เปิดเมนูหลัก

สมเด็จพระราชินีรัตนาแห่งเนปาล

สมเด็จพระราชินีรัตนาแห่งเนปาล
Queen Ratna of Nepal 1967.jpg

พระนาม รัตนาราชยลักษมีเทวีศาหะ
พระอิสริยยศ สมเด็จพระราชินีแห่งเนปาล
ราชวงศ์ ศาหะ
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2471 (91 ปี)
กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
พระราชบิดา มหาราชกุมาร หริศัมเศร์ ชังพหาทุรราณา
พระราชมารดา มหาราชกุมารี เมฆากุมารี ราชยลักษมีเทวี
พระราชสวามี สมเด็จพระเจ้ามเหนทระ

สมเด็จพระราชินีรัตนาราชยลักษมีเทวีศาหะ (ประสูติ: 19 สิงหาคม พ.ศ. 2471) เป็นพระบรมราชินีในสมเด็จพระเจ้ามเหนทระแห่งเนปาล โดยพระองค์เป็นทั้งพระมาตุจฉาและพระวิมาดาในสมเด็จพระราชาธิบดีพีเรนทระ และสมเด็จพระราชาธิบดีชญาเนนทระ

เนื้อหา

พระราชประวัติแก้ไข

สมเด็จพระราชินีรัตนา เป็นธิดาของมหาราชกุมาร หริศัมเศร์ ชังพหาทุรราณา กับมหาราชกุมารี เมฆากุมารี ราชยลักษมีเทวี และเป็นพระขนิษฐาของเจ้าหญิงอินทระ มกุฎราชกุมารีแห่งเนปาล พระชายาพระองค์แรกของสมเด็จพระเจ้ามเหนทระเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร[1] ทั้งสองมีพระราชโอรสธิดาด้วยกัน 6 พระองค์[2]

ครั้นมกุฎราชกุมารีอินทระได้สิ้นพระชนม์ลงในปี พ.ศ. 2493 สองปีต่อมามกุฎราชกุมารมเหนทระจึงได้เสกสมรสใหม่กับรัตนา ราณา น้องสาวของอดีตพระชายา พระองค์ดำรงเป็นพระอิสริยยศเป็นมกุฏราชกุมารีพระองค์ใหม่และย้ายเข้าไปประทับที่พระราขวังนารายัณหิตี[1] แต่ไม่มีพระราชบุตรด้วยกัน

ในตำแหน่งพระราชินีแก้ไข

มกุฎราชกุมารีรัตนาได้ครองตำแหน่งสมเด็จพระราชินีแห่งเนปาลหลังจากสมเด็จพระเจ้าตริภูวันเสด็จสวรรคต ในปี พ.ศ. 2498

ภายหลังสมเด็จพระเจ้ามเหนทระ พระสวามี ได้เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการพระหทัยวายในอุทยานแห่งชาติป่าจิตวัน พระองค์จึงได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระราชชนนี ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองของเนปาล พระองค์ได้ประกอบพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของเยาวชนในเนปาล[3]

จากการรับรู้ของประชาชนต่างมองว่า พระองค์เป็นเจ้านายผู้ทรงเย่อหยิ่ง กล่าวกันว่าพระองค์เป็นผู้สนับสนุนให้กษัตริย์ชญาเนนทระทรงยึดอำนาจเมื่อปี พ.ศ. 2548[1]

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแก้ไข

 
พระองค์และพระสวามีฉายพระรูปกับเอลวิส เพรสลีย์ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2503

หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศเนปาล พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ถูกลดพระยศเป็นสามัญชน พระบรมวงศานุวงศ์ต้องเสด็จออกจากจากที่ประทับในพระราชวังนารายัณหิตีซึ่งจะมีการดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ[4] สมเด็จพระราชาธิบดีชญาเนนทระได้เสด็จออกจากพระราชวังนารายัณหิตีก่อนหน้าเส้นตาย 1 วัน โดยได้อาศัยอยู่ในพระราชวังฤดูร้อนนาคารชุนะ (Nagarjuna) ซึ่งอยู่ชานเมือง ส่วนมกุฎราชกุมารแห่งเนปาลได้อาศัยอยู่ในบ้านส่วนพระองค์กลางกรุงของสมเด็จพระราชาธิบดีชญาเนนทระ

แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลเนปาลก็อนุญาตให้พระองค์ และสาราลา โกร์คาลี หรือ สาราลา ตามาง (Sarala Tamang) อดีตนักนางสนมในสมเด็จพระเจ้าตริภูวัน สามารถพำนักภายในเรือนหลังเล็กภายในพระราชวังนารายัณหิตีได้ เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าทรงชราภาพแล้ว[5][6] ส่วนพระองค์ประทับอยู่ในพระตำหนักมเหนทรมันซิล (Mahendra Manzil) ที่มีพื้นที่เพียง 30 เฮกตาร์[7]

พระอิสริยยศแก้ไข

  • รัตนาราชยลักษมีเทวี ราณา (พ.ศ. 2471—2495)
  • เจ้าหญิงรัตนา มกุฎราชกุมารีแห่งเนปาล (พ.ศ. 2495—2498)
  • สมเด็จพระราชินีรัตนาแห่งเนปาล (พ.ศ. 2498-2515)
  • สมเด็จพระราชินีรัตนา พระราชชนนี (พ.ศ. 2515-2544 และ พ.ศ. 2544-2551)
  • สมเด็จพระราชินีรัตนา พระอัยยิกาเจ้า (พ.ศ. 2544)

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 "Ex-queen mother wins tug-of-war for Nepal palace". Times of India. 10 มิถุนายน 2551. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2558.
  2. HM King MAHENDRA Bir Bikram Shah Dev
  3. "Vote to abolish Nepal's monarchy". BBC News. 2007-12-28. สืบค้นเมื่อ 2010-08-13.
  4. "Koninklijk paleis van Nepal wordt museum". DePers.nl. maandag 16 juni 2008 13:32. สืบค้นเมื่อ 2010-09-6. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  5. อดีตประมุขเนปาล ทิ้งวัง-เคลียร์ข่าวลืออดีต
  6. Former queen mother allowed to stay in palace Barun Roy on June 10, 2008
  7. "Secret royal concubine, 94, to remain at palace". Hannah Gardner, Foreign Correspondent. June 13. 2008 4:31AM UAE / June 13. 2008 12:31AM GMT. สืบค้นเมื่อ 2010-09-5. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

ก่อนหน้า สมเด็จพระราชินีรัตนาแห่งเนปาล ถัดไป
สมเด็จพระราชินีกันติ   สมเด็จพระราชินีแห่งเนปาล
(13 มีนาคม พ.ศ. 2498 - 19 มกราคม พ.ศ. 2515)

  สมเด็จพระราชินีไอศวรรยา