อาสนวิหารยอร์ก

(เปลี่ยนทางจาก มหาวิหารยอร์ก)

อาสนวิหารยอร์ก (อังกฤษ: York Cathedral) มีชื่อเป็นทางการว่า "อาสนวิหารและคริสตจักรมหานครแห่งนักบุญเปโตรในกรุงยอร์ก" (The Cathedral and Metropolitical Church of St Peter in York) เป็นคริสต์ศาสนสถานประเภทอาสนวิหารที่สร้างเป็นแบบกอธิคที่ใหญ่ที่เป็นที่สองรองจากอาสนวิหารโคโลญในประเทศเยอรมนี ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป อาสนวิหารยอร์กตั้งอยู่ที่เมืองยอร์กในยอร์กเชอร์ ทางตอนเหนือของ สหราชอาณาจักร เป็นโบสถ์ประจำตำแหน่งของของอาร์ชบิชอปแห่งยอร์กซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในคริสตจักรแห่งอังกฤษรองจากอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี อาสนวิหารยอร์กถือกันว่าเป็น “high church” ของนิกายแองโกล-คาทอลิก (Anglo-Catholicism) ของคริสตจักรแองกลิคัน[1]

อาสนวิหารยอร์ก
York Minster
Minster city walls view.JPG
อาสนวิหารยอร์ก
53°57′43″N 1°4′55″W / 53.96194°N 1.08194°W / 53.96194; -1.08194
ที่ตั้งยอร์ก
ประเทศสหราชอาณาจักร
นิกายแองกลิคัน
เว็บไซต์อาสนวิหารยอร์ก
สถานะอาสนวิหาร
เหตุการณ์หอประชุมนักบวช, หน้าต่างประดับกระจกสี (ศต. 12) 128 หน้าต่าง, หน้าต่างกุหลาบ ศต. 15, ระฆัง หนักร่วม 11 ตัน, ออร์แกน, นาฬิกาดาราศาสตร์
สถาปนิกนักบุญออสวอลด์แห่งเบอร์นิเซีย
ประเภทสถาปัตย์กางเขน
รูปแบบสถาปัตย์กอธิคสมัยต่างๆ
ปีสร้างค.ศ. 627 - ค.ศ. 637
แล้วเสร็จค.ศ. 1472
ความสูงอาคารหอสามหอสูง 31 เมตร

อาสนวิหารมีทางเดินกลางที่สร้างแบบกอธิควิจิตร (Decorated Gothic) และหอประชุมนักบวช บริเวณร้องเพลงสวดและทางด้านหลังเป็นแบบกอธิคแบบ กอธิคสูง (Perpendicular Gothic) ทางด้านเหนือของแขนกางเขนเป็นแบบกอธิคอังกฤษตอนต้น ทางเดินกลางมีหน้าต่างเหนือบานประตูที่สร้างเมื่อ ค.ศ. 1338 และด้านตรงข้ามทางหลังวัดบริเวณชาเปลพระแม่มารีย์ มีหน้าต่างใหญ่ชื่อ “Great East Window” สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1408 ซึ่งเป็นหน้าต่างประดับกระจกสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทางด้านเหนือของแขนกางเขนมีหน้าต่างที่เรียกว่า “Five Sisters Window” แต่ละแกนของหน้าต่างสูงถึง 16 เมตร หรือประมาณ 9 ชั่วคน ทางด้านใต้เป็นหน้าต่างกุหลาบที่มีชื่อเสียงมาก

ประวัติแก้ไข

ยอร์กมีผู้นับถือคริสต์ศาสนามาตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4 โบสถ์คริสต์แห่งแรกที่สร้างตรงจุดนี้เป็นโบสถ์ไม้ที่สร้างอย่างเร่งด่วนในปี ค.ศ. 627 เพื่อใช้ในการทำพิธีศีลล้างบาปให้แก่เอ็ดวินพระมหากษัตริย์แห่งนอร์ทธัมเบรีย ในคริสต์ทศวรรษ 630 ก็มีการสร้างโบสถ์ที่ถาวรขึ้น ต่อมาในปี ค.ศ. 637 นักบุญออสวอลด์แห่งเบอร์นิเซียก็สร้างโบสถ์ให้เป็นหินและอุทิศให้แก่นักบุญเปโตร แต่โบสถ์ก็เสื่อมโทรมลงจนในที่สุดก็อยู่ในสภาพที่เกินกว่าที่จะซ่อมแซมได้ง่าย ๆ เมื่อมาถึงปี ค.ศ. 670 เมื่อวิลฟริดได้รับตำแหน่งเป็นประมุขของมุขมณฑลยอร์กท่านก็ได้สั่งให้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์โครงสร้างใหม่ โรงเรียนและห้องสมุดมาก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 8

ในปี ค.ศ. 741 อาสนวิหารก็ถูกเพลิงไหม้ทำลายลง แต่โบสถ์ที่สร้างใหม่แทนที่ก็เป็นโบสถ์ที่มีโครงสร้างที่เป็นที่น่าประทับใจมากกว่าเดิมที่มีแท่นบูชาถึงสามสิบแท่น หลังจากนั้นอาสนวิหารก็ถูกขโมยกวาดทรัพย์สินหลายครั้งโดยผู้รุกรานหลายกลุ่มและไม่มีประวัติที่ทราบแน่นนอนมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 10 เมื่อมีอาร์ชบิชอปจากคณะเบเนดิกตินหลายองค์ที่รวมทั้งนักบุญออสวอลด์ วูลฟตัน และอัลเดรดผู้เดินทางไปเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์เพื่อไปประกอบพิธีราชาภิเษกให้แก่พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1066 อัลเดรดเสียชีวิตปี ค.ศ. 1069 ร่างของท่านยังบรรจุอยู่ภายในอาสนวิหาร[2]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "York Minster Cathedral". DooYoo.co.uk. 28 March 2008.
  2. "Britannia Biographies: Ealdred, Archbishop of York". notesfromtheroad.net. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-23. สืบค้นเมื่อ 2009-06-02.

สมุดภาพแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข