สุปาณี พุกสมบุญ

สุปาณี พุกสมบุญ (13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2467 – 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563) ชื่อเล่น เจี๊ยบ นักร้องยุคต้นของวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และ วงดนตรีสุนทราภรณ์ เจ้าของฉายา "เสียงมีดกรีดสังกะสี" ด้วยเสียงที่เล็กและแหลมมากจนเป็นเอกลักษณ์ และเป็นนักร้องต้นฉบับเพลงมองอะไร บ้านใกล้เรือนเคียง(บ้านเรือนเคียงกัน)ที่มีชื่อเสียงมากจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เจ้าของฉายา เสียงมีดกรีดสังกะสี

สุปาณี พุกสมบุญ
เกิด13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2467
ปกิต พุกสมบุญ
เสียชีวิต13 สิงหาคม พ.ศ. 2563 (96 ปี)
คู่สมรสสริ ยงยุทธ (ถึงแก่กรรม)
บุตร4 คน
อาชีพนักร้อง
ปีที่แสดงพ.ศ. 2483 - 2563
ผลงานเด่นเจ้าชู้ประตูดิน มองอะไร บ้านเรือนเคียงกัน ดาวเย้ยเดือน หาดแสนสุข

ประวัติแก้ไข

สุปาณี พุกสมบุญ มีชื่อเดิมว่า "ปกิต พุกสมบุญ" เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2467 ที่บ้านหม้อ จังหวัดพระนคร เริ่มต้นการศึกษาด้านนาฏศิลป์ด้วยการเข้าไปฝึกรำละครในวังหลวง ท่าเตียน และเคยได้แสดงที่โรงละครสวนมิสกวัน จนกระทั่งกรมมหรสพถูกยุบแล้วโอนย้ายไปอยู่กับกรมศิลปากร จึงได้ออกมาเรียนที่โรงเรียนบำรุงวิทยา หลังกรมโฆษณาการ ร่วมรุ่นกับเลิศ ประสมทรัพย์ และ สมพงษ์ ทิพยะกลิน จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2482 โดยก่อนหน้านี้ได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนหุตะวนิชแล้ว ในช่วงนี้สุปาณีได้ไปอัดแผ่นเสียงเพลงกสิกร ประกอบภาพยนตร์เรื่องหนามรัก ของทิดเขียว (สิน สีบุญเรือง) นับได้ว่าเป็นเพลงแรกที่ได้บันทึกเสียง

สุปาณี พุกสมบุญ ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคชราเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 นาฬิกา สิริอายุ 96 ปี 6 เดือน

การทำงานแก้ไข

สุปาณี พุกสมบุญเริ่มต้นชีวิตการทำงานครั้งแรกเป็นแคชเชียร์ที่ร้านผลิตผลไทย ตรงข้ามศาลาเฉลิมกรุง เนื่องจากในขณะนั้นไม่รู้สึกว่าการรับราชการเป็นงานที่เหมาะกับตนเองนัก เมื่ออายุ 14 ปี ในระยะนั้นสมจิตร เที่ยงธรรม ได้มาชักชวนให้เข้าร่วมประกวดนางงามรัฐธรรมนูญหรือปัจจุบันคือ นางสาวไทยในปีนั้นสว่างจิตต์ คฤหานนท์ (คุณหญิงสว่างจิตต์ หงสกุลในปัจจุบัน) ได้เป็นนางงามรัฐธรรมนูญ สุปาณีจึงตกรอบ ในครั้งนั้นได้รู้จักกับพรพรรณ วรรณมาศ นักแสดงละครวิทยุคณะจารุกนกที่เข้าประกวดในครั้งนั้นด้วย (พรพรรณ วรรณมาศ เป็นมารดาของไพโรจน์ สังวริบุตร)

สำหรับชีวิตการร้องเพลงในวงดนตรีกรมโฆษณาการนั้น สุปาณีได้รับการชักชวนจากสรรพสิริ วิรยศิริ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศของกรมโฆษณาการในขณะนั้น ได้มาชักชวนสุปาณีให้เข้าไปทำงานที่กรมโฆษณาการ โดยในขณะนั้นมีนักร้องอยู่เพียง 2 คน คือ นางสาวจุรี โมรากุล (มัณฑนา โมรากุล) และนางสาวรุจี อุทัยกร เมื่อ พ.ศ. 2483 สำหรับเพลงที่สุปาณีนำมาทดสอบเสียงเพี่อเข้าวงนั้น คือเพลงขวัญของเรียม ผลงานของพรานบูรพ์ ผลปรากฏว่า สุปาณีได้บรรจุเป็นคีตศิลปิน แผนกบันเทิง กรมโฆษณาการ เมื่ออายุ 16 ปี ได้เงินเดือน 15 บาท

เมื่ออยู๋ที่วงดนตรีกรมโฆษณาการ ชื่อ "ปกิต พุกสมบุญ" ได้ถูกเปลี่ยนไป โดยเสวกเอกพระยาบำรุงราชบริพาร (เสมียน สุนทรเวช)เห็นว่า ชื่อปกิตไปเหมือนผู้ชาย ชื่อสุปาณี พุกสมบุญจึงเริ่มต้นขึ้นตอนนั้น โดยในระยะที่อยู่ในวงเป็นระยะที่เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา เพลงที่ร้องจึงมักเป็นเพลงปลุกใจ โดยสุปาณีจะต้องนั่งรถรางจากบ้านที่บางลำภูไปร้องที่ศาลาแดงทุกวัน ส่วนเพลงแนวอื่นๆ ที่สุปาณีร้อง มักจะเป็นเพลงเร็ว และค่อนข้างสนุกสนาน เนื่องด้วยเสียงอันแหลมและเล็กของสุปาณีนั่นเอง เช่น เพลงมองอะไร เพลงบ้านใกล้เรือนเคียง เพลงชีวิตกับความสุข เพลงรักแม่เอ๊ย

ครอบครัวแก้ไข

สุปาณี พุกสมบุญ สมรสกับครูสริ ยงยุทธ นักเปียโนของวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และวงดนตรีสุนทราภรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2487 จึงต้องลาออกจากราชการตามระเบียบในสมัยนั้นเมื่อปีพ.ศ. 2495 แต่ยังกลับมาช่วยร้องเพลงกับวงบ้างเป็นครั้งคราว โดยมักไปร่วมงานในนามวงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่งเป็นวงนอกราชการของครูเอื้อ สุนทรสนาน และยังร้องเพลงให้กับวงดนตรีสุนทรจามร ของครูเวส สุนทรจามรในชื่อลัดดาวัลย์ พันธ์ชาติ รวมไปถึงร้องเพลงอื่นๆ อยู่บ้างในระยะหลัง เช่น รักอย่าลวง (ผลงานครูพยงค์ มุกดา),สายตาสายใจ เป็นต้น

สุปาณี พุกสมบุญ มีบุตรกับครูสริ ยงยุทธ 4 คน คือ เสกสรร ยงยุทธ (เกิด 2488) วิทยา ยงยุทธ (เกิด 2490) ศุภสิทธิ์ ยงยุทธ (เกิด 2493) และนุสรา ยงยุทธ (เกิด 2494) ซึ่งทั้ง 4 คน ล้วนแล้วแต่เป็นนักดนตรีทั้งสิ้น โดยเสกสรรถนัดการเล่นเปียโนตามรอยบิดา ส่วนวิทยา และศุภสิทธิ์ถนัดการเล่นกีตาร์ และนุศราถนัดการเล่นออร์แกนไฟฟ้า โดยปัจจุบันสุปาณีพักอยู่ทีบ้านย่านถนนจักรพรรดิพงษ์ ใกล้วัดแคนางเลิ้ง แต่บางครั้งก็ไปพักที่บ้านบุตรสาวคนเล็กที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีบ้างเป็นบางครั้ง

ผลงานเพลงแก้ไข

สุปาณี พุกสมบุญ มีผลงานการขับร้องเพลงไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่จะร้องกับวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และ วงดนตรีสุนทราภรณ์ โดยไม่ค่อยร้องเพลงข้างนอกวงนัก สำหรับเพลงที่สุปาณี พุกสมบุญขับร้อง พอจะประมวลได้ดังนี้

เป็นต้น

เกร็ดประวัติแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข