รอนัลดีนโย

นักฟุตบอลชาวบราซิล
(เปลี่ยนทางจาก โรนัลดินโญ่)

รอนัลดู จี อาซิส โมเรย์รา (โปรตุเกส: Ronaldo de Assis Moreira) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรนัลจีญู[2] (โปรตุเกส: Ronaldinho "โรนัลโดน้อย") หรือ รอนัลดีนโย ตามการออกเสียงในภาษาอังกฤษ[3] เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวบราซิล ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล รอนัลดีนโยเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกเป็นหลัก แต่สามารถขยับไปเล่นเป็นตัวริมเส้นได้เช่นกัน เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของฟีฟ่า 2 สมัย และรางวัลบาลงดอร์ 1 สมัย เขามีจุดเด่นในเรื่องของการเลี้ยงบอล, การผ่านบอลให้เพื่อน โดยมีภาพจำที่ติดตาแฟนฟุตบอลคือการผ่านบอลได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องมองเพื่อน[4] และสามารถเล่นลูกตั้งเตะได้อย่างยอดเยี่ยม

รอนัลดีนโย
Ronaldinho Kazan.jpg
รอนัลดีนโย ในปี 2017
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม รอนัลดู จี อาซิส โมเรย์รา
วันเกิด 21 มีนาคม ค.ศ. 1980 (41 ปี)
สถานที่เกิด โปร์ตูอาเลกรี, ประเทศบราซิล
ส่วนสูง 1.83 ม. (6 ฟุต 0 นิ้ว)[1]
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก / กองหน้า
สโมสรเยาวชน
1987–1998 เกรมีอู
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1998–2001 เกรมีอู 52 (21)
2001–2003 ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 55 (17)
2003–2008 บาร์เซโลนา 145 (70)
2008–2011 เอซี มิลาน 76 (20)
2011–2012 ฟลาเมงกู 33 (15)
2012–2014 อัตเลชีกูมีเนย์รู 47 (17)
2014–2015 เกเรตาโร 25 (8)
2015 ฟลูมิเนนเซ่ 5 (1)
ทีมชาติ
1996 บราซิล U17 6 (2)
1999 บราซิล U20 5 (3)
1999–2005 บราซิล U23 27 (18)
1999–2013 บราซิล 97 (33)
เกียรติประวัติ
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 13:04, 4 เมษายน 2013 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2013

รอนัลดีนโย ลงสนามนัดแรกในเกมทางการของตนเองกับสโมสรเกรมีอู ในประเทศบราซิล ในปี 1998 ต่อมา ในปี 2001 เขาย้ายไปร่วมทีมปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง[5] ก่อนจะย้ายร่วมทีมบาร์เซโลนา ในปี 2003 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ในอาชีพของเขา ในฤดูกาลที่สองของเขากับบาร์เซโลนา เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของฟีฟ่าเป็นสมัยแรก โดยบาร์เซโลนาชนะเลิศการแข่งขัน ลาลิกา ในปีนั้น ต่อมาในฤดูกาล 2005-06 ถือเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของรอนัลดีนโยอย่างแท้จริง[6] โดยเขาสามารถพาทีมชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีของสโมสร และยังป้องกันแชมป์ ลาลิกา เอาไว้ได้ ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีเป็นครั้งที่สอง รวมถึงรางวัลบาลงดอร์ในปีนั้น และภายหลังจากทำประตูอันงดงามได้ในนัดที่พบกับ เรอัลมาดริด ในปีนั้น ทำให้เขาเป็นผู้เล่นบาร์เซโลนาคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเสียงปรบมือยกย่องจากแฟนฟุตบอลของเรอัลมาดริด ณ สนามกีฬาซานเตียโก เบร์นาเบว[7][8][9] ต่อจาก ดิเอโก มาราโดนา

ต่อมา ในฤดูกาล 2006-07 บาร์เซโลนาทำได้เพียงคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ ลาลิกา และรอนัลดีนโยยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนจนถึงฤดูกาล 2007-08 ทำให้เขาตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เอซี มิลาน[10] ก่อนจะคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2011 และได้กลับไปเล่นอาชีพที่ประเทศบราซิลร่วมกับสโมสร ฟลาเม็งกู และ สโมสรมิไนโร่ ตามด้วยการย้ายไปร่วมทีม เกเรตาโร่ ในเม็กซิโก ก่อนจะกลับมาปิดท้ายการเล่นอาชีพกับสโมสร ฟลูมิเนนเซ่ ในบราซิลในปี 2005 นอกเหนือจากรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟีฟ่า และรางวัลบาลงดอร์ รอนัลดีนโยยังได้รับรางวัลสำคัญอีกมากมาย อาทิ การติดหนึ่งในผู้เล่นทีมยอดเยี่ยมของ สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป, รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำทวีปอเมริกาใต้ และในปี 2004 เขาได้รับการจัดอันดับโดย เปเล่ ตำนานรุ่นพี่ทีมชาติบราซิลให้มีชื่ออยู่ใน 1 ใน 100 นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่[11]

ในการเล่นให้กับทีมชาติบราซิล เขาลงสนามไปทั้งสิ้น 97 นัด ด้วยผลงาน 33 ประตู และมีส่วนร่วมในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2 สมัยโดยคว้าแชมป์โลกได้ 1 สมัย (ฟุตบอลโลก 2002) และยังคว้าแชมป์ ซีเอเอฟ คอนเฟเดอเรชัน คัพ 1 สมัย (ค.ศ. 2005) ซึ่งเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในนัดชิงชนะเลิศ และยังเป็นกัปตีนทีมชาติชุดที่คว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกฤดูร้อนใน ค.ศ. 2008

ประวัติแก้ไข

รอนัลดีนโยเกิดในเมืองโปร์ตูอาเลกรี

(Porto Alegre) เมืองเอกของรัฐรีอูกรันดีดูซูล (Rio Grande do Sul) มารดาของเขาเป็นนางพยาบาล ส่วนบิดาของเขานั้นเป็นทั้งพนักงานอู่ซ่อมเรือและนักฟุตบอล ในวัยเยาว์ ทักษะในการเล่นฟุตบอลของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถยิงประตูคนเดียว 23 ประตูให้ทีมชนะทีมพื้นเมืองไป 23-0 เขาจึงได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมนักฟุตบอลอายุต่ำกว่า 17 ปีชิงแชมป์โลกที่ประเทศอียิปต์ ปี พ.ศ. 2540

ต่อมาก็มีทีมฟุตบอลต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอมาให้เขามากมาย ท้ายที่สุดเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมทีมเกรมีอู ภายหลังถูกซื้อตัวโดยทีมปารีแซ็ง-แฌร์แม็งในลีกฝรั่งเศส หลังจากนั้นเขาต้องการจะย้ายออกจากปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง โดยมีเป้าหมายว่าจะไปบาร์เซโลนา ในที่สุดเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมทีมกับบาร์เซโลนาและประสบความสำเร็จอย่างมาก ก่อนจะย้ายมาค้าแข้งกับเอซีมิลาน และปัจจุบันมกราคมปี 2554 ได้ย้ายกลับไปเล่นกับทีมฟลาเมงกูในบราซิล ต่อมาจึงย้ายออกจากฟลาเมงกูที่ไม่ยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้แล้วย้ายไปอยู่อัตเลชีกูมีเนย์รูน์

เกียรติประวัติแก้ไข

รางวัลที่ได้ส่วนตัว

  • FIFA World Player of the Year ปี 2547 2548
  • World Soccer Player of the Year ปี 2547 2548
  • Ballon d'Or ปี 2548
  • FIFPro World Player of the Year ปี 2548 2549
  • UEFA Club Footballer of the Year ปี 2548


ระดับสโมสร

ระดับนานาชาติ

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Goal.com Ronaldinho player profile". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2018-12-25. สืบค้นเมื่อ 2013-04-30.
  2. ออกเสียง [ʁonaɫˈdʒĩɲu] เนื่องจากในหลายพื้นที่ของบราซิล พยัญชนะ /d/ เมื่อนำหน้าสระ /i/ จะกลายเป็นเสียง [dʒ] (เสียงเดียวกับ j ในภาษาอังกฤษ)
  3. ในภาษาอังกฤษออกเสียง /ˌrɒnəlˈdiːnjəʊ/ (สำเนียง Received Pronunciation ในสหราชอาณาจักร) หรือ /ˌrɑːnəlˈdiːnjoʊ/ (สำเนียง General American ในสหรัฐอเมริกา). Longman Dictionary of Contemporary English fifth edition. [DVD-ROM]. London: Pearson Education, 2009.
  4. admin (2019-06-26). "Ronaldinho Passes with His Back". Soccer Training Info (ภาษาอังกฤษ).
  5. "PSG close to Ronaldinho deal". Sky Sports (ภาษาอังกฤษ).
  6. UEFA.com (2006-05-17). "2005/06: Ronaldinho delivers for Barça". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ).
  7. "15 Years Ago, Ronaldinho Received A Bernabéu Ovation, A Feat Few Barça Players Ever Achieve". The18.
  8. "On This Day in 2005: Ronaldinho Earns Standing Ovation From Real Madrid Fans at Santiago Bernabéu". 90min.com (ภาษาอังกฤษ). 2019-11-19.
  9. Dimond, Alex. "Barcelona's Ronaldinho Gets Real Madrid Ovation in Clasico for the Ages". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  10. "Brazilian superstar Ronaldinho joins Milan for $30m". The Sydney Morning Herald (ภาษาอังกฤษ). 2008-07-16.
  11. shop, VCoins, the online coin. "Brazil, Medal, The 100 Greatest Living Players selected by Pelé, Ronaldinho". www.vcoins.com (ภาษาอังกฤษ).

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข