เปิดเมนูหลัก

สมเด็จพระเจ้ามเหนทระแห่งเนปาล

สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะ เป็นพระมหากษัตริย์แห่งพระมหากษัตริย์เนปาลพระองค์ที่ 10 ครองราชย์ระหว่าง 14 มีนาคม พ.ศ. 2498 — 31 มกราคม พ.ศ. 2515

สมเด็จพระเจ้ามเหนทระแห่งเนปาล
Mahendra of Nepal.jpg

พระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะ
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งเนปาล
ราชวงศ์ ราชวงศ์ศาห์
ครองราชย์ 14 มีนาคม พ.ศ. 2498 — 31 มกราคม พ.ศ. 2515
รัชกาล 17 ปี
รัชกาลก่อน สมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ
รัชกาลถัดไป สมเด็จพระราชาธิบดีพีเรนทรพีรพิกรมศาหเทวะ
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2463
สวรรคต 31 มกราคม พ.ศ. 2515
(พระชนมายุ 51 พรรษา)
พระราชบิดา สมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ
พระราชมารดา สมเด็จพระราชินีกานติแห่งเนปาล
พระบรมราชินี เจ้าหญิงอินดรา มกุฎราชกุมารีแห่งเนปาล
สมเด็จพระราชินีรัตนาราชยลักษมีเทวีศาหะ
พระราชบุตร เจ้าหญิงชานติ ซิงห์แห่งเนปาล
เจ้าหญิงชาราดา ชาห์แห่งเนปาล
สมเด็จพระราชาธิบดีพีเรนทระแห่งเนปาล
สมเด็จพระราชาธิบดีชญาเนนทระแห่งเนปาล
เจ้าหญิงโชวา ชาฮิแห่งเนปาล
เจ้าชายดิเรนดราแห่งเนปาล

พระประวัติแก้ไข

สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2463 ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ และ สมเด็จพระราชินีกานติแห่งเนปาล พระองค์ครองราชย์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2498 แต่เป็นการครองราชย์เพียงในพระนาม อำนาจที่แท้จริงนั้นอยู่กับตระกูลรานาซึ่งสืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ข้าราชการ และนายทหารมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2389 พระองค์จึงเปรียบเสมือนเชลยในพระราชวังนารายันหิติ พระองค์อภิเษกสมรสครั้งแรกกับสมเด็จพระราชินีอินทรราชยลักษมีเทวี[1] มีพระราชโอรส 3 พระองค์ และพระราชธิดา 3 พระองค์[2] สมเด็จพระราชินีอินทรราชยลักษมีเทวีเสด็จสิ้นพระชนม์เมื่อปีพ.ศ. 2493 ต่อมาในปีพ.ศ. 2495 พระองค์จึงอภิเษกสมรสใหม่กับสมเด็จพระราชินีรัตนาราชยลักษมีเทวีศาหะ แต่ไม่มีพระราชโอรส-พระราชธิดาด้วยกัน

หลังจากที่อังกฤษถอนตัวจากอินเดียในพ.ศ. 2490 ทำให้อำนาจของตระกูลรานาเสื่อมถอยลง ในปีพ.ศ. 2493สถานการณ์ทางการเมืองที่เลวร้ายทำให้สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะกับพระราชวงศ์ตัดสินพระทัยไปประทับที่อินเดียเพื่อลี้ภัย ในที่สุดตระกูลรานาก็ได้ยอมตกลงที่จะร่วมมือกับรัฐบาลเนปาลภายใต้การนำของสมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะ โดยใช้อำนาจร่วมกันอย่างเท่าเทียมในรัฐสภา แต่สุดท้ายตระกูลรานาก็หมดสิ้นอำนาจไป เนปาลต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งแรกกับรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ พระพลานามัยของพระองค์ไม่ดีนักพระองค์จึงสวรรคตเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2515 ขณะพระชนมายุได้ 51 พรรษา

รัชกาลแก้ไข

สมเด็จพระเจ้ามเหนทรพีรพิกรมศาหเทวะปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์เนปาลเมื่อ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2499 สืบต่อจากสมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ

เมื่อ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2503 พระองค์ทรงระงับรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และไล่คณะรัฐมนตรีออก และจำคุกนายกรัฐมนตรีบิชเวชวาร์ ปราสาด โคอิราลาและบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาล[3][4] พระองค์ทรงเริ่มปฏิรูปการปกครอง และดำเนินนโยบายการต่างประเทศโดยเป็นกลางระหว่างจีนและอินเดีย

พระองค์ได้รับตำแหน่งจอมพลอังกฤษในพ.ศ. 2503 พระองค์ได้เริ่มดำเนินนโยบายปฏิรูปที่ดินแก่ประชาชนที่ขาดแคลนที่ดินทำกินจำนวนมาก และพระองค์ยังสร้างทางหลวงไปสู่ชนบท เป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาชนบทของพระองค์ นอกจากนี้พระองค์ยังมีบทบาทสำคัญในการทำให้เนปาลเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จากประเทศไทยแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "King Birendra of Nepal". London: Daily Telegraph. 23 August 2001. สืบค้นเมื่อ 21 July 2008.
  2. Nepalitimes
  3. "Bisheshwor Prasad Koirala". Spinybabbler.org. 8 September 1914. สืบค้นเมื่อ 26 August 2011.
  4. "Permanent rebellion: The story of B.P. Koirala". Hinduonnet.com. สืบค้นเมื่อ 26 August 2011.
ก่อนหน้า สมเด็จพระเจ้ามเหนทระแห่งเนปาล ถัดไป
สมเด็จพระเจ้าตริภูวนพีรพิกรมศาหเทวะ    
พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรเนปาล
(14 มีนาคม พ.ศ. 2498 — 31 มกราคม พ.ศ. 2515)
  สมเด็จพระราชาธิบดีพีเรนทรพีรพิกรมศาหเทวะ