ฟุตบอลลีกคัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ

การแข่งขัน ฟุตบอลลีกคัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ เป็นการแข่งขันฟุตบอลที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016.[1] มันเป็นนัดชิงชนะเลิศของ ฟุตบอลลีกคัพ ฤดูกาล 2015–16, ฤดูกาลที่ 56 ของ ฟุตบอลลีกคัพ, การแข่งขันสำหรับ 92 ทีม ใน พรีเมียร์ลีก และ ฟุตบอลลีก. เป็นการเข้าร่วมระหว่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ซิตี.[2] ผู้ชนะจะได้สิทธิ์สำหรับรอบคัดเลือกรอบสามของ ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2016–17, จนกว่าพวกเขาจะมีสิทธิ์ที่จะได้รับของฤดูกาล ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ผ่านอันดับในลีกของพวกเขา.[3]

ฟุตบอลลีกคัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ
Wembley Stadium, illuminated.jpg
สนามกีฬาเวมบลีย์ จะเป็นเจ้าภาพในนัดชิงชนะเลิศ.
รายการฟุตบอลลีกคัพ ฤดูกาล 2015–16
แมนเชสเตอร์ซิตี ชนะดวลลูกโทษ 3–1
วันที่28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016
สนามสนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน
ผู้เล่นยอดเยี่ยม
ประจำนัด
แว็งซ็อง กงปานี (แมนเชสเตอร์ซิตี)
ผู้ตัดสินไมเคิล โอลิเวอร์
ผู้ชม86,206 คน
2015
2017

ภูมิหลังแก้ไข

ลิเวอร์พูลจะมีส่วนร่วมในการทำสถิติการเข้าชิงชนะเลิศสิบสองครั้ง, หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับสถิติชัยชนะได้ถึงแปดครั้ง, หนล่าสุดในปี ค.ศ. 2012 พบกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี. พวกเขาแพ้ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2005 ต่อ เชลซี.[4][5]

แมนเชสเตอร์ซิตีกำลังจะทำการลงสนามในนัดชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ห้าของพวกเขา, โดยมีสถิติชนะเลิศจากครั้งที่ผ่านมาได้ถึงสามครั้ง, หนสุดท้ายซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในปี ค.ศ. 2014 พบกับ ซันเดอร์แลนด์.[6]

เส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศแก้ไข

ดูบทความหลักที่: ฟุตบอลลีกคัพ ฤดูกาล 2015–16

ลิเวอร์พูลแก้ไข

รอบ คู่แข่งขัน ผล
รอบ 3 คาร์ไลล์ ยูไนเต็ด (เหย้า) 1–1 (3–2 ลูกโทษ)
รอบ 4 บอร์นมัท (เหย้า) 1–0
รอบ 5 เซาแทมป์ตัน (เยือน) 6–1
รอบรองชนะเลิศ สโตก ซิตี (เยือน) 1–0
สโตก ซิตี (เหย้า) 0–1 (6–5 ลูกโทษ)

ลิเวอร์พูล, ในฐานะทีมจาก พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นทีมที่มีผลต่อ ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2015–16, เริ่มต้นการแข่งขันในรอบที่สาม. ในการนี้พวกเขาได้ถูกจับสลากพบกับ ทีมจาก ฟุตบอลลีกทู คาร์ไลล์ ยูไนเต็ด, ที่สนามเหย้าของพวกเขา, แอนฟีลด์. หลังการต่อเวลาพิเศษ ผลการแข่งขันอยู่ที่ 1–1 แต่ลิเวอร์พูลได้ผ่านเข้ารอบหลังจากชนะ การดวลลูกโทษไปได้ 3–2.[7] ในรอบสี่พวกเขาถูกจับสลากได้เล่นในบ้านอีกครั้ง, คราวนี้พบกับเพื่อนร่วมทีมจากพรีเมียร์ลีก บอร์นมัท; พวกเขาเอาชนะได้ในเกม 1–0 หลังจากที่ประตูแจ้งเกิดของ นาแทเนียล ไคลน์ สำหรับลิเวอร์พูล.[8]

ในรอบก่อนรองชนะเลิส, พวกเขาถูกจับสลากออกไปเยือนเพื่อนร่วมทีมจากพรีเมียร์ลีก เซาแทมป์ตัน. ที่ เซนต์แมรีส์สเตเดียม, ลิเวอร์พูล ชนะ 6–1 กับการทำแฮททริกส์จาก ดีว็อก โอรีกี, สองประตูจาก แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และหนึ่งประตูจาก จอร์ดอน ไอบ์.[9] ในรอบรองชนะเลิศทั้งสองเลก, ลิเวอร์พูลถูกจับสลากพบกับ สโตก ซิตี. ที่สนาม บริแทนเนียสเตเดียม, ลิเวอร์พูลชนะในเลกแรก 1–0 เนื่องจากประตูชัยของ จอร์ดอน ไอบ์.[10] อย่างไรก็ตาม, พวกเขาพ่ายแพ้ในเลกที่สอง 1–0 ที่แอนฟีลด์, ถือเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกในเกมนัดเหย้าในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลลีกคัพ,[11] ทำให้จำเป็นต้องมีการดวลลูกโทษตัดสินซึ่งผลปรากฏว่า ลิเวอร์พูล 6–5; ผู้รักษาประตู ซีมง มีญอแล เซฟลูกโทษจาก ปีเตอร์ เคราช์ และ มาร์ก มูเนียซา พร้อมด้วย โจ แอลเลน ซึ่งงเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายในการดวลลูกโทษ.[11]

แมนเชสเตอร์ซิตีแก้ไข

รอบ คู่แข่งขัน ผล
รอบ 3 ซันเดอร์แลนด์ (เยือน) 4–1
รอบ 4 คริสตัล พาเลซ (เหย้า) 5–1
รอบ 5 ฮัลล์ ซิตี (เหย้า) 4–1
รอบรองชนะเลิศ เอฟเวอร์ตัน (เยือน) 1–2
เอฟเวอร์ตัน (เหย้า) 3–1

แมนเชสเตอร์ซิตี, ในฐานะทีมจากพรีเมียร์ลีกที่มีผลต่อ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2015–16, เริ่มต้นในรอบที่สาม, ในการนี้พวกเขาได้ถูกจับสลากออกไปเยือนพบกับ ซันเดอร์แลนด์. ที่สนาม สเตเดียมออฟไลต์, แมนเชสเตอร์ซิตี ชนะ 4–1 โดยได้ประตูจาก เซร์คีโอ อะกูเอโร, เกฟิน เดอ เบรยเนอ, ราฮีม สเตอร์ลิง และการทำเข้าประตูตัวเองจาก วีโต มันโนเน.[12] ในรอบต่อไปพวกเขาได้ถูกจับสลากเล่นเกมเหย้าพบกับ คริสตัล พาเลซ. ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม, แมนเชสเตอร์ซิตี ชนะ 5–1 โดยได้ประตูจาก วีลฟรีด โบนี, เดอ เบรยเนอ, เคเลชี ไอเฮอานาโช, ยาย่า ตูเร และ มานูเอล การ์ซีอา.[13]

ในรอบก่อนรองชนะเลิศ พวกเขาได้ถูกจับสลากพบกับ ฮัลล์ ซิตี ในนัดเหย้า, พวกเขาชนะไปได้ 4–1 โดยประตูมาจาก โบนี, ไอเฮอานาโช และสองประตูจาก เดอ เบรยเนอ.[14] ในรอบรองชนะเลิศ, พวกเขาได้ถูกจับสลากพบกับ เอฟเวอร์ตัน ถึงแม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปก่อน 2–1 ที่ กูดิสันพาร์ก,[15] แมนเชสเตอร์ซิตี ชนะ 3–1 ที่ สนามกีฬา ซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ ด้วยเหตุนี้ได้ทะลุเข้าชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวมสองนัด 4–3 และ เช่นเดียวกันเป็นการป้องกันไม่ให้มีเกม เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี ในนัดชิงชนะเลิศ.[16]

แมตช์แก้ไข

รายละเอียดแก้ไข

28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016
16:30 GMT
23:30 (เวลาไทย)
ลิเวอร์พูล 1−1
(หลังต่อเวลาพิเศษ)
แมนเชสเตอร์ซิตี สนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน
ผู้ชม: 86,206 คน
ผู้ตัดสิน: ไมเคิล โอลิเวอร์
โกชินยู   83' รายงาน เฟร์นันดินญู   49'
  การยิงลูกโทษ  
จัน  
ลูกัส  
โกชินยู  
ลัลลานา  
1−3   เฟร์นันดินญู
  นาบัส
  อะกูเอโร
  ย. ตูเร


 
 
 
 
 
 
 
 
 
ลิเวอร์พูล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แมนเชสเตอร์ซิตี
GK 22   ซีมง มีญอแล
RB 2   นาแทเนียล ไคลน์   53'
CB 21   ลูกัส เลย์วา
CB 17   มามาดู ซาโก   25'
LB 18   อัลเบร์โต โมเรโน   65'   72'
CM 14   จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (c)
CM 23   แอมแร จัน   85'
RW 7   เจมส์ มิลเนอร์
AM 11   โรแบร์ตู ฟีร์มีนู   80'
LW 10   ฟีลีปี โกชินยู   84'
CF 15   แดเนียล สเตอร์ริดจ์
ตัวสำรอง:
GK 34   อาดาม โบกดาน
DF 3   โกโล ตูเร   25'
DF 38   จอน แฟลนากัน
MF 20   แอดัม ลัลลานา   72'   118'
MF 24   โจ แอลเลน
FW 9   คริสตีย็อง แบนเตเก
FW 27   ดีว็อก โอรีกี   80'
ผู้จัดการทีม:
  เยือร์เกิน คลอพพ์
 
GK 13   วีลลี กาบาเยโร
RB 3   บาการี ซาญา   90'
CB 4   แว็งซ็อง กงปานี (c)   87'
CB 30   นีโกลัส โอตาเมนดี   109'
LB 22   กาแอล กลีชี
CM 6   เฟร์นังดู   76'   90'
CM 42   ยาย่า ตูเร   118'
RM 25   เฟร์นันดินญู   119'
AM 21   ดาบิด ซิลบา   110'
LM 7   ราฮีม สเตอร์ลิง
CF 10   เซร์คีโอ อะกูเอโร
ตัวสำรอง:
GK 1   โจ ฮาร์ต
DF 5   ปาโบล ซาบาเลตา   90'
DF 11   อาเลกซานดาร์ คอลารอฟ
DF 26   มาร์ติน เดมีเชลิส
MF 15   เคซุส นาบัส   90'
FW 14   วีลฟรีด โบนี   110'
FW 72   เคเลชี ไอเฮอานาโช
ผู้จัดการทีม:
  มานวยล์ เปเยกรีนี

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "The 2015–16 fixture list has been released by The FA". thefa.com. The FA. 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2015. สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน ค.ศ. 2015. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. "League Cup semi final: Liverpool v Stoke". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 2016-01-26.
  3. "UEFA access list 2015-18" (PDF). Kassiesa. สืบค้นเมื่อ 2016-01-26. Cite journal requires |journal= (help)
  4. JJ Bull. "Liverpool vs Stoke City, League Cup semi-final: Mignolet sends Liverpool to Wembley with penalty shootout saves". Telegraph. สืบค้นเมื่อ 26 January 2016.
  5. Hunter, Andy. "Joe Allen fires Liverpool to Wembley in shootout win over Stoke City". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 7 February 2016.
  6. "Manchester City 3–1 Sunderland". BBC. สืบค้นเมื่อ 1 February 2016.
  7. "Liverpool 1–1 Carlisle United (3–2 pens)". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate= (help)
  8. "Liverpool 1–0 Bournemouth". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate= (help)
  9. "Southampton 1–6 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate= (help)
  10. "Stoke City 0–1 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate= (help)
  11. 11.0 11.1 "Liverpool 0–1 Stoke City (agg 1–1, pens 6–5)". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 26 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate= (help)
  12. "Sunderland 1–4 Manchester City". BBC Sport. 22 กันยายน ค.ศ. 2015. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  13. "Manchester City 5–1 Crystal Palace". BBC Sport. 28 ตุลาคม ค.ศ. 2015. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  14. Jurejko, Jonathan (1 ธันวาคม ค.ศ. 2015). "Manchester City 4–1 Hull City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  15. McNulty, Phil (6 มกราคม ค.ศ. 2016). "Everton 2–1 Manchester City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  16. McNulty, Phil (1 มกราคม ค.ศ. 1970). "Manchester City 3–1 Everton (agg 4–3)". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2016. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)