กองพลทหารราบที่ 5 (อักษรย่อ: พล.ร.๕.) เป็นกองพลทหารราบของกองทัพบกไทย ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพภาคที่ 4 หน่วยนี้ประกอบด้วยกรมทหารราบที่ 5,[4] กรมทหารราบที่ 15[5] และกรมทหารราบที่ 25[6]

กองพลทหารราบที่ 5
พล.ร.๕
เครื่องหมายหน่วย
ประจำการ19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482–ปัจจุบัน
ประเทศไทย
เหล่า กองทัพบกไทย
รูปแบบทหารราบ
บทบาททหารราบ
กำลังรบกองพลทหารราบ
ขึ้นกับกองทัพภาคที่ 4
กองบัญชาการค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80310
ปฏิบัติการสำคัญสงครามโลกครั้งที่สอง

การทัพมาลายา
สงครามเย็น

ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้[1]
เว็บไซต์http://www.infdiv5.com/main.html (ไทย)
ผู้บังคับบัญชา
ผู้บัญชาการปัจจุบันพล.ต.[2] อภินันท์ แจ่มแจ้ง[3]

ประวัติ

ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ที่จะเกิดขึ้นในญี่ปุ่น ที่ตอนนั้นเป็นมหาอำนาจในเอเชีย ทรัพยากรของพันธมิตรเป็นวัตถุดิบในการขยายอำนาจทางทหาร รัฐบาลซึ่งนำโดยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย เห็นว่าพื้นที่ทางภาคใต้ใกล้อันตราย และไม่มีหน่วยทหารที่จะปกป้องอธิปไตย จอมพล ผิน ชุณหะวัณ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารบกไทยในขณะนั้น ได้ขอขยายหน่วยทหารราบและกองพันทหารปืนใหญ่ในภาคใต้ของประเทศไทย โดยพิจารณาการตั้งหน่วยจากเหนือจรดใต้ตามยุทธศาสตร์ ได้แก่[7]

สงครามฝรั่งเศส-ไทย (พ.ศ. 2483–2484)

นายกรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการจัดตั้งหน่วยทหารหลักแห่งแรกแยกออกจากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 11 จังหวัดเพชรบุรี เดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติงานที่ค่ายคอหงส์ (ค่ายเสนาณรงค์) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 และปีต่อ ๆ ไป ครั้นปี พ.ศ. 2484 ที่สงครามฝรั่งเศส-ไทย กองทัพได้สั่งกองพันในภาคใต้ให้เป็นหน่วยสำรอง ในภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ จนกระทั่งสิ้นสุดภารกิจกลับมา[7]

การบุกครองไทยของญี่ปุ่น (พ.ศ. 2484)

ในปี พ.ศ. 2484 เมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นถูกไทยโจมตีขณะไปยังพม่าและมาเลเซียเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 โดยกองทหารขึ้นฝั่งทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ นครศรีธรรมราช, สงขลา และปัตตานี ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก การต่อต้านของไทยได้เกิดวีรกรรมของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ และได้สร้างอนุสาวรีย์ให้แก่วีรบุรุษเหล่านั้น เช่น เจ้าพ่อจ่าดำ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช, ขุนอิงคยุทธบริหาร ที่จังหวัดปัตตานี และขุนนันทเสนีย์ เสนาณรงค์ ที่จังหวัดสงขลา ฯลฯ จากการทำศึกในครั้งดังกล่าว ญี่ปุ่นไม่ประสบความสำเร็จในการยกพลขึ้นบก และไทยป้องกันญี่ปุ่นบุกพม่า และมาเลเซีย[7]

ประเทศไทยมีทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจำนวน 26,500 นาย พร้อมกับกองกำลังสำรองซึ่งทำให้กองทัพมีจำนวนมากถึง 50,000 นาย

กองทัพบกไทยเริ่มจัดตั้งหน่วยทหารใหม่ในคาบสมุทรกระรวมถึง:[8]

  • เทศบาลเมืองชุมพร
    • กองพันทหารราบที่ 38 ประจำการที่บ้านนาเนียน ตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร (9 กม. จากศาลากลางจังหวัด)
  • เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
    • กองพันทหารราบที่ 39 ประจำการที่ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 15 ประจำการอยู่ที่ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
    • กองบัญชาการกองพลที่หก ที่ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • เทศบาลนครตรัง
    • กองพันทหารราบที่ 40
  • เทศบาลนครสงขลา
    • กองพันทหารราบที่ 5 ประจำการที่ตำบลเขาค้อหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งโอนย้ายจากบางซื่อมาที่หาดใหญ่โดยรถไฟทหารเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2483 โดยเป็นหน่วยแรกที่กรีธาทัพสู่ทางใต้
    • กองพันทหารราบที่ 41 ประจำการที่สวนตูล ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 ประจำการที่สวนตูล ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
  • จังหวัดปัตตานี
    • กองพันทหารราบที่ 42 ประจำการที่ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

วิกฤตการณ์มาลายา (พ.ศ. 2491–2503)

ในปี พ.ศ. 2492 ประเทศไทยและมาเลเซียร่วมปฏิบัติการต่อสู้กองโจรคอมมิวนิสต์มาลายา ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา[7]

การก่อการกำเริบคอมมิวนิสต์ในประเทศมาเลเซีย และการก่อการกำเริบคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย (พ.ศ. 2508–2532)

ในปี พ.ศ. 2508 ยุคคอมมิวนิสต์ภายใต้การนำของจีนมีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเป็นเป้าหมายสำคัญในฐานะทฤษฎีโดมิโน ในขณะที่กองทัพบกไทยมีการวิเคราะห์ภัยคุกคามถลำลึกของประเทศไทย 1–2 ทศวรรษ ในกรณีคัดค้านกองทหารต่างชาติ ที่อาจยกทัพไปตามชายฝั่ง จึงมีการขยายหน่วยทหารในภาคใต้ของประเทศไทย อันเป็นหน่วยระดับกองพล และในวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2518 กองพลทหารราบที่ 5 ได้จัดตั้งขึ้น เพื่อควบคุมหน่วยสองกรมผสม ครั้งแรกในอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาได้ย้ายกองบัญชาการกองพลไปยังค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ เพื่อปราบปรามโจรคอมมิวนิสต์มลายาเป็นเวลาสี่ปี โดยประเทศไทยได้สูญเสียกองทัพและยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก กระทั่งวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 ก็ได้ย้ายกองบัญชาการกองพลไปยังค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จวบจนปัจจุบัน[9][10]

หน่วยขึ้นตรง พล.ร.๕

กองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 5

  • กองพลทหารราบที่ 5
    • กรมทหารราบที่ 5[4]
      • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5
      • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5
      • กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5
    • กรมทหารราบที่ 15[5]
      • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15
      • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15
      • กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15
    • กรมทหารราบที่ 25[6]
      • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 25
      • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25
      • กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 25
    • กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5
      • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5
      • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 15 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5
      • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5
      • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 105 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5[11]
    • กองพันทหารม้าที่ ๑๖ กองพลทหารราบที่ ๕[12]
    • กองพันทหารช่างที่ ๕ กองพลทหารราบที่ ๕[13]
    • กองพันทหารสื่อสารที่ ๕ กองพลทหารราบที่ ๕[14]
    • กองพันเสนารักษ์ที่ ๕ กองพลทหารราบที่ ๕[15]
    • กองสรรพาวุธเบา กองพลทหารราบที่ ๕
    • กองทหารพลาธิการ กองพลทหารราบที่ ๕

ทำเนียบผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5

  1. พล.ต.สนั่น ยุทธสารประสิทธิ์ (พ.ศ. 2518 - 2519)
  2. พล.ต.ยุทธศักดิ์ คล่องตรวจโรค (พ.ศ. 2519 - 2522)
  3. พล.ต.ปรีชา ฉวีพัฒน์ (พ.ศ. 2522 - 2524)
  4. พล.ต.ปัญญา สิงห์ศักดา (พ.ศ. 2524 - 2526)
  5. พล.ต.จาป เอี่ยมศิริ (พ.ศ. 2526 - 2528)
  6. พล.ต.กิตติ รัตนฉายา (พ.ศ. 2528 - 2531)
  7. พล.ต.สมเจตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ (พ.ศ. 2531 - 2532)
  8. พล.ต.ปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์ (พ.ศ. 2532 - 2534)
  9. พล.ต. วินิจ กระจ่างสนธ์ (พ.ศ. 2534 - 2535)
  10. พล.ต.สุวินัย บริบูรณ์นางกูล (พ.ศ. 2535 - 2536)
  11. พล.ต. สุรพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา (พ.ศ. 2536 - 2540)
  12. พล.ต. พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิทธิ์ (พ.ศ. 2540 - 2545)
  13. พล.ต. วิโรจน์ บัวจรูญ (พ.ศ. 2545 - 2547)
  14. พล.ต.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร (พ.ศ. 2547 - 2548)
  15. พล.ต.กสิกร คีรีศรี (พ.ศ. 2548 - 2549)
  16. พล.ต.เด่นชัย เชวงโชติ (พ.ศ. 2549 - 2550)
  17. พล.ต.เดชา กิ่งวงษา (พ.ศ. 2550 - 2552)
  18. พล.ต. สุภัช วิชิตการ (พ.ศ. 2552 - 2553)
  19. พล.ต. ธฤทธิ์ สุนทร (พ.ศ. 2553 - 2555)
  20. พล.ต.นพวงศ์ สุรวิชัย (พ.ศ. 2555 - 2556)
  21. พล.ต.เรืองศักดิ์ สุวรรณนาคะ (พ.ศ. 2556 - 2557)
  22. พล.ต.คุณวุฒิ หมอแก้ว (พ.ศ. 2557 - 2558)
  23. พล.ต.วรพล วิศรุตพิชญ์ (พ.ศ. 2558 - 2559)
  24. พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน (พ.ศ. 2559 - 2561)
  25. พล.ต.กฤษดา พงษ์สามารถ (พ.ศ. 2561 - 2562)
  26. พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ (พ.ศ. 2562 - 2562)
  27. พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค (พ.ศ. 2562 - 2564)
  28. พล.ต.วรเดช เดชรักษา (พ.ศ. 2564 - 2566)
  29. พล.ต.อภินันท์ แจ่มแจ้ง (พ.ศ. 2566 - ปัจจุบัน)

ยศทหารเป็นยศขณะดำรงตำแหน่งและในวงเล็บเป็นระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 "45 ปี กองพลทหารราบที่ 5 จาก …ปราบปรามคอมมิวนิสต์มาลายา สู่...ความมั่นคง ด้ามขวานยัน ปัญหาชายแดนใต้". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-07-17. สืบค้นเมื่อ 2020-07-17.
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารชั้นนายพล ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอน 39 ข หน้า 12 วันที่ 30 สิงหาคม 2566
  3. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอน 209 ง หน้า 28 วันที่ 30 สิงหาคม 2566
  4. 4.0 4.1 "กรมทหารราบที่ 5 จัดทำโครงการ "คนไทยไม่ทิ้งกัน" - กองทัพบก". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-07-17. สืบค้นเมื่อ 2020-07-17.
  5. 5.0 5.1 "ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 เยี่ยมการฝึกทหารใหม่ พร้อมกำชับครูฝึกห้ามใช้ความรุนแรง". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-07-17. สืบค้นเมื่อ 2020-07-17.
  6. 6.0 6.1 ผบ.พล.ร.5 ยันไร้ 'โรฮีนจา' หลบหนีเข้าไทย
  7. 7.00 7.01 7.02 7.03 7.04 7.05 7.06 7.07 7.08 7.09 ประวัติและความเป็นมา - กองพลทหารราบที่ 5
  8. "สงครามมหาเอเซียบูรพา – ก่อนจะถึงวันวีรไทย". samphan. I See History dot com. September 2009. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-12-15. สืบค้นเมื่อ 8 August 2010.
  9. Chin Peng, pp.479–80
  10. NIE report
  11. กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 105 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 ราชาแห่งสนามรบ
  12. สุดฮือฮา!! ทหารหนุ่มแห่ขันหมาก 99 ขันแต่งเมีย - สยามรัฐ
  13. กองพันทหารช่างที่ 5 จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง
  14. "กองทัพภาพที่ 4 ส่งทหารกองพันทหารสื่อสารที่ 5 ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ในพื้นที่ 4 อำเภอ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-07-17. สืบค้นเมื่อ 2020-07-17.
  15. ผบ.พล.ร.5 สั่งเบิกตัว 'จ่าจำปา' ไปเยี่ยมแม่ที่ตรังแล้ว - Thai Post

แหล่งข้อมูลอื่น