เปิดเมนูหลัก

เทศบาลตำบลทับยา

เทศบาลตำบลในอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ประเทศไทย

เทศบาลตำบลทับยา เป็นเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีพื้นที่ 24.27 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทับยาทั้งตำบล มีประชากรในปี พ.ศ. 2560 จำนวน 5,988 คน[1]

ทับยา
คำขวัญ: เมืองโบราณ ย่านการค้า
ปลารสดี ประเพณีแข่งเรือ
ทับยา is located in ประเทศไทย
ทับยา
ทับยา
ที่ตั้งของเทศบาลตำบลทับยา
พิกัดภูมิศาสตร์: 14°57′41″N 100°20′45″E / 14.96139°N 100.34583°E / 14.96139; 100.34583พิกัดภูมิศาสตร์: 14°57′41″N 100°20′45″E / 14.96139°N 100.34583°E / 14.96139; 100.34583
จังหวัดสิงห์บุรี
อำเภออินทร์บุรี
ตำบลทับยา
พื้นที่
 • ทั้งหมด24.27 ตร.กม. (9.37 ตร.ไมล์)
ประชากร (2560)[1]
 • ทั้งหมด5,988
 • ความหนาแน่น246.72 คน/ตร.กม. (639.0 คน/ตร.ไมล์)
ทางหลวงThai Highway-311.svg
ที่อยู่
สำนักงาน
สำนักงานเทศบาลตำบลทับยา
เลขที่ 12 ถนนสิงห์บุรี-ชัยนาท ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี 16110
เว็บไซต์http://www.tubya.go.th www.tubya.go.th
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ประวัติแก้ไข

การตั้งชุมชนแก้ไข

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมืองอินทร์บุรี สามารถอนุมานได้ว่า พื้นที่ตำบลทับยาอาจจะมีการตั้งรกรากมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งนี้เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งโบราณคดีคูเมืองมากนัก

การตั้งรกรากของชุมชนโบราณน่าจะอิงอยู่กับแม่น้ำ ทั้งนี้เนื่องจากแม่น้ำเปรียบได้ดั่งเส้นเลือดใหญ่ของชุมชน ประชาชนต้องพึ่งพาแม่น้ำในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตร การคมนาคม และอื่น ๆ ดังนั้น ในพื้นที่แห่งนี้จึงมีประชาชนอาศัยตลอดมา ถึงแม้ในบางช่วงเวลาก็อาจจะถูกกวาดต้อนเป็นเชลยสงครามไปบ้างเนื่องจากเป็นเส้นทางการเดินทัพ เป็นพื้นที่เมืองหน้าด่านในสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ที่มาของชื่อ “ทับยา” มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ดั้งเดิมชื่อ “ทัพหย่า” ซึ่งหมายถึงการหย่าทัพ หรือการเลิกทัพนั่นเอง ก่อนที่จะมีการเพี้ยนเสียงจนกลายเป็นทับยาในที่สุด

ชื่อของทัพหย่า เป็นชื่อเรียกสถานที่ที่อ้างอิงถึงความเป็นมาของสถานที่ที่พม่าหย่าทัพ เป็นเหตุการณ์ในสมัยการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 และเรื่องราววีรกรรมชาวบ้านบางระจัน ทั้งนี้ก็เพราะตำบลทับยามีทำเลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านบางระจันนั่นเอง

เหตุการณ์เสียกรุงครั้งที่สองเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2307 เมื่อพระเจ้ามังระ กษัตริย์พม่า ได้จัดทัพสองทัพ โดยมอบหมายให้มังมหานรธาเป็นแม่ทัพยกมาตีกรุงศรีอยุธยา โดยการเข้าตีเรื่อยมาตามรายทางจากทางใต้ โดยเริ่มต้นที่เมืองทวาย ส่วนอีกทัพมีเนเมียวสีหบดีเป็นแม่ทัพ เดินทัพมาจากทางเหนือ และทั้งสองทัพจะมาบรรจบกันเข้าอยุธยา การล้อมกรุงครั้งนี้ใช้เวลาต่อเนื่องนานถึงสองปี ทัพพม่าอ่อนล้าและขาดแคลนเสบียงและไม่กล้าตั้งทัพใกล้กับกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากเกรงอำนาจปืนใหญ่ เนเมียวสีหบดีได้เลือกทำเลตั้งทัพค่อนมาทางเมืองอินทร์บุรี พร้อมกันนั้นก็ได้จัดแต่งกองทหารออกปล้น ฆ่า สะสมเสบียง กระทำทารุณกรรม ชาวบ้านบางระจันได้ชักชวนชาวเมืองอินทร์ เมืองพรหม และเมืองวิเศษไชยชาญ เพื่อต่อสู้ตอบโต้การกระทำอันป่าเถื่อน จนกระทั่งทัพพม่าที่ตั้งอยู่บริเวณตำบลทับยาต้องหย่าทัพ เพื่อไปหาทำเลที่ตั้งใหม่ พื้นที่ตรงนี้จึงถูกเรียกขานจากตำนานเหตุการณ์นั้นว่า “ทัพหย่า” อย่างไรก็ดี สุดท้ายน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ชาวบ้านบางระจันก็ต้องประสบกับความพ่ายแพ้ในปี พ.ศ. 2309 และคนไทยเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310

การเริ่มตั้งชุมชนในพื้นที่ตำบลทับยาน่าจะมีมาโดยต่อเนื่องหลังจากเหตุการณ์การเสียกรุงฯ เมื่อบ้านเมืองสงบจากการศึก ชาวบ้านที่หนีภัยเข้าป่าก็เริ่มต้นกลับมาตั้งรกรากในพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง และพื้นที่ริมน้ำก็เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการตั้งชุมชน

เมื่อดูจากประวัติศาสตร์ของตำบลทับยา จะพบว่าแม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นเงื่อนไขหลักในการเลือกทำเลที่ตั้งรกราก แม่น้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชุมชนโบราณ แม่น้ำเจ้าพระยากับชาวทับยาก็เช่นเดียวกัน เจ้าพระยาเป็นเส้นทางคมนาคม ชาวบ้านจึงหันหน้าบ้านลงน้ำ วัดซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนก็เป็นเช่นเดียวกัน ท่าน้ำของวัดก็คือท่าหน้าวัด การทำนา ในอดีตก็ได้พึ่งพา “บาง” หรือคลองที่ต่อเนื่องกับเจ้าพระยาที่จะนำน้ำกระจายออกสู่ท้องทุ่งในฤดูน้ำหลาก “ลำแม่ลา” เริ่มมีผู้คนตั้งถิ่นฐาน เมื่อบริเวณริมเจ้าพระยาเริ่มหนาแน่น พร้อม ๆ กับชื่อเสียงของปลาแม่ลา ผู้คนพึ่งพิงแม่ลาในทุกด้านเช่นกัน “คลองบรมธาตุ” จุดเปลี่ยนอันสำคัญยิ่งเริ่มต้นที่คลองชลประทานที่เข้ามาสู่ชุมชนในต้นทศวรรษ 2500

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไข

เดิมทีตำบลทับยาการปกครองเป็นรูปแบบของสภาตำบล และได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีหลักเกณฑ์ในการยกฐานะดังนี้ สภาตำบลใดที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกันสามปี เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน ให้ยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป และมีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ทั้งเป็นนิติบุคคล ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยนายเสนาะ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2539 โดยมีผลสมบูรณ์เมื่อครบกำหนด 60 วัน คือในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 และองค์การบริหารส่วนตำบลทับยาได้ถูกจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลชั้น 5 และได้เปลี่ยนแปลงเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลทับยาได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาท้องถิ่นในด้านคุณภาพชีวิต พัฒนาศักยภาพการผลิต การจัดระบบสาธารณูปโภค การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนในการดำเนินงานทุกด้านนั้นมาจากความต้องการของประชาชนทั้งสิ้น

ที่ตั้งและอาณาเขตแก้ไข

เทศบาลตำบลทับยาตั้งอยู่ติดถนนสิงห์บุรี-ชัยนาท หมู่ที่ 5 ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีพื้นที่ห่างจากตัวอำเภออินทร์บุรี ประมาณ 6 กิโลเมตร พื้นที่จำนวนทั้งสิ้น 24.27 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ทางการเกษตร 13,684 ไร่ เป็นพื้นที่อยู่อาศัย 1,483 ไร่ รวม 15,167 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ข้างเีคียงดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือ จดตำบลอินทร์บุรีและตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี
  • ทิศใต้ จดตำบลบางกระบือ อำเภอเมืองสิงห์บุรี
  • ทิศตะวันออก จดแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ทิศตะวันตก จดตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี, ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน และบ้านโพธิ์งาม อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท

ประชากรแก้ไข

เทศบาลตำบลทับยามีจำนวนประชากรชาย 2,997 คน จำนวนประชากรหญิง 3,273 คน จำนวนครัวเรือน 1,811 ครัวเรือน รวมจำนวนประชากรทั้งสิ้น 6,270 คน จำนวนชุมชน 12 ชุมชน ประกอบด้วย

  1. ชุมชนบางพระนอน
  2. ชุมชนบางพระนอน
  3. ชุมชนท้ายเกาะ
  4. ชุมชนวัดใหม่
  5. ชุมชนสวนมะม่วง
  6. ชุมชนทับยา
  7. ชุมชนท้องคุ้ง
  8. ชุมชนวัดสิงห์
  9. ชุมชนคลองใหม่
  10. ชุมชนแหลมทอง
  11. ชุมชนดงทอง
  12. ชุมชนดอนแฝก

โครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจแก้ไข

เทศบาลตำบลทับยามีสถานศึกษาที่เป็นของรัฐ โดยมีโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสิงห์บุรี ได้แก่ โรงเรียนชุมชนวัดพระนอน โรงเรียนวัดสุธาวาส โรงเรียนวัดยาง และสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ศูนย์บริการเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับยา

หน่วยบริการด้านสาธารณสุขในเขตเทศบาลตำบลทับยา ได้แก่ โรงพยาบาลอินทร์บุรี (รพท. ขนาด 300 เตียง, บางส่วนอยู่ในพื้นที่ เทศบาลตำบลอินทร์บุรี) และสถานีอนามัยตำบลทับยา

นอกจากนี้ ในเขตเทศบาลตำบลทับยายังมีโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งพาณิชยกรรมที่สำคัญดังนี้

  • โรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 18 แห่ง
  • โรงสี จำนวน 1 แห่ง
  • ร้านอาหาร จำนวน 4 แห่ง
  • ร้านค้า จำนวน 57 แห่ง
  • ทำไร่นาสวนผสม จำนวน 273 ไร่
  • ปลูกไม้ผล จำนวน 570 ไร่
  • ปลูกพืชผัก จำนวน 134 ไร่
  • ปลูกถั่วแระ (ฤดูแล้ง พื้นที่ซ้ำกับทำนา) จำนวน 55 ไร่
  • ปลูกข้าวโพด จำนวน 15 ไร
  • บ่อตอกเพื่อการเกษตร จำนวน 150 บ่อ
  • ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน จำนวน 1 กลุ่ม 21 คน

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้าน ประจำปี พ.ศ. 2560 ตำบลทับยา ระบบสถิติทางการทะเบียน กรมการปกครอง

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข