เปิดเมนูหลัก

ไอโฟน (อังกฤษ: iPhone) เป็นโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตและมัลติมีเดีย ผลิตและจำหน่ายโดยบริษัทแอปเปิล โดยการทำงานของไอโฟนสามารถใช้งานส่งอีเมล ใช้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งเอสเอ็มเอส ท่องอินเทอร์เน็ตผ่านทางซอฟต์แวร์ซาฟารี ค้นหาแผนที่ ฟังเพลง และความสามารถอื่น โดยมีอุปกรณ์หลักประกอบด้วย Wi-Fi (802.11b/g) บลูทูธ 2.0 และกล้องถ่ายภาพ 2.0-megapixel ไอโฟนรุ่นแรกมีลักษณะ 2.5G quad band GSM และ EDGE และรุ่นที่สองใช้ UMTS และ HSDPA

ไอโฟน
IPhone XS Max Silver.svg
ผู้ผลิต แอปเปิล (บริษัท)
ผู้ให้บริการ ทรูมูฟ
ดีแทค
เอไอเอส
วางจำหน่าย สหรัฐอเมริกา 29 มิ.ย. 2550
สหภาพยุโรป 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
ออสเตรเลีย พ.ศ. 2551
ญี่ปุ่น 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
ไทย 16 มกราคม พ.ศ. 2552 (3G) [1]





หน่วยความจำ 16 GB, 32 GB, 64 GB, 128 GB, internal flash memory, 256 GB








แอปเปิลได้เปิดเผยไอโฟนรุ่นแรกโดย สตีฟ จอบส์ ในงานแม็คเวิลด์ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 และวางจำหน่ายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ไอโฟนได้ชื่อว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมประจำปีจากนิตยสารไทม์ ประจำปี 2550[2] โดยมีรุ่นถัดมาคือ ไอโฟน 3G ไอโฟน 3GS ไอโฟน 4 ไอโฟน 4S ไอโฟน 5 ไอโฟน 5C ไอโฟน 5S ไอโฟน 6 ไอโฟน 6พลัส ไอโฟน 6S ไอโฟน 6Sพลัส และ ไอโฟนSE โดยApple.Inc ได้เปิดตัวไอโฟนSE ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559 ที่กลับไปใช้ขนาดหน้าจอเดียวกับไอโฟน 5S เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งไม่ชอบขนาดหน้าจอของไอโฟน 6, 6S, 6พลัสและ 6Sพลัส ซึ่งมีขนาดใหญ่เกินไป โดยไอโฟน SE มีสเปคเครื่องที่ดีกว่า iPhone 5S เช่น ในเรื่องของความเร็ว ที่เร็วกว่าสองถึงสามเท่า รวมทั้งปรับส่วนต่าง ๆ ให้เกือบเทียบเท่าไอโฟน 6S ต่อมาได้พัฒนาไอโฟนรุ่นต่อไปคือไอโฟน7 และไอโฟน7 พลัส ไอโฟน8 ไอโฟน8 พลัส ไอโฟนสิบ (เท็น) ไอโฟนสิบเอส ไอโฟนสิบอสแม็กซ์ ไอโฟนซิมอาร์ ไอโฟนรุ่นล่าสุดคือ ไอโฟน​ 11 ไอโฟน 11​ โปร และ ไอโฟน 11​ โปร​ แม็กซ์

การทำงานของไอโฟนแก้ไข

การทำงานของโทรศัพท์ไอโฟนนี้จะแตกต่างจากโทรศัพท์มือถืออื่น โดยไอโฟนจะไม่มีปุ่มสำหรับกดหมายเลขโทรศัพท์ โดยการทำงานทั้งหมดจะทำงานผ่านหน้าจอโดยการสัมผัสมัลติทัชผ่านคำสั่งต่าง ๆ โดยมีระบบปฏิบัติการหลัก iOS และมีระบบเซ็นเซอร์ในการรับรู้สภาพของเครื่องเพื่อกำหนดการแสดงผลของจอภาพ เช่นหากวางเครื่องในแนวตั้งระบบก็จะปรับให้แสดงผลในแนวตั้ง หากวางในแนวนอนระบบก็จะแสดงผลในแนวนอน

ในส่วนของกล้อง นับว่ามีการให้ความสำคัญมาตลอดโดยมีการเพิ่มความละเอียดในการถ่ายภาพทุกครั้งที่ออกรุ่นใหม่ ทั้งยังมีลูกเล่นเพิ่มเติม เช่น การถ่ายภาพแบบพาโนรามา แบบ Slo-Mo แบบ Time-Lapse ซึ่งอาศัยการทำงานที่สอดคล้องกันของทั้ง Hardware และ Software ซึ่งในรุ่นล่าสุด ไอโฟนได้มีการเปิดตัว กล้อง Slofies ซึ่งสามารถถ่าย ภาพแบบช้า หรือ Slowmotion ได้ผ่านกล้องหน้า

 
ภาพตัวอย่าง ของกล้อง ในไอโฟน 11โปรแม็กซ์

รุ่นไอโฟนทั้งหมดแก้ไข

อุปกรณ์ภายในกล่องแก้ไข

  • iPhone รุ่นที่ท่านซื้อ
  • เข็มจิ้มซิมการ์ด
  • หูฟัง (แบบ Lightning เฉพาะรุ่น ไอโฟน 7 ขึ้นไป)
  • สายชาร์จแบบ USB เป็น Lightning (ถึงไอโฟน 11)
  • สายชาร์จแบบ USB-C เป็น Lightning (เฉพาะไอโฟน 11โปร และไอโฟน 11โปรแม็กซ์เท่านั้น)
  • อะแดปเตอร์ที่ชาร์จ 5 วัตต์ (ถึงไอโฟน 11)
  • อะแดปเตอร์ที่ชาร์จ 18 วัตต์ (เฉพาะไอโฟน 11โปร และไอโฟน 11โปรแม็กซ์เท่านั้น)
  • คู่มือการใช้งาน
  • สติกเกอร์โลโก้แอปเปิลจำนวนสองชิ้น
  • ตัวแปลงหูฟัง Lightning เป็น 3.5 .มม (ตั้งแต่ไอโฟน 7 ถึงไอโฟน 11โปรแม็กซ์ เท่านั้น)

การวางจำหน่ายแก้ไข

 
ประเทศที่มีจำหน่ายไอโฟนอย่างเป็นทางการ
  ประเทศที่มีจำหน่ายไอโฟนรุ่นแรกแล้ว
  ประเทศที่จะจำหน่ายไอโฟนวันที่ 11 ก.ค. 2551
  ประเทศที่จะมีจำหน่ายไอโฟนในเวลาต่อมา

ไอโฟนเริ่มมีวางจำหน่ายครั้งแรกเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 โดยร่วมมือกับเครือข่ายเอทีแอนด์ทีไวร์เลสส์ (ในขณะนั้นในชื่อ ซิงกิวลาร์ไวร์เลสส์) โดยก่อนวันจำหน่ายร้านแอปเปิลได้ปิดร้านในช่วง 14 นาฬิกาเพื่อเตรียมตัวขายไอโฟนในเวลา 18 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ใช้รอคิวเข้าซื้อเป็นจำนวนมาก[3] โดยทางแอปเปิลขายไอโฟนได้ 270,000 เครื่อง ในช่วง 30 ชั่วโมงแรกที่เปิดจำหน่าย[4] โดยในปัจจุบันไอโฟนรุ่นแรกมีวางจำหน่ายในหกประเทศได้แก่ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย และสหรัฐอเมริกา

โดยในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ไอโฟนรุ่นใหม่ หรือที่รู้จักในชื่อ ไอโฟน 3G จะมีการวางจำหน่ายใน 22 ประเทศ ซึ่งรวมถึง 6 ประเทศที่มีวางจำหน่ายแล้ว และหลังจากนั้นจะมีวางจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีกใน 48 ประเทศทั่วโลก รวมเป็นทั้งหมด 70 ประเทศ โดยในอาเซียนจะมีประเทศสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ที่มีการจำหน่ายไอโฟนอย่างเป็นทางการ[5] โดยในสหรัฐอเมริกานั้น ผู้ซื้อไอโฟนรุ่นใหม่จำเป็นต้องจดสัญญากับเอทีแอนด์ทีเป็นระยะเวลาสองปี

ประเทศไทยเริ่มมีการวางจำหน่ายไอโฟน 3G ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552 โดยทรูมูฟ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การจำหน่ายเป็นรายแรกในประเทศไทย และมีงานเปิดตัวระหว่างวันที่ 16-18 มกราคม พ.ศ. 2552 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน[1] และดีแทคเป็นรายที่สองที่ได้สิทธิ์การจัดจำหน่าย โดยมีการเปิดตัวพร้อมจำหน่ายเครื่องวันแรก เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553 ณ ลานพาร์กพารากอน สยามพารากอน

ไทยได้วางจำหน่าย ไอโฟน เอสอี. ในเดือนพฤษภาคม 2559

และในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 0.00 น. ไอโฟน 4 ได้เปิดตัวในประเทศไทย โดยทรูมูฟ, ดีแทค และ AIS เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การจำหน่ายในประเทศไทย


เปรียบเทียบรุ่นแก้ไข

อยู่ระหว่างกำลังแก้ไขจากตารางเก่า : ข้อมูลทั้งหมด มีแหล่งอ้างอิงจาก Appleและ กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข นับข้อมูลตั้งแต่เปิดตัว มิใช่ข้อมูลที่เปลี่ยนภายหลัง เช่น หน่วยความจำ

สถานะ ชิพ ขนาดหน้าจอ การทนน้ำทนฝุ่น ระบบความปลอดภัย ชนิดของซิมการ์ด หน่วยความจำ กล้อง
iPhone หยุดการพัฒนา A1 3.5 นิ้ว ไม่มี รหัสผ่าน มินิ-ซิม 4GB 8GB 16GB ไม่มี
iPhone 3G หยุดการพัฒนา A2 3.5 นิ้ว ไม่มี รหัสผ่าน มินิ-ซิม 8GB 16GB 1 ตัว
iPhone 3GS หยุดการพัฒนา A3 3.5 นิ้ว ไม่มี รหัสผ่าน มินิ-ซิม 8GB 16GB 32GB 1 ตัว
iPhone 4 หยุดการพัฒนา A4 3.5 นิ้ว ไม่มี รหัสผ่าน ไมโคร-ซิม 8GB 16GB 32GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 4S หยุดอัปเดต A5 3.5 นิ้ว ไม่มี รหัสผ่าน ไมโคร-ซิม 8GB 16GB 32GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 5 หยุดการพัฒนา A6 4.0 นิ้ว ไม่มี รหัสผ่าน นาโน-ซิม 16GB 32GB 64GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 5C หยุดอัปเดต A6 4.0 นิ้ว ไม่มี รหัสผ่าน นาโน-ซิม 16GB 32GB 64GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 5S หยุดอัปเดต A7 4.0 นิ้ว ไม่มี ทัชไอดี รุ่นที่1 นาโน-ซิม 16GB 32GB 64GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 6 หยุดอัปเดต A8 4.7 นิ้ว ไม่มี ทัชไอดี รุ่นที่1 นาโน-ซิม 16GB 64GB 128GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 6Plus หยุดอัปเดต A8 5.5 นิ้ว ไม่มี ทัชไอดี รุ่นที่1 นาโน-ซิม 16GB 64GB 128GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 6S ไม่มีขาย พัฒนา A9 4.7 นิ้ว ไม่มี ทัชไอดี รุ่นที่2 นาโน-ซิม 16GB 64GB 128GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 6S Plus ไม่มีขาย พัฒนา A9 5.5 นิ้ว ไม่มี ทัชไอดี รุ่นที่2 นาโน-ซิม 16GB 64GB 128GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone SE ไม่มีขาย พัฒนา A9 4.0 นิ้ว ไม่มี ทัชไอดี รุ่นที่2 นาโน-ซิม 16GB 64GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 7 ไม่มีขาย พัฒนา A10 Fusion 4.7 นิ้ว IP67

1เมตร 30นาที

ทัชไอดี รุ่นที่2 นาโน-ซิม 32GB 128GB 256GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 7 Plus ไม่มีขาย พัฒนา A10 Fusion 5.5 นิ้ว IP67

1เมตร 30นาที

ทัชไอดี รุ่นที่2 นาโน-ซิม 32GB 128GB 256GB 2 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 8 พัฒนา A11 Bionic 4.7 นิ้ว IP67

1เมตร 30นาที

ทัชไอดี รุ่นที่2 นาโน-ซิม 32GB 64GB 128GB 1 ตัว + กล้องหลัง
iPhone 8 Plus พัฒนา A11 Bionic 5.5 นิ้ว IP67

1เมตร 30นาที

ทัชไอดี รุ่นที่2 นาโน-ซิม 32GB 64GB 128GB 2 ตัว + กล้องหลัง
iPhone X ไม่มีขาย พัฒนา A11 Bionic 5.8 นิ้ว IP67

1เมตร 30นาที

เฟซไอดี นาโน-ซิม --- 2 ตัว + True Depth
iPhone XR พัฒนา A12 Bionic 6.1 นิ้ว IP67

1เมตร 30นาที

เฟซไอดี นาโนซิม / อีซิม --- 1 ตัว + True Depth
iPhone XS ไม่มีขาย พัฒนา A12 Bionic 5.8 นิ้ว IP68

2เมตร30นาที

เฟซไอดี นาโนซิม / อีซิม --- 2 ตัว + True Depth
iPhone XS Max ไม่มีขาย พัฒนา A12 Bionic 6.5 นิ้ว IP68

2เมตร30นาที

เฟซไอดี นาโนซิม / อีซิม --- 2 ตัว + True Depth
iPhone 11 พัฒนา A13 Bionic 6.1 นิ้ว IP68

2เมตร30นาที

เฟซไอดี ทุกมุม นาโนซิม / อีซิม 64GB 128GB 256GB 2 ตัว + True Depth
iPhone 11 Pro พัฒนา A13 Bionic 5.8 นิ้ว IP68

4เมตร30นาที

เฟซไอดี ทุกมุม นาโนซิม / อีซิม 64GB 256GB 512GB 3 ตัว + True Depth
iPhone 11 Pro Max พัฒนา A13 Bionic 6.5 นิ้ว IP68

4เมตร30นาที

เฟซไอดี ทุกมุม นาโนซิม / อีซิม 64GB 256GB 512GB 3 ตัว + True Depth


ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "ทรูมูฟ"ขาย"ไอโฟน" พ่วงสัญญา 2 ปี เริ่มต้นเดือนละ 1,199 ฿
  2. Grossman, Lev (31 ตุลาคม ค.ศ. 2007). 00.html "Invention Of the Year: The iPhone" Check |url= value (help). สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2008. (อังกฤษ)
  3. Steve iPhone: Hundreds Come, Lines Orderly" (อังกฤษ)
  4. Apple Inc. Q3 2007 Unaudited Summary Data (อังกฤษ)
  5. รายชื่อประเทศที่วางจำหน่ายไอโฟน (อังกฤษ)

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข