดย ยืนยง โอภากุล (จะอยู่ในใจเสมอ)
  • แค่บอกว่ารักเธอ : ขับร้องโดย หมีพูห์ (จะอยู่ในใจเสมอ)
  • 1 2 3 4 5 I Love You : ขับร้องโดย เดอะบ๊อทท๊อม บลูส์ (จะอยู่ในใจเสมอ)

ผู้ทำเพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์แก้ไข

รางวัลแก้ไข

บุญชูผู้น่ารัก
บุญชู 2 น้องใหม่ [15]
บุญชู 5 เนื้อหอม [16]
บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ [17]
บุญชู 8 เพื่อเธอ [18]

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.thaicinema.org/kits122boonchoole.asp
  2. รายการ แฟนพันธุ์แท้ปี 2008 เรื่อง บุญชู ผู้น่ารัก ออกอากาศในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
  3. โครงการ ๑๐๐ หนังไทยที่คนไทยควรดูในมิติภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญา
  4. ทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ ๓
  5. ประกาศขึ้นทะเบียนภาพยนตร์ไทย 25 เรื่อง เป็นมรดกชาติ
  6. ภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ ๓
  7. ย้อนรำลึก ถึง บุญชู กัน
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 8.4 ภาพยนตร์ บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ (2551) .
  9. ไฟว์สตาร์ หวนรำลึกบุญชู ออกฉายทีวีก่อนสร้างภาค 9
  10. 100 อันดับหนังไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาล
  11. มยุรี อำนวยพร, ที่สุดของหนังเด่น-หนังโดนแห่งปี
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 12.5 12.6 12.7 ภาพยนตร์ บุญชู 2 น้องใหม่ (2532) .
  13. 13.0 13.1 13.2 13.3 ภาพยนตร์ บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู (2553) .
  14. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=50
  15. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=49
  16. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=48
  17. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=45
  18. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=43

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข