สโมสรฟุตบอลเอ็กซิเตอร์ซิตี

พิกัดภูมิศาสตร์: 50°43′51″N 3°31′15″W / 50.7307°N 3.5208°W / 50.7307; -3.5208

สโมสรฟุตบอลเอ็กซิเตอร์ซิตี (อังกฤษ: Exeter City Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลระดับอาชีพ ตั้งอยู่ที่เมืองเอ็กซิเตอร์ ในประเทศอังกฤษ ปัจจุบันลงทำการแข่งขันอยู่ในระดับฟุตบอลลีกทู และมีชื่อเล่นว่า เดอะกรีเชียนส์(The Grecians) ปัจจุบัน เอ็กซิเตอร์ซิตีเป็นเพียง 1 ใน 4 สโมสรในระดับฟุตบอลลีกของอังกฤษ ที่แฟนบอลถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันเป็นเจ้าของสโมสรผ่านกองทุนรวมผู้สนับสนุนสโมสร

เอ็กซิเตอร์ซิตี
Exeter City FC
ชื่อเต็มExeter City Football Club
ฉายาThe Grecians, City
ก่อตั้งค.ศ. 1904 (ในชื่อเซนต์ ซิดเวล ยูไนเต็ด)
สนามเซนต์เจมส์พาร์ค, เอ็กซิเตอร์
Ground ความจุ8,541 คน[1]
ประธานตำแหน่งว่าง
ผู้จัดการอังกฤษ พอล ทิสเดล
ลีกลีกทู
2014–15ลีกทู, อันดับที่ 10
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม

ประวัติแก้ไข

สโมสรฟุตบอลเอ็กซิเตอร์ซิตี ถูกก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1904 จากการควบรวมของสองสโมสรฟุตบอลที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นในเมืองเอ็กซิเตอร์ ประกอบด้วย สโมสรฟุตบอลเอ็กซิเตอร์ยูไนเต็ด(ปี ค.ศ. 1890- ค.ศ. 1904) และสโมสรฟุตบอลเซนต์ซิดเวลส์ยูไนเต็ด โดยเลือกใช้สนามเหย้าของสโมสรเอ็กซิเตอร์ยูไนเต็ด คือสนามเซนต์เจมส์พาร์ค(มีชื่อเหมือนกันกับสนามเหย้าของสโมสรนิวคาสเซิลยูไนเต็ด และสโมสรแบร็คลีย์ทาว์น) เป็นสนามเหย้าของทีม และใช้ชุดแข่งสีเขียว-ขาว ของสโมสรเซนต์ซิดเวลส์ยูไนเต็ด พร้อมทั้งเริ่มทำการลงแข่งขันในฟุตบอลลีกเดวอนตะวันออก ก่อนจะเปลี่ยนสีชุดแข่งเป็นเสื้อลายทางสีแดง-ขาวในปี ค.ศ. 1910

สโมสรฟุตบอลเอ็กซิเตอร์ซิตี ได้เดินทางออกทัวร์ไปยังทวีปอเมริกาใต้ ในปีค.ศ. 1914 และลงทำการแข่งขันทั้งหมดจำนวน 8 เกม กับทีมในประเทศอาร์เจนตินา และประเทศบราซิล โดยที่มีนัดประวัติศาสตร์ในเกมสุดท้ายของทัวร์ เป็นการลงเล่นพบกับฟุตบอลทีมชาติบราซิล ซึ่งเป็นการลงแข่งขันฟุตบอลอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทีมชาติบราซิล เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1914 ที่สนามเอสตาดิโอ ดาส ลารานเจราส สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลฟลูมิเนนเซ ในกรุงรีโอเดจาเนโร[2][3]

ต่อมาในปีค.ศ. 1920 เอ็กซิเตอร์ซิตี ได้รับคำเชิญจากฟุตบอลลีก ให้เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งของฟุตบอลลีกดิวิชันสาม และทำการแข่งขันอยู่ในระดับฟุตบอลลีกนานถึง 83 ปี ก่อนที่จะตกชั้นไปเล่นในฟุตบอลคอนเฟเรนซ์ในปีค.ศ. 2003 และด้วยปัญหาเรื่องฐานะทางการเงินของสโมสร และคดีความของผู้บริหารเดิม กองทุนรวมของผู้สนับสนุนได้เข้าถือกรรมสิทธิ์ของสโมสร ต่อมาในเดือนมกราคม ค.ศ. 2005 เอ็กซิเตอร์ซิตี ได้รับการจับสลากให้พบกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในรายการฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ และเป็นทีมเยือนฟุตบอลนอกลีกที่สามารถไปยันผลเสมอ 0-0 ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ก่อนกลับมาเล่นนัดเหย้าที่สนามเซนต์เจมส์พาร์ค ซึ่งรายได้ส่วนแบ่งจากการแข่งขันทั้งสองนัด ได้ช่วยเหลือฐานะทางการเงินที่ย่ำแย่ของสโมสรในขณะนั้นได้ เอ็กซิเตอร์ซิตีสามารถกลับขึ้นมาเล่นในระดับฟุตบอลลีกได้อีกครั้งหนึ่งในปีค.ศ. 2008 ด้วยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลเคมบริดจ์ยูไนเต็ด 1-0 ในการแข่งขันเพลย์ออฟรอบชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์[4] และจบฤดูกาลในอันดับที่สองของลีกทูในฤดูกาลถัดมา ทำให้สามารถเลื่อนชั้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน[5] ขึ้นไปทำการแข่งขันในลีกวัน ก่อนจะตกชั้นกลับมายังลีกทูในปีค.ศ. 2012

ปัจจุบันเอ็กซิเตอร์ซิตี มีพอล ทิสเดลเป็นผู้จัดการทีมตั้งแต่ปีค.ศ. 2006 ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรในฟุตบอลลีกที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานเป็นอันดับสองรองจากอาร์แซน แวงแกร์ของสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล

สโมรสรคู่แข่งแก้ไข

สโมสรฟุตบอลเอ็กซิเตอร์ซิตี มีสโมสรฟุตบอลคู่แข่งในย่านมณฑลเดวอน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ประกอบด้วยสโมสรฟุตบอลพลีมัธอาร์ไกล์ และสโมสรฟุตบอลทอร์คีย์ยูไนเต็ด[6] เกมการแข่งขันที่เป็นคู่การพบกันระหว่างสโมสรทั้งสามจะถูกเรียกว่า เดวอนดาร์บี[7][8]

แฟนบอลของสโมสรแก้ไข

ในปัจจุบัน แฟนบอลของเอ็กซิเตอร์ซิตีต่างถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันเป็นเจ้าของสโมสร ผ่านช่องทางกองทุนรวมผู้สนับสนุนสโมสร และมีแฟนบอลบางส่วนที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น คริส มาร์ติน นักร้องนำวงโคลด์เพลย์[9] เอเดรียน เอ็ดมอนด์สัน นักแสดงและศิลปินตลก[10] 'อัลฟอนโซ' เรย์มอนด์ ชาร์แลนด์ มือกลองของวงเดอะฮูซิเออร์ส[11] โนเอล เอ็ดมอนดส์ ผุ้ประกาศและดีเจวิทยุบีบีซีเรดิโอวัน รวมถึงนักร้องชื่อดัง โจส สโตน ซึ่งเติบโตและอาศัยอยู่ในเดวอนมาตั้งแต่อายุ 8 ปี ได้ร่วมลงชื่อเป็นสมาชิกกองทุนรวมผู้สนับสนุนสโมสร และได้รับการเปิดตัวกับแฟนบอลในเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกคัพ ที่เอ็กซิเตอร์ซิตีพบกับ ลิเวอร์พูล[12][13] ในปีค.ศ. 2002 ราชาเพลงป็อบไมเคิล แจ็กสันได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์ของสโมสร และได้มาโชว์ตัวที่สนามเซนต์เจมส์พาร์คพร้อมกับยูริ เกลเลอร์ ผู้มีชื่อเสียงด้านการโชว์พลังจิต ซึ่งเป็นกรรมการของสโมสรด้วย[14]

ผู้เล่นชุดปัจจุบันแก้ไข

  • ผู้เล่นฤดูกาล 2015-2016

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
1 GK   บ็อบบี โอเลจนิก
2 DF   แดนนี บัทเทอร์ฟิลด์ (ผู้เล่น-ผู้ฝึกสอน) )
3 DF   เคร็ก วูดแมน
4 MF   เดวิด โนเบิล
5 DF   เจมี แม็คอัลลิสเตอร์
6 DF   คริสเตียน ริเบโร
7 MF   ไรอัน ฮาร์ลีย์
8 MF   แม็ตต์ โอคลีย์ (กัปตัน)
10 MF   ลี โฮล์มส์
11 MF   แอร์รอน เดวีส์
13 MF   คลินตัน มอร์ริสัน
14 DF   อเล็กซ์ นิโคลส์
15 DF   จอร์แดน มัวร์-เทย์เลอร์
16 FW   วิล ฮอสกินส์
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
19 MF   เอ็มมานูเอล โอเยเลเค
20 FW   ทอม นิโคลส์
21 GK   เจมส์ ฮามอน
22 MF   เดวิด วีเลอร์
23 MF   ทอม แม็คเครียดี
26 DF   จอร์แดน ทิลล์สัน
27 FW   แมทท์ เจย์
29 FW   ออลลี วัทคินส์
30 GK   คริสทีย์ พิม
31 FW   โจเอล แกรนท์
33 DF   โจช รีด
34 MF   โจ ชาร์ลส์
35 FW   คาเมรอน กิลล์
39 DF   ทรอย บราวน์

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัวแก้ไข

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
18 FW   เจมี รีด (ยืมตัวไป ทรูโร ซิตี)[15]
24 MF   อเล็กซ์ ไบร์น (ยืมตัวไป เวสทัน-ซูเปอร์-มาเร)[16]
25 DF   คอนเนอร์ ไรลีย์-โลว์ (ยืมตัวไป ทรูโร ซิตี)[17]
28 MF   เจสัน โพพ (ยืมตัวไป เวสทัน-ซูเปอร์-มาเร)[16]

ผู้เล่นชุดต่ำกว่า 18 ปีแก้ไข

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
- GK   คาวานาจฮ์ คีเดล
- DF   โทบี ดาว์น
- DF   แบรนดอน กรีน
- DF   ชาร์ลี แมดเดน
- MF   วิลล์ บาบบ์
- MF   แดน เฮย์ฟิลด์
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
- MF   สก็อตต์ เมอร์ริทท์
- MF   มุสตาฟา เรเฮมี
- MF   วิลล์ ริชาร์ดส์
- FW   ดีน บิลลิงซ์ลีย์
- FW   เจมี ฮาร์คเนสส์
- FW   แฟรงค์ โรเซนวอล์ด

หมายเลขเสื้อที่ถูกยกเลิกแก้ไข

9  อดัม สแตนส์ฟิลด์, กองหน้า (2006–10) – เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เล่นที่เสียชีวิต.[18]

ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประจำสโมสรแก้ไข

ตำแหน่ง ชื่อ
รองประธานสโมสร   จูเลียน แทกก์
ผู้อำนวยการฟุตบอล   สตีฟ เพอร์รีแมน
ผู้จัดการทีม   พอล ทิสเดล
ผู้ฝึกสอนและนักวิเคราะห์   แกร์รี เฮย์ล็อก
ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู   เมล กวินเนทท์
นักกายภาพบำบัด   เกรแฮม แม็คอานัฟฟ์[19]
หัวหน้าฝ่ายฝึกสอนชุดเยาวชน   ไซมอน เฮย์เวิร์ด
ผู้จัดการทีมชุดอายุต่ำกว่า 18 ปี   ลี สไคร์ม
เจ้าหน้าที่ฟุตบอลชุมชน   เจมี วิทเทิลส์
เจ้าหน้าที่พัฒนาการกีฬา   สก็อตต์ วอล์คเกอร์
เจ้าหน้าที่พัฒนาการกีฬา   แดนนี แฮร์ริส

อ้างอิงแก้ไข

  1. "All You Need To Know About Exeter City". Exetercityfc.co.uk. สืบค้นเมื่อ 2011-10-23.
  2. Bellos, Alex (31 May 2004). "Grecians paved way despite kick in teeth". London: The Guardian. สืบค้นเมื่อ 15 May 2009.
  3. "Exeter fix dream date against Brazil". London: The Daily Telegraph. 23 April 2004. สืบค้นเมื่อ 20 May 2009.
  4. Whyatt, Chris (18 May 2008). "Exeter 1–0 Cambridge Utd". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 October 2013.
  5. "Rotherham 0–1 Exeter". BBC Sport. 2 May 2009. สืบค้นเมื่อ 22 October 2013.
  6. "Rivalry Uncovered!" (PDF). Football Fan Census. สืบค้นเมื่อ 7 February 2012.
  7. "Goodman fuming after defeat". BBC Sport. 12 February 2003. สืบค้นเมื่อ 7 February 2012.
  8. "Boss excited at prospect of another Devon derby". Exeter Express & Echo. 30 August 2011. สืบค้นเมื่อ 7 February 2012.
  9. Coldplay guitarist: 'I'd give it all up for Tottenham Hotspur'NME News. Retrieved 3 June 2010
  10. It’s fun down here... life outside the Premier LeagueThe Independent. Retrieved 3 June 2010
  11. http://www.goal.com/en-gb/news/3269/league-two/2014/01/17/4546399/famous-fan-the-hoosiers-exeter-city
  12. Pride in defeat for Exeter City – Exeter Express and Echo (This Is Devon). Retrieved 25 August 2011
  13. Joss Stone Joins The Trust – Exeter City Football Club, The Official Website . Retrieved 26 August 2011
  14. Jackson made Exeter FC directorBBC News. 3 July 2002. Retrieved 1 May 2011
  15. "Jamie Reid: Exeter City striker loaned to Truro City". BBC Sport. 29 September 2015. สืบค้นเมื่อ 5 October 2015.
  16. 16.0 16.1 "Jason Pope and Alex Byrne join Weston-super-Mare on loan". Exeter City FC. 17 July 2015.
  17. "Connor Riley-Lowe: Truro City sign Exeter defender on loan". BBC Sport. 21 July 2015. สืบค้นเมื่อ 22 July 2015.
  18. "Club Retires Number 9 Shirt". exetercityfc.co.uk. 20 August 2010. สืบค้นเมื่อ 22 August 2010.
  19. "Paul Tisdale frustrated by his worst-ever Exeter City injury crisis". Western Morning News. สืบค้นเมื่อ 16 June 2015.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข