พลเอก เนวี่น (พม่า: နေဝင်း, ออกเสียง: [nè wɪ́ɰ̃]; เกิด 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1910 หรือ 14 หรือ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1911 – 5 ธันวาคม ค.ศ. 2002) เป็นผู้นำเผด็จการของรัฐบาลทหารของพม่า ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพม่าอย่างยาวนานถึง 26 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1962 ถึง ค.ศ. 1974 ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพม่าภายหลังการรัฐประหารรัฐบาลอู้นุเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1962

เนวี่น
နေဝင်း
เนวี่นเมื่อ 1959
ประธานพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า
ดำรงตำแหน่ง
4 กรกฎาคม 1962 – 23 กรกฎาคม 1988
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่ง
ถัดไปเซน-ลวีน
ประธานาธิบดีพม่าคนที่ 4
ดำรงตำแหน่ง
2 มีนาคม 1974 – 9 พฤศจิกายน 1981
ก่อนหน้าวี่น-มอง (1962)
ถัดไปซ่านยุ
ประธานสภาปฏิวัติสหภาพ
ดำรงตำแหน่ง
2 มีนาคม 1962 – 2 มีนาคม 1974
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่ง
ถัดไปยกเลิกตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรีพม่าคนที่ 3
ดำรงตำแหน่ง
29 ตุลาคม 1958 – 4 เมษายน 1960
ประธานาธิบดีวี่น-มอง
ก่อนหน้าอู้นุ
ถัดไปอู้นุ
ดำรงตำแหน่ง
2 มีนาคม 1962 – 2 มีนาคม 1974
ก่อนหน้าอู้นุ
ถัดไปเซนวี่น
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด
ชูมอง[1]

10 กรกฎาคม ค.ศ. 1910(1910-07-10)
หรือ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1911(1911-05-14) หรือ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1911(1911-05-24)
Paungdale ภาคพะโค พม่าตอนล่าง บริติชราช
เสียชีวิต5 ธันวาคม ค.ศ. 2002(2002-12-05) (92 ปี)
ย่างกุ้ง พม่า
ที่ไว้ศพอัฐิถูกโปรยในแม่น้ำย่างกุ้ง
เชื้อชาติพม่า
พรรคการเมืองพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า
คู่สมรสThan Nyunt
Tin Tin
Khin May Than
Ni Ni Myint
ยะดะหน่า นะ-เม
บุตรKyaw Thein
Ngwe Soe
Aye Aung
Sandar Win
Phyo Wai Win
Kyemon Win
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยย่างกุ้ง
อาชีพพลเอก รัฐบุรุษ และนักการเมือง
ลายมือชื่อ
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้ พม่า
สังกัด กองทัพบกพม่า
ประจำการ1931–1974
ยศ พลเอก

เนวี่นลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1988 หลังการรัฐประหารที่นำโดยพลเอกอาวุโส ซอมอง ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 2002 (อายุ 92 ปี)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก้

อ้างอิง แก้

  1. "U Ne Win". Encyclopædia Britannica. สืบค้นเมื่อ 10 April 2018.
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชมิตราภรณ์ เก็บถาวร 2014-12-31 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๘๐, ตอน ๔ง, ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖, หน้า ๔๓
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๗, ตอน ๒๘ ง, ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๓ , หน้า ๑๑๖๙