อิทธิเดช แก้วหลวง

นายอิทธิเดช แก้วหลวง (เกิด 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงราย เขต 6 ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันสังกัดพรรคเพื่อไทย

อิทธิเดช แก้วหลวง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 (56 ปี)
พรรคการเมือง เพื่อไทย

ประวัติแก้ไข

อิทธิเดช แก้วหลวง เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 เป็นบุตรของนายเอ็ม และนางทวีรัตน์ แก้วหลวง มีพี่น้อง 2 คน สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา สมรสกับนางจิตต์อนงค์ มีบุตร 2 คน

งานการเมืองแก้ไข

ปี พ.ศ. 2544 ได้รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในสังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมาอีก 3 ครั้ง

อนึ่ง นายอิทธิเดชเคยเป็นที่ปรึกษา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2545, ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2546, ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2547 และที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2548 รวมทั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร ระหว่าง พ.ศ. 2552 - 2554

เขาลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงรายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง[1]

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแก้ไข

อิทธิเดช แก้วหลวง ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 4 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 จังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคไทยรักไทย
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 จังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคไทยรักไทย
  3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 จังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคพลังประชาชน
  4. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 จังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคเพื่อไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. พลวุฒิ สงสกุล (19 กันยายน 2561). "แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เตรียมหย่อนบัตรปี 62 ส.ส. ลด 23 จังหวัด อีสานหด 10 ที่นั่ง". THE STANDARD. สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2562.
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข