มอร์ฟีน (อังกฤษ: morphine) ที่ขายภายใต้ชื่อการค้าหลายชื่อ เป็นยาระงับปวดชนิดยาเข้าฝิ่น ออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลางเพื่อลดความรู้สึกปวด ใช้ได้ทั้งกับอาการปวดเฉียบพลันและปวดเรื้อรัง มอร์ฟีนยังมักใช้กับอาการปวดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือดและระหว่างการคลอด สามารถให้ทางปาก โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ฉีดใต้ผิวหนัง เข้าหลอดเลือดดำ เข้าช่องว่างระหว่างไขสันหลัง หรือทางทวารหนัก ฤทธิ์สูงสุดอยู่ประมาณ 20 นาทีเมื่อให้เข้าหลอดเลือดดำ และ 60 นาทีเมื่อให้ทางปาก ส่วนระยะออกฤทธิ์อยู่ระหว่าง 3 ถึง 7 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีสูตรออกฤทธิ์ยาว

มอร์ฟีน
Morphin - Morphine.svg
Morphine-from-xtal-3D-balls.png
ข้อมูลทางคลินิก
การอ่านออกเสียง/ˈmɔrfn/
ชื่อทางการค้าStatex, MSContin, Oramorph, Sevredol และอื่น ๆ[2]
AHFS/Drugs.comMonograph
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
  • AU: C
  • US: C (ยังไม่ชี้ขาด)
Dependence
liability
สูง
Addiction
liability
สูง[1]
ช่องทางการรับยาการสูดดม (การสูบบุหรี่), ยาพ่น (การสูด), ทางปาก (PO), ไส้ตรง, การฉีดยา (SC), การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM), การฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ (IV), การให้ยาทางช่องรอบเยื่อบุไขสันหลัง และการบริหารช่องไขสันหลัง (IT)
Drug classโอปิออยด์
รหัส ATC
กฏหมาย
สถานะตามกฏหมาย
ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
ชีวประสิทธิผล20 – 40% (ทางปาก), 36 – 71% (ไส้ตรง),[3] 100% (IV/IM)
Protein binding30 – 40%
การเปลี่ยนแปลงยาตับ 90%
ระยะเริ่มออกฤทธิ์5 นาที (IV), 15 นาที (IM),[4] 20 นาที (PO)[5]
ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ2 – 3 ชั่วโมง
ระยะเวลาออกฤทธิ์3 – 7 ชั่วโมง[6][7]
การขับออกไต 90%, น้ำดี 10%
ตัวบ่งชี้
เลขทะเบียน CAS
  • 57-27-2[CAS]
    64-31-3 (ซัลเฟตปกติ),
    52-26-6 (ไฮโดรคลอไรต์)
PubChem CID
IUPHAR/BPS
DrugBank
ChemSpider
UNII
KEGG
ChEBI
ChEMBL
PDB ligand
ECHA InfoCard100.000.291
ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
สูตรC17H19NO3
มวลต่อโมล285.34 g·mol−1
แบบจำลอง 3D (JSmol)
Solubility in waterHCl & sulf.: 60 mg/mL (20 °C)
  (verify)
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม

ผลข้างเคียงรุนแรงที่อาจเกิดได้มีความพยายามหายใจลดและความดันเลือดต่ำ มอร์ฟีนมีศักยะสูงสำหรับการติดยาและการใช้เป็นสารเสพติด หากลดขนาดหลังการใช้ระยะยาว อาจเกิดอาการถอนได้ ผลข้างเคียงทั่วไปมีซึม อาเจียนและท้องผูก แนะนำให้ระวังเมื่อใช้ระหว่างตั้งครรภ์หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะมอร์ฟีนจะมีผลต่อทารก

ฟรีดริช แซร์ทัวร์เนอร์เป็นผู้แรกที่แยกมอร์ฟีนระหว่าง ค.ศ. 1803 ถึง 1805 โดยทั่วไปเชื่อว่าเป็นการแยกสารประกอบกัมมันต์จากพืชครั้งแรก แมร์คเริ่มขายเชิงพาณิชย์ครั้งแรกใน ค.ศ. 1827 มอร์ฟีนมีใช้กว้างขวางหลังการประดิษฐ์กระบอกฉีดยาชั้นใต้หนังใน ค.ศ. 1853–1855 แซร์ทัวร์เนอร์เดิมตั้งชื่อสารนี้ว่ามอร์เฟียมตามพระนามเทพเจ้าแห่งฝันของกรีก มอร์เฟียส สำหรับแนวโน้มที่จะทำให้หลับ

แหล่งมอร์ฟีนหลักคือการแยกจากฟางป๊อปปี (poppy straw) จากต้นฝิ่น ใน ค.ศ. 2013 มีการผลิตมอร์ฟีนประมาณ 523,000 กิโลกรัม มีการใช้ 45,000 กิโลกรัมโดยตรงสำหรับความปวด ซึ่งเพิ่มสี่เท้าในเวลายี่สิบปี การใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ส่วนมากในประเทศพัฒนาแล้ว มอร์ฟีนประมาณ 70% ใช้ผลิตโอพิออยด์อื่น เช่น ไฮโดรมอร์โฟน อ็อกซีโคโดน เฮโรอีนและเมทาโดน เป็นยา Schedule II ในสหรัฐ Class A ในสหราชอาณาจักร และ Schedule I ในประเทศแคนาดา มอร์ฟีนอยู่ในรายการยาหลักของตัวแบบองค์การอนามัยโลก ยาสำคัญที่สุดที่จำเป็นในระบบสาธารณสุขพื้นฐาน

การใช้ทางการแพทย์แก้ไข

ความเจ็บปวดแก้ไข

ในการแพทย์นิยมใช้มอร์ฟีนเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดรุนแรงทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง รวมถึงความเจ็บปวดจากโรคหัวใจขาดเลือดและความเจ็บปวดระหว่างการคลอดด้วย[8] ระยะเวลาที่มอร์ฟีนจะมีผลควบคุมความเจ็บปวดได้โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 3-7 ชั่วโมง[6][7]

บททบทวนงานวิจัยโดยสถาบันคอเครนเมื่อ ค.ศ. 2016 ให้ข้อสรุปว่ามอร์ฟีนเป็นยาแก้ปวดที่ใช้ได้ผลดีในการบรรเทาความเจ็บปวดจากมะเร็ง ผลข้างเคียงต่างๆ เช่น ความคลื่นไส้ อาการท้องผูก มักเป็นไม่รุนแรงมากถึงขั้นที่จะบดบังประโยชน์จากการรักษานี้[9]

ความเหนื่อยแก้ไข

โรคใช้โอพิออยด์ไม่เหมาะสมแก้ไข

ผลข้างเคียงแก้ไข

  • ทำให้สภาพจิตใจอ่อนแอ
  • รู้สึกเคลิบเคลิ้มและเป็นสุข (euphoria)
  • เซื่องซึม (drowsiness)
  • เฉื่อยชา (lethargy)
  • สายตาพร่ามัว (blurred vision)
  • ทำให้ท้องผูก (constipation)
  • เบื่ออาหาร (decreases hunger)
  • ยับยั้งอาการไอ (inhibits the cough reflex)
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • หายใจติดขัด

ใช้ทางการแพทย์แก้ไข

วิธีการให้ยาแก้ไข

  • ยาฉีด (Parenteral)
    • ยาฉีด เข้าผิวหนัง (subcutaneous)
    • ยาฉีด เข้าเส้น (intravenous)
    • แผ่นติดผิวหนัง (slow-release transdermal patch)
  • ทางปาก (Orally)
    • ยาน้ำ (elixir หรือ solution)
    • ยาเม็ด
      • ยาเม็ดตอก (tablet form)
      • ยาแคปซูล ( capsule ) ที่พบในทางการค้าจะอยู่ในรูป มอร์ฟีน ซัลเฟต , ในกรณีที่เป็นยารูปแบบที่ออกฤทธิ์ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน อาจใช้การบรรจุ pellet ขนาดเล็กภายในแคปซูล ซึ่งในกรณีนี้อัตราการปลดปล่อยยาจะขึ้นอยู่กับความหนาของฟิมล์ที่เคลือบเพลเลทไว้ โดยมอร์ฟีนแคปซูลนี้อาจใช้กินเป็นแคปซูล หรือแกะเปลือกแคปซูลออกแล้วเทเอาเพลเลทใส่ gastotomy tube นอกจากนี้อาจแกะแคปซูลแล้วเทเพลเล็ทใส่เครื่องดื่มหรือาหารเหลวให้คนไข้ก็ได้

ข้อบ่งใช้แก้ไข

ตามกฎหมายอนุญาตให้มอร์ฟีนได้ดังนี้;

  • บรรเทาอาการปวดที่รุนแรงและเฉียบพลัน
    • ปวดหลังผ่าตัด
    • ปวดจากบาดแผล
  • อาการปวดเรื้อรังขนาดกลางและรุนแรง
    • อาการปวดจากมะเร็ง
    • ปวดจากถอนฟัน
  • ใช้ร่วมกับยาชาทั่วไป
  • ใช้เป็นยาแก้ไอ (antitussive) ในกรณีไออย่างรุนแรง
  • แก้ท้องร่วงเรื้อรัง

ข้อห้ามใช้แก้ไข

ประวัติแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  1. Bonewit-West K, Hunt SA, Applegate E (2012). Today's Medical Assistant: Clinical and Administrative Procedures (in อังกฤษ). Elsevier Health Sciences. p. 571. ISBN 9781455701506.
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ drugs.com-page
  3. Jonsson T, Christensen CB, Jordening H, Frølund C (April 1988). "The bioavailability of rectally administered morphine". Pharmacology & Toxicology. 62 (4): 203–5. doi:10.1111/j.1600-0773.1988.tb01872.x. PMID 3387374.
  4. Whimster F (1997). Cambridge textbook of accident and emergency medicine. Cambridge: Cambridge University Press. p. 191. ISBN 978-0-521-43379-2. Archived from the original on 8 September 2017. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  5. Liben S (2012). Oxford textbook of palliative care for children (2 ed.). Oxford: Oxford University Press. p. 240. ISBN 978-0-19-959510-5. Archived from the original on 8 September 2017. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  6. 6.0 6.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ AHFS2015
  7. 7.0 7.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Rockwood2009
  8. "Morphine Sulfate". The American Society of Health-System Pharmacists. Archived from the original on 3 March 2011. สืบค้นเมื่อ 3 April 2011.
  9. Wiffen PJ, Wee B, Moore RA (2016). "Oral morphine for cancer pain". The Cochrane Database of Systematic Reviews. 4: CD003868. doi:10.1002/14651858.CD003868.pub4. PMID 27105021. Archived from the original on 17 January 2017.