เปิดเมนูหลัก
หน้านี้เป็นชื่อบุคคลจีน นามสกุลคือ เล่า (劉)

เล่าขำ (อังกฤษ: Liu Chen; จีนตัวย่อ: 刘谌; จีนตัวเต็ม: 劉諶) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก พระราชบุตรในพระเจ้าเล่าเสี้ยนแห่งจ๊กก๊ก มีพระเชษฐาร่วมพระบิดามารดาเดียวกันคือเล่ายอย เล่าเอียว เล่าจ้อง เล่าจ้าน เล่าสุนและเล่ากี่ ภายหลังจากเตงงายนำกองกำลังทหารบุกโจมตีจ๊กก๊ก เล่าขำเป็นพระราชบุตรเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมให้พระเจ้าเล่าเสี้ยนเข้าคำนับแก่พระเจ้าวุยก๊ก พร้อมกับจัดสิ่งของบรรณาการออกไปคำนับ

เล่าขำ
Statue of Liu Chen in the Temple of Marquis Wu 2014-09.JPG
รูปปั้นของเล่าขำ
พระราชบุตรของพระเจ้าเล่าเสี้ยน
สวรรคต พ.ศ. 806
พระนาม
อักษรจีนตัวเต็ม 劉諶
อักษรจีนตัวย่อ 刘谌
สำเนียงจีนกลาง หลิวเฉิน
สำเนียงจีนฮกเกี้ยน เล่าขำ
ยุคในประวัติศาสตร์ ยุคสามก๊ก

ประวัติแก้ไข

ภายหลังจากสูญเสียเมืองกิมก๊ก และทราบข่าวของเตงงายที่นำกองกำลังที่เตรียมยุกยึดจ๊กก๊ก พระเจ้าเล่าเสี้ยนจึงหารือแก่เหล่าขุนนางในราชสำนัก ซึ่งให้คำแนะนำต่างกัน บ้างก็แนะให้หลบหนีไปทางทิศใต้ซึ่งมีหัวเมืองหกหัวเมือง เพื่อสำหรับยับยั้งอาศัยและซ่อมสุมกองกำลัง แล้วไปคำนับเมืองกังตั๋งเพื่อขอกำลังมาช่วยคิดทำการสืบต่อไป แต่เจียวจิ๋วทูลขัดเหล่าขุนนางว่า "อันธรรมเนียมโบราณซึ่งจะตั้งตัวเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้น จะได้อาศัยกำลังผู้อื่นหามิได้ ย่อมเพียรพยายามได้เป็นดีด้วยปัญญาความคิดแลกำลังของตัว เมื่อแลต่อด้วยข้าศึกมิได้เข้าไปนบนอบเมืองกังตั๋งนั้น ใช่ว่าเมืองกังตั๋งจะตั้งมั่นเป็นเอกโทอยู่ก็หาไม่ ก็จะเสียแก่วุยก๊กเป็นมั่นคง นานไปก็ต้องกลับไปคำนำเขา ก็จะมิได้อัปยศเป็นสองซ้ำไปหรือจะต้องการอันใด ถ้าเข้าคำนับแก่พระเจ้าวุยก๊กเสียครั้งนี้เห็นจะได้อายแต่ครั้งเดียว ขอให้พระองค์ดำริดูเถิด"[1]

พระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นชอบด้วยคำแนะนำของเจียวจิ๋ว จึงจัดแจงสิ่งของเครื่องบรรณาการจะออกไปคำนับพระเจ้าวุยก๊ก พระราชบุตรทั้งหมดของพระเจ้าเล่าเสี้ยนมิอาจทัดทานประการใดในการตัดสินพระทัยของพระเจ้าเล่าเสี้ยน แต่เล่าขำกล่าวแก่เจียงจิ๋วว่า "มึงนี้เป็นมิดีหากตัญญูมิได้ การศึกมีมามิได้คิดอ่านรักษาเจ้า ธรรมเนียมมีหรือเป็นกษัตริย์จะไปคำนับผู้อื่น ถึงมาตรว่าจะตายก็ควรจะสู้เสียชีวิต จะนบนอบแก่ข้าศึกหาควรไม่"[1] ซึ่งคำกล่าวของเล่าขำทำให้พระเจ้าเล่าเสี้ยนตรัสถามว่า "บรรดาขุนนางทั้งปวงปรึกษาว่าจะไปคำนับเห็นชอบด้วยกันสิ้น เป็นไฉนตัวเจ้าก็เป็นเด็กถือทิฐิมานะว่าฝีมือกล้าแข็งรู้กว่าผู้ใหญ่ จะให้อาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อนนั้นมิชอบ"[1]

เล่าขำจึงทูลตอบพระเจ้าเล่าเสี้ยนว่า "ทหารในเมืองเสฉวนยังมีอยู่เป็นหลายหมื่น พอจะจัดแจงกองทัพออกไปต่อสู้ด้วยข้าศึกได้อยู่ อนึ่งเกียงอุยก็ตั้งรักษาด่านอยู่ภายนอก ถ้าจะมีหนังสือออกไปให้ตีกระหนาบหลังข้าศึกเข้ามากระทบเข้าเป็นสองทัพ ศัตรูก็จะแตกกลับไปไม่พอที่จะอัปยศแก่ทหารเมืองวุยก๊กเลย"[1] แต่พระเจ้าเล่าเสี้ยนกลับพิโรธเล่าขำเป็นอย่างมากและตรัสว่า "มีงนี้เป็นเด็กมิได้รู้ลักษณะดีแลร้าย จะมาขัดขืนผู้ใหญ่นั้นเรามิเชื่อฟัง"[1] เล่าขำก็น้อยใจพระราชบิดา ทูลให้ทรงระลึกถึงพระเจ้าเล่าปี่ที่ทรงกระทำความพากเพียรและได้รับความลำบากยากเข็ญเพียงใด จึงได้มาตั้งเป็นภูมิฐานอยู่ ณ เมืองเสฉวนจนได้สืบสันติวงศ์เรื่อยมา แต่พระเจ้าเล่าเสี้ยนมิฟัง กลับตวาดและขับเล่าขำให้ออกไปเสีย เล่าขำน้อยใจพระบิดาก็เดินร้องไห้ออกไป

ภายหลังจากพระเจ้าเล่าเสี้ยนยอมสวามิภักดิ์และออกไปคำนับแก่พระเจ้าวุยก๊ก เมื่อเล่าขำทราบเรื่องก็ถอดกระบี่เดินไปหานางซุยฮูหยินผู้เป็นภรรยาพร้อมกับเล่าเรื่องราวให้ฟัง นางซุยฮูหยินได้ฟังเรื่องราวจากเล่าขำจึงว่า "ถ้าพระองค์มิรักชีวิตจะเชือดคอตายเสียแล้ว ต้วข้าพเจ้าเป็นภรรยาของพระองค์ก็จะไปให้อัปยศแก่ศัตรูหาประโยชน์มิได้ ข้าพเจ้าจะขอตายไปกับพระองค์ดูประเสริฐกว่า"[2] แล้วก็เอากระบี่เชือดคอตาย เล่าขำเห็นนางซุยฮูหยินถึงแก่ความตาย ก็สังหารบุตรทั้งสามคนเสีย แล้วตัดเอาศีรษะบุตรทั้งสามและศีรษะนางซุยฮูหยินไปบูชาที่หน้าตึกสำหรับฝังพระศพพระเจ้าเล่าปี่ แล้วร้องไห้เสียใจที่ไม่อาจรักษาแผ่นดินเสฉวนไว้ได้ แล้วก็เอากระบี่เชือดคอตาย

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 พระเจ้าเล่าเสี้ยนอ่อนน้อมต่อข้าศึก, สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่ม 2, สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, พ.ศ. 2544, หน้า 777
  2. นางซุยฮูหยินเชือดคอตาย, สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่ม 2, สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, พ.ศ. 2544, หน้า 778

ดูเพิ่มแก้ไข