ยุทธนาวีที่อ่าวเลย์เต

ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต (ฟิลิปปินส์: Labanan sa Look ng Leyte; ญี่ปุ่น: レイテ沖海戦, อักษรโรมัน: Reite oki Kaisen) หรือในอดีตรู้จักกันในชื่อ ยุทธนาวีทะเลฟิลิปปินครั้งที่สอง เป็นยุทธนาวีครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สองและในบางกรณีถือเป็นยุทธนาวีใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีทหารเรือที่เกี่ยวข้องมากกว่า 200,000 นาย[5][ต้องการเลขหน้า][6]

ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต
ส่วนหนึ่งของ สงครามแปซิฟิกในสงครามโลกครั้งที่สอง

เรือบรรทุกอากาศยานเบา พรินซ์ตัน กำลังเกิดเพลิงไหม้ ทางตะวันออกของเกาะลูซอนในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1944
วันที่23–26 ตุลาคม ค.ศ. 1944
สถานที่
อ่าวเลย์เต ประเทศฟิลิปปินส์
10°22′16″N 125°21′22″E / 10.371°N 125.356°E / 10.371; 125.356
ผล ฝ่ายสัมพันธมิตรชนะ
คู่สงคราม
 ญี่ปุ่น
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
หน่วยที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐ กองเรือที่ 3

สหรัฐ กองเรือที่ 7

จักรวรรดิญี่ปุ่น กองเรือผสม

จักรวรรดิญี่ปุ่น กองกำลังพิเศษทางอากาศกองทัพเรือ

กำลัง
  • เรือรวมมากกว่า 67 ลำ
  • เรือบรรทุกอากาศยาน 1 ลำ
  • เรือบรรทุกอากาศเบา 3 ลำ
  • เรือผสมประจัญบาน/บรรทุกอากาศยาน 2 ลำ
  • เรือประจัญบาน 7 ลำ
  • เรือลาดตระเวนหนัก 13 ลำ
  • เรือลาดตระเวนเบา 6 ลำ
  • เรือพิฆาตมากกว่า 35 ลำ
  • อากาศยานมากกว่า 300 ลำ (รวมอากาศยานภาคพื้นดิน)[2]
ความสูญเสีย
  • บาดเจ็บและเสียชีวิตประมาณ 3,000 นาย;
  • เรือบรรทุกอากาศยานเบา 1 ลำ,
  • เรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกัน 2 ลำ,
  • เรือพิฆาต 2,
  • เรือพิฆาตคุ้มกันจมน้ำ 1 ลำ
  • อากาศยาน 255 ลำ[3]
  • บาดเจ็บและเสียชีวิตประมาณ 12,500 นาย;
  • เรือบรรทุกอากาศยานเคลื่อนที่เร็ว 1 ลำ,
  • เรือบรรทุกอากาศยานเบา 3 ลำ,
  • เรือประจัญบาน 3 ลำ,
  • เรือลาดตระเวน 10 ลำ,
  • เรือพิฆาตจมน้ำ 11 ลำ
  • อากาศยานประมาณ 300 ลำ[4]

สมรภูมิอยู่ในทะเลบริเวณใกล้กับเกาะเลย์เต ซามาร์ และลูซอนของประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 23-26 ตุลาคม ค.ศ. 1944 ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งประกอบไปด้วยสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียกับจักรวรรดิญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม กองกำลังสหรัฐอเมริกาได้เข้าบุกจู่โจมเกาะเลย์เตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่มีวัตถุประสงค์ที่จะโดดเดี่ยวญี่ปุ่นออกจากบรรดาประเทศที่ญี่ปุ่นทำการยึดครองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยึดครองแหล่งน้ำมันซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในกองทัพและอุตสาหกรรม กองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น (IJN) ได้ระดมเรือรบที่เหลือทั้งหมดในบริเวณนั้นเข้าต่อสู้เพื่อยับยั้งการบุกของฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ถูกขับให้ล่าถอยโดยกองเรือที่ 3 และกองเรือที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐ กองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นประสบความล้มเหลวและสูญเสียอย่างใหญ่หลวงจนไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกในภายหลัง เรือรบขนาดใหญ่ที่เหลือรอดก็ปราศจากน้ำมันเชื้อเพลิงต้องจอดทิ้งอยู่ในฐานทัพจนสงครามมหาสมุทรแปซิฟิกสงบลง[7][8]

นี่เป็นยุทธการแรกที่อากาศญี่ปุ่นใช้วิธีโจมตีแบบคามิกาเซะ และเป็นยุทธนาวีระหว่างเรือประจัญบานครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์[9][10][ต้องการเลขหน้า] กองทัพเรือญี่ปุ่นประสบความสูญเสียอย่างหนักและไม่แล่นเรือในกำลังที่เทียบเคียงได้นับตั้งแต่นั้นมา[11][12] เนื่องจากขาดเชื้อเพลิงในฐานทัพในช่วงที่เหลือของสงคราม

รายละเอียด

แก้

ยุทธการอ่าวเลย์เตประกอบไปด้วยยุทธนาวีหลัก ๆ 4 ยุทธการ: ยุทธการทะเลซิบูยัน, ยุทธการช่องแคบซูริกาโอ, ยุทธการแหลมเอ็นกาโน และยุทธการซามาร์ นอกจากนี้ยุทธการอ่าวเลย์เตยังถือว่าเป็นการรบครั้งแรกที่เรือบรรทุกเครื่องบินของญี่ปุ่นจัดให้มีการใช้การโจมตีแบบคะมิกะเซะ[7][8]


ดูเพิ่ม

แก้
ยุทธนาวีที่อ่าวอื่น ๆ

อ้างอิง

แก้
  1. Morison 1958, pp. 415–429.
  2. Thomas 2006, pp. 209–210.
  3. Tillman, Barrett (October 2019). "The Navy's Aerial Arsenal at Leyte Gulf". Naval History Magazine. Vol. 33 no. 5. United States Naval Institute. สืบค้นเมื่อ 1 January 2022.
  4. Thomas 2006, p. 322.
  5. Woodward 2007.
  6. "The Largest Naval Battles in Military History: A Closer Look at the Largest and Most Influential Naval Battles in World History". Military History. Norwich University. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-12-08. สืบค้นเมื่อ 7 March 2015.
  7. 7.0 7.1 Fuller, John F. C. (1956). The Decisive Battles of the Western World. Vol. III. London: Eyre & Spottiswoode.
  8. 8.0 8.1 Morison, Samuel E. (1956). "Leyte, June 1944 – January 1945". History of United States Naval Operations in World War II. Vol. XII. Boston: Little & Brown.
  9. Morison 1958, pp. 101, 240–241, 300–303.
  10. Fuller 1956a.
  11. Fuller 1956b, p. 600.
  12. Morison 1958, pp. 360, 397.

บรรณานุกรม

แก้

อ่านเพิ่ม

แก้
  • "The Battle That Won the Pacific". Popular Mechanics. Vol. 83 no. 2. Hearst Magazines. February 1945. pp. 17–25, 150. ISSN 0032-4558.
  • D'Albas, Andrieu (1965). Death of a Navy: Japanese Naval Action in World War II. Devin-Adair Pub. ISBN 0-8159-5302-X.
  • Drea, Edward J. (1998). "Leyte: Unanswered Questions". In the Service of the Emperor: Essays on the Imperial Japanese Army. Nebraska: University of Nebraska Press. ISBN 0-8032-1708-0.
  • Dull, Paul S. (1978). A Battle History of the Imperial Japanese Navy, 1941–1945. Annapolis, Maryland: Naval Institute Press. ISBN 0-87021-097-1. สืบค้นเมื่อ 2 December 2020.
  • Field, James A. (1947). The Japanese at Leyte Gulf: The Sho Operation. Princeton University Press.
  • Friedman, Kenneth (2001). Afternoon of the Rising Sun: The Battle of Leyte Gulf. Presidio Press. ISBN 0-89141-756-7.
  • Hoyt, Edwin P. (2003). The Men of the Gambier Bay: The Amazing True Story of the Battle of Leyte Gulf. The Lyons Press. ISBN 1-58574-643-6.
  • Lacroix, Eric; Linton Wells (1997). Japanese Cruisers of the Pacific War. Naval Institute Press. ISBN 0-87021-311-3.
  • Huggins, Mark (May–June 1999). "Setting Sun: Japanese Air Defence of the Philippines 1944–1945". Air Enthusiast (81): 28–35. ISSN 0143-5450.
  • Office of Strategic Services (1944). Brought to Action!. U.S. Navy.
  • Potter, E. B. (2005). Admiral Arleigh Burke. Naval Institute Press. ISBN 1-59114-692-5.
  • Potter, E. B. (2003). Bull Halsey. Naval Institute Press. ISBN 1-59114-691-7. สืบค้นเมื่อ 2 December 2020.
  • Reynolds, Quentin; Jones, George E.; Teatsorth, Ralph; Morris, Frank D. (13 January 1945). "America's Greatest Naval Battle: Report on the Second Battle of the Philippines (First of three parts)". Collier's. pp. 11–13, 64–65.
  • Reynolds, Quentin; Jones, George E.; Teatsorth, Ralph; Morris, Frank D. (20 January 1945). "America's Greatest Naval Battle: Report on the Second Battle of the Philippines (Second of three parts)". Collier's. pp. 18–19, 67–69.
  • Reynolds, Quentin; Jones, George E.; Teatsorth, Ralph; Morris, Frank D. (27 January 1945). "America's Greatest Naval Battle: Report on the Second Battle of the Philippines (Third of three parts)". Collier's. pp. 18, 69–72.
  • แม่แบบ:Cite serial
  • Stewart, Adrian (1979). The Battle of Leyte Gulf. Hale. ISBN 0-7091-7544-2.
  • Toll, Ian W. (2020). Twilight of the Gods: War in the Western Pacific, 1944–1945. New York: W. W. Norton.
  • Willmott, H. P. (2005). The Battle of Leyte Gulf: The Last Fleet Action. Indiana University Press. ISBN 0-253-34528-6.

แหล่งข้อมูลอื่น

แก้