เปิดเมนูหลัก
นางต๋าจี่ซึ่งปิศาจจิ้งจอกสิงสู่อยู่ ภาพจาก สมุดภาพโฮะกุไซ (北斎漫画; Hokusai Manga) ของญี่ปุ่น

ห้องสิน ตามสำเนียงฮกเกี้ยน หรือ เฟิงเฉิน ตามสำเนียงกลาง (จีน: 封神; พินอิน: Fēngshén) แปลว่า สถาปนาเทวดา (Investiture of Gods) เป็นนิยายจีนซึ่งประพันธ์ขึ้นในช่วงราชวงศ์หมิง เนื้อหาใช้ภาษาชาวบ้าน มีทั้งสิ้นหนึ่งร้อยตอน จัดพิมพ์ครั้งแรกราวทศวรรษที่ 1550 และจัดอยู่ในประเภทนิยายภูตผีปีศาจ (神魔小說; gods and demons fiction)[1]

ชื่อเต็มของนิยายเรื่องนี้ ห้องสินเอี้ยนหงี ตามสำเนียงฮกเกี้ยน หรือ เฟิงเฉินหยั่นอี้ ตามสำเนียงกลาง (จีนตัวย่อ: 封神演义; จีนตัวเต็ม: 封神演義; พินอิน: Fēngshén Yǎnyì) แปลว่า "วีรคติเรื่องสถาปนาเทวดา" (Romance of the Investiture of the Gods) วงวิชาการลงความเห็นว่า ผู้เขียนนิยายนี้ คือ สฺวี่ จ้งหลิน (許仲琳)

เนื้อเรื่องแก้ไข

พระเจ้าโจ้ว (紂; ฮกเกี้ยนว่า ติว) แห่งราชวงศ์ซาง เสด็จไปไหว้นางฟ้านฺหวี่วา (女媧; ฮกเกี้ยนว่า หนึงวา) ที่วัด ทรงเห็นรูปสลักนางงดงาม ก็เขียนโคลงแสดงความกำหนัดที่มีต่อนางไว้บนฝาวัด นางฟ้าจึงส่งปิศาจจิ้งจอก (狐狸精; ฉบับแปลไทยว่า เสือปลา) ผีไก่ฟ้าเก้าหัว (九头雉鸡精; ฉบับแปลไทยว่า ไก่เก้าหัว) และภูตพิณหยก (琵琶精; ฉบับแปลไทยว่า กระจับปี่) มาล่อลวงพระเจ้าโจ้วให้ถึงแก่ความวิบัติ ปิศาจจิ้งจอกได้มาสิงร่างหญิงสาวชื่อ ต๋าจี่ (妲己; ฮกเกี้ยนว่า ขันกี) หนึ่งคืนก่อนที่บิดาจะพานางเข้าถวายตัว นางต๋าจี่ทำให้พระเจ้าโจ้วลุ่มหลงจนละเลยราชการ และบริหารบ้านเมืองอย่างโฉดเขลา ไพร่ฟ้าจึงก่นด่าทั้งแผ่นดิน

ข้าราชการผู้ใดว่ากล่าวทัดทานพระองค์ ก็โปรดให้ลงโทษถึงตายด้วยวิธีต่าง ๆ ตามคำนางต๋าจี่ เช่น ให้สร้างเสาทองแดง เอาถ่านสุมจนเสาร้อน แล้วเอาข้าราชการล่ามโซ่ไปนาบเสาจนตาย กลิ่นศพตระหลบไปทั้งวัง และยังให้ขุดเหวหน้าพระที่นั่ง เอางูมาใส่จนเต็ม แล้วโยนข้าราชการลงไปให้งูกิน แม้พระอัครมเหสีเจียง (姜皇后; ฮกเกี้ยนว่า เกียง) ก็ถูกนางต๋าจี๋ยุยงให้ลงโทษควักลูกตารีดเอาคำสารภาพว่าเป็นกบฏ พระนางไม่ยอมรับ ก็โปรดให้เอานาบเสาทองแดง แต่พระนางสิ้นพระชนม์เสียก่อน

ครั้งหนึ่ง พระเจ้าโจ้วพิโรธจี ชาง (姬昌; ฮกเกี้ยนว่า กีเซียง) เจ้าเมืองขึ้นเมืองหนึ่ง พระเจ้าโจ้วจึงสั่งขังจี ชาง ไว้ที่เมืองโหยวหลี่ (羑里) ต่อมา ปั๋ว อี้เข่า (伯邑考; ฮกเกี้ยนว่า เปกอิบโค้) ลูกชายหัวปีของจี ชาง มาทูลขอให้ปล่อยบิดา นางต๋าจี่เห็นปั๋ว อี้เข่า รูปงาม ก็มีใจปฏิพัทธ์ และขอให้พระเจ้าโจ้วให้เขาเข้าวังมาสอนนางเล่นพิณกู่ฉิน (古琴) แล้วนางก็ยั่วยวนปั๋ว อี้เข่า แต่เขาบอกปัดความรักของนาง นางจึงทูลยุยงพระเจ้าแผ่นดินให้สั่งประหารเขา แล้วให้เอาศพไปทำขนมเปี๊ยะให้จี ชาง กิน จี ชาง ทราบเหตุการณ์ทั้งหมดดี แต่จำยอมบริโภคขนมเปี๊ยะนั้นเพื่อรอวันล้างแค้นภายหน้า

ต่อมา พระเจ้าโจ้วโปรดให้จี ชาง พ้นโทษ จี ชาง จึงลักลอบซ่องสุมกำลังพลเพื่อโค่นล้มพระเจ้าโจ้ว เวลานั้น บัณฑิตคนหนึ่งชื่อ เจียง จื่อหยา (姜子牙; ฮกเกี้ยนว่า เกียงจูแหย) เป็นศิษย์ของนักพรตที่เรียกตนว่า บรรพเทวกษัตริย์ (元始天尊) ร่ำลาอาจารย์มาตามหาเจ้านายที่แท้จริง วิธีตามหาของเขา คือ นั่งอยู่เหนือน้ำราวสามฟุต แล้วหย่อนเบ็ดลงไปในน้ำโดยไม่ใส่เหยื่อ ชาวบ้านชาวช่องเห็นก็แปลกใจจึงพากันมาถามไถ่ เขาว่า เขามิได้กำลังตกปลา แต่กำลังตกราชาและผู้กล้าทั้งหลาย เรื่องราวของเขาร่ำลือไปถึงจี ชาง จี ชาง ฟังแล้วก็สนใจ จึงแวะเวียนมาหาเจียง จื่อหยา และขอให้เขามาร่วมก่อการ เจียง จื่อหยา ขอให้จี ชาง ช่วยเขาเข็นเกวียนก่อน จี ชาง ก็ช่วยเข็นไปได้แปดร้อยก้าว เจียง จื่อหยา ก็ทำนายว่า จี ชาง จะได้ตั้งราชวงศ์ใหม่ และราชวงศ์นี้จะยืนยาวไปแปดร้อยปี เจียง จื่อหยา ตกลงมาเป็นที่ปรึกษาให้จี ชาง จี ชาง ก็เปิดศึกกับพระเจ้าโจ้วเต็มตัว แต่จี ชาง สิ้นลมก่อนการสำเร็จ จี ฟา (姬發; ฮกเกี้ยนว่า กีฮวด) บุตรคนรองของเขา จึงสานต่อ

เจียง จื่อหยา ใช้กระดูกเสี่ยงทายว่า ข้าราชการคนสำคัญของพระเจ้าโจ้วกำลังสิ้นไป หนึ่งในนั้น คือ ปี่ กั้น (比干; ฮกเกี้ยนว่า ปิกัน) เจียง จื่อหยา ได้พบและมอบเครื่องรางให้ปี่ กั้น ไว้คุ้มภัย พร้อมกับให้คำแนะนำบางอย่างไว้ อย่างไรก็ดี คืนหนึ่ง เทวดาหลายองค์มาร่วมโต๊ะเสวยกับพระเจ้าโจ้ว ปี่ กั้น เห็นผิดสังเกตและทราบว่า เป็นปิศาจจิ้งจอกแปลงมา ปี่ กั้น ก็รอให้ปิศาจเหล่านั้นกลับรัง ก่อนสั่งให้ทหารฆ่าทิ้งเสียให้หมด ปี่ กั้น นำขนจิ้งจอกมาทำภูษาถวายพระเจ้าโจ้ว นางต๋าจี่เห็นขนของเพื่อนปิศาจจิ้งจอกก็แค้นใจ นางจึงทูลพระเจ้าแผ่นดินว่า นางมีโรคหัวใจซึ่งรักษาได้ก็แต่โดยการบริโภค "หัวใจพิสุทธิ์เจ็ดห้อง" (七巧玲瓏心; ฉบับแปลไทยว่า ตับมังกร) และปี่ กั้น ซึ่งผู้คนนับถือกันเสมือนพ่อพระ มีหัวใจเช่นนั้น

พระเจ้าโจ้วจึงเรียกให้ปี่ กั้น แสดงความจงรักภักดี ปี่ กั้น ได้ฟังก็รำลึกถึงคำแนะนำของเจียง จื่อหยา ก็กลืนเครื่องรางนั้นลงท้อง แล้วควักหัวใจตนเองออกมาถวาย โลหิตไม่หยาดสักหยด และปี่ กั้น มิได้เป็นอันตรายอย่างใดเลย ครั้นแล้ว ปี่ กั้น ก็เดินออกจากวัง เจียง จื่อหยา ห้ามปี่ กั้น เหลียวหลังกลับไปมองอีกจนกว่าจะถึงบ้าน จึงจะรอดชีวิต ขณะที่ใกล้จะถึงบ้านอยู่แล้วนั้นเอง แม่ค้าคนหนึ่งร้องว่า มีกะหล่ำไร้หัวใจมาขาย ปี่ กั้น ได้ฟังก็ฉงน จึงหันไปดูแล้วถามว่า กะหล่ำไร้หัวใจคืออะไร หญิงนั้นก็ตอบว่า กะหล่ำไร้หัวใจก็เหมือนคนไร้หัวใจ กะหล่ำอยู่ไม่ได้ถ้าไร้หัวใจฉันใด คนก็อยู่ไม่ได้ถ้าไร้หัวใจฉันนั้น พอหญิงแม่ค้าพูดจบ ปี่ กั้น ก็ล้มลงตาย หญิงนั้นก็คืนร่างเดิม คือ ภูตพิณหยก

เนื้อหาต่อมาพรรณนาสงครามระหว่างฝ่ายทั้งสองซึ่งมีการเรียกเทวดาตลอดจนภูตผีปิศาจมาช่วยรบ ในการนี้ บรรพเทวกษัตริย์ อาจารย์ของเจียง จื่อหยา ได้มอบบัญชีเทวดามาให้เจียง จื่อหยา เรียกใช้ เจียง จื่อหยา ได้ใช้บัญชีนั้นตั้งขุนศึกทั้งฝ่ายซางและโจ้วขึ้นเป็นเทวดามารับราชการ ที่สุดแล้ว กองทัพจี ฟา ทำลายพระมหากษัตริย์ได้เป็นผลสำเร็จ และสถาปนาราชวงศ์ใหม่ คือ ราชวงศ์โจว โดยมีเจียง จื่อหยา เป็นเจ้าพระยามหาอุปราช (นายกรัฐมนตรี) คนแรก

ฉบับแปลไทยแก้ไข

ห้องสิน แปลเป็นไทยเมื่อนานมาแล้ว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรัสว่า[2]

"ยังมีหนังสือเรื่อง ห้องสิน [...] ฉบับพิมพ์ที่ปรากฏอยู่ไม่มีบานแพนกบอกว่า แปลเมื่อใด แต่สำนวนแต่งเห็นเป็นสำนวนเก่า อาจแปลเมื่อในรัชกาลที่ 2 ก็เป็นได้ ด้วยเรื่อง ห้องสิน อยู่ข้างหน้าต่อเรื่อง เลียดก๊ก [...]

"เรื่องห้องสิน สันนิษฐานว่า แปลเมื่อรัชกาลที่ 2 เป็นหนังสือสี่สิบสามเล่มสมุดไทย โรงพิมพ์หมอบรัดเลพิมพ์ครั้งแรกในรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2419 เป็นสมุดสองเล่ม"

งานดัดแปลงแก้ไข

ห้องสิน มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่นมาก ทั้งได้รับการดัดแปลงเป็นสื่ออื่นอีกหลายรูปแบบ ทั้งละครโทรทัศน์ มังงะ และวีดิโอเกม สื่อที่มีชื่อเสียง เช่น

อ้างอิงแก้ไข

  1. Haase, Donald (2008). The Greenwood Encyclopedia of Folktales and Fairy Tales: A-F. Greenwood Publishing Group. p. 340. ISBN 0-313-33442-0.
  2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2471). ตำนานหนังสือสามก๊ก. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสภา. หน้า 12–13.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข