งูเหลือม
Python reticulatus сетчатый питон-2.jpg
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Reptilia
ชั้นย่อย: Lepidosauria
อันดับ: Squamata
อันดับย่อย: Serpentes
วงศ์ใหญ่: Henophidia
วงศ์: Pythonidae
สกุล: Malayopython
สปีชีส์: M.  reticulatus
ชนิดย่อย/noitalics: M.  r. reticulatus

M. r. jampeanus M. r. saputrai

ชื่อทวินาม
Malayopython reticulatus
(Schneider, 1801)
Python reticulatus Area.PNG
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของงูเหลือม
ชื่อพ้อง[2]
ชื่อพ้อง
  • Broghammerus reticulatus - (Schneider, 1801)
  • Boa Reticulata - Schneider, 1801
  • Boa rhombeata - Schneider, 1801
  • Boa phrygia - Shaw, 1802
  • Coluber Javanicus - Shaw, 1802
  • Python Schneideri - Merrem, 1820
  • Python reticulatus - Gray, 1842
  • Python reticulatus - Boulenger, 1893
  • Morelia reticulatus - Welch, 1988
  • Python reticulatus - Kluge, 1993[2]
  • Malayopython reticulatus - R.G. Reynolds et al., 2014[3]

งูเหลือม (ชื่อวิทยาศาสตร์: Malayopython reticulatus) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นงูขนาดใหญ่ ลำตัวยาวเฉลี่ยประมาณ 3.5-6 เมตร จัดเป็นงูที่ยาวที่สุดของโลกซึ่งตัวที่ยาวที่สุดยาวถึง 9.6 เมตร ถูกจับได้เมื่อปี ค.ศ. 1917 ที่ เกาะซีลิเบท เป็นหมู่เกาะแห่งหนึ่งในมาเลเซีย[4] โดยมีความยาวกว่างูอนาคอนดา (Eunectes murinus) ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ แต่มีน้ำหนักน้อยกว่า อาจจะหนักน้อยกว่างูอนาคอนดาได้ถึงครึ่งเท่าตัว[4]

ศัพทมูลวิทยาแก้ไข

ชื่อวิทยาศาสตร์ของงูเหลือม คือ reticulatus เป็นภาษาละตินหมายถึง "เหมือนแห" หรือ "ร่างแห" อันหมายถึงลวดลายบนตัวงู ที่มองดูคล้ายร่างแห อันเป็นที่มาของชื่อสามัญในภาษาอังกฤษด้วย [5]

ลักษณะทั่วไปแก้ไข

ปากมีขนาดใหญ่และฟันแหลมคม ขากรรไกรแข็งแรงมากและสามารถถอดขากรรไกรในการกลืนเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ได้[6] เกล็ดบริเวณลำตัวตั้งแต่ปลายหัวจรดปลายหางมีสีเหลืองหรือสีเหลืองปนน้ำตาล พื้นของตัวสีน้ำตาลแดง มีลายแบ่งเป็นวงมีหลายสี ที่บริเวณส่วนหัวมีเส้นสีดำขนาดเล็กเรียวยาว เรียกว่า "ศรดำ" จนเกือบถึงปลายปาก หัวเด่นแยกออกจากคออย่างชัดเจน ปลายหางยาวแหลม เกล็ดเรียบเรียงเป็นแถวได้ระหว่าง 69 ถึง 74 แถวที่บริเวณกลางลำตัว เกล็ดทวารเป็นแผ่นเดี่ยว

พฤติกรรมแก้ไข

จัดในอยู่ประเภทงูไม่มีพิษ เลื้อยช้า ๆ และอาจดุตามสัญชาตญาณเมื่อมีศัตรู ออกหากินกลางคืน หากินทั้งบนบกและในน้ำ อาศัยนอนตามโพรงดินโพรงไม้ในที่มืดและเย็น หลาย ๆ วันจึงจะออกหากินครั้งหนึ่ง งูเหลือมกินสัตว์แทบทุกชนิดโดยมักดักซุ่มรอเหยื่อบนต้นไม้ เมื่อได้จังหวะจะทิ้งตัวลงมารัดเหยื่อยจนขาดอากาศหายใจ มีสีและลายกลืนไปกับธรรมชาติ สืบพันธุ์คล้ายงูหลาม (Python bivittatus) แต่มีระยะฟักไข่ 3 เดือน ลูกงูที่ออกจากไข่มีความยาวประมาณ 55 เซนติเมตร กินสัตว์ขนาดเล็ก เช่น นกหรือหนู หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลางเช่น เก้ง, กวาง, สุนัข, กระต่าย, หนู, ไก่, เป็ด รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานด้วยกันเองขนาดกลาง เช่น ตัวเงินตัวทอง, ตะกวด[7] จึงมักมีรายงานอยู่เสมอ ๆ ว่าเข้าไปแอบกินสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ในเวลากลางคืน อีกทั้งมีรายงานว่าทำร้ายมนุษย์ได้ด้วย[8] [9] อาศัยอยู่ได้ในป่าทุกประเภท ชอบอาศัยในที่ชื้น ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค ปัจจุบันถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535[10]

การกระจายพันธุ์แก้ไข

พบกระจายพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่หมู่เกาะนิโคบาร์ , พม่า, ไทย, ลาว และกัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เกาะสุมาตรา, เกาะบอร์เนียว, เกาะซูลาเวซี, เกาะชวา, เกาะลูซอน และหลายหมู่เกาะในหมู่เกาะฟิลิปปินส์

 
งูเหลือมเผือก

ปัจจุบันถือเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นของสหรัฐอเมริกา โดยมีการพบในอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์[9] เชื่อว่าถูกนำเข้ามาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน เช่นเดียวกับงูหลาม ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในตัวที่สีและลวดลายแปลกไปจากทั่วไปหรือสีกลายเป็นสีเผือกซึ่งมีราคาขายที่แพงมาก ซึ่งงูเหลือมเมื่อเทียบนิสัยกับงูหลามหรืองูเหลือมชนิดอื่น ๆ แล้ว ดุร้ายกว่ามาก เลี้ยงให้เชื่องได้ยาก

หมายเหตุแก้ไข

ได้มีการศึกษาด้านวิวัฒนการของงูเหลือม พบว่างูเหลือมและงูเหลือมติมอร์ (P. timoriensis[11]) มีความแตกต่างทางพันธุกรรมไปจากงูในสกุล Python ชนิดอื่น ๆ จึงเห็นควรว่าควรแยกสกุลออกมาต่างหากเป็น Malayopython[3]

อ้างอิงแก้ไข

  1. แม่แบบ:Cite iucn
  2. 2.0 2.1 McDiarmid RW, Campbell JA, Touré T. 1999. Snake Species of the World: A Taxonomic and Geographic Reference, Volume 1. Washington, District of Columbia: Herpetologists' League. 511 pp. ISBN 1-893777-00-6 (series). ISBN 1-893777-01-4 (volume).
  3. 3.0 3.1 Reynolds, R.G., Niemiller, M.L. & Revell L.J. (2014). "Toward a tree-of-life for the boas and pythons: multilocus species-level phylogeny with unprecedented taxon sampling". Molecular Phylogenetics and Evolution. 71: 201–213. doi:10.1016/j.ympev.2013.11.011. PMID 24315866.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  4. 4.0 4.1 Wood, Gerald (1983). The Guinness Book of Animal Facts and Feats. ISBN 978-0-85112-235-9.
  5. Gotch AF. 1986. Reptiles – Their Latin Names Explained. Poole, UK: Blandford Press. ISBN 0-7137-1704-1.
  6. ลักษณะของงูเหลือม
  7. "ตะลึง!เจอ'เหลือมยักษ์'ผัวเมีย เขมือบตัวเงินตัวทอง". ไทยรัฐ. 27 November 2014. สืบค้นเมื่อ 20 December 2014.
  8. "งูเหลือมพม่าหลุดจากที่ขังรัดเด็ก 2 ขวบตายคาห้องนอน". คมชัดลึก. 3 July 2009. สืบค้นเมื่อ 20 December 2014.
  9. 9.0 9.1 งูเหลือมพม่าในอุทยานแห่งชาติ Everglades
  10. สถานะปัจจุบันของงูเหลือม
  11. Rawlings, L.H., Rabosky, D.L., Donnellan, S.C. & Hutchinson, M.N. (2008). "Python phylogenetics: inference from morphology and mitochondrial DNA". Biological Journal of the Linnean Society. 93 (3): 603. doi:10.1111/j.1095-8312.2007.00904.x.CS1 maint: multiple names: authors list (link)