เปิดเมนูหลัก

อาณาจักรแฟรงก์ตะวันออก

อาณาจักรแฟรงก์ตะวันออก (ละติน: Regnum Francorum Orientalium; Francia Orientalis) เป็นราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจักรวรรดิการอแล็งเฌียงที่ตกมาเป็นของลุดวิจชาวเยอรมันพระนัดดาของชาร์เลอมาญ[1]ตามสนธิสัญญาแวร์เดิงของปี ค.ศ. 843 ราชอาณาจักรแฟรงค์ตะวันออกเป็นราชอาณาจักรที่มาก่อนจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

อาณาจักรแฟรงก์ตะวันออก
Regnum Francorum Orientalium

ค.ศ. 843–919
 


ตราของลุดวิจชาวเยอรมัน

ราชอาณาจักรแฟรงก์ตะวันออก (สีเหลือง)ในปี ค.ศ. 843
เมืองหลวง เรเกนสบูร์ก, ฟรังค์ฟวร์ทอัมไมน์
ภาษา ละติน
ศาสนา โรมันคาทอลิก
รัฐบาล ราชาธิปไตย
กษัตริย์
 -  843–876 (คนแรก) ลุดวิจชาวเยอรมัน
 -  911–918 (คนสุดท้าย) Conrad I
ยุคประวัติศาสตร์ ก่อนยุคกลาง
 -  สนธิสัญญาแวร์เดิง ค.ศ. 843
 -  สนธิสัญญาเมิร์สเซน 8 สิงหาคม 870
 -  Henry the Fowler
    elected German king

919
สกุลเงิน Solidus, triens, denarius, pfennig
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ ธงของประเทศออสเตรีย ออสเตรีย
ธงของประเทศโครเอเชีย โครเอเชีย
ธงของประเทศเยอรมนี เยอรมนี
ธงของประเทศลิกเตนสไตน์ ลิกเตนสไตน์
ธงของประเทศอิตาลี อิตาลี
ธงของประเทศสโลวีเนีย สโลวีเนีย
ธงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์

เมื่อจักรพรรดิหลุยส์ผู้ศรัทธาเสด็จสวรรคต ราชอาณาจักรแฟรงก์อันยิ่งใหญ่ที่ชาร์เลอมาญก่อตั้งขึ้น ครอบคลุมดินแดนส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันต ก็ถูกแบ่งแยกหลังจากสงครามกลางเมืองที่ยาวสามปีระหว่างพระราชนัดดาสามพระองค์ในระหว่างปี ค.ศ. 840 ถึงปี ค.ศ. 843 ในระหว่างสงคราม คาร์ลพระเศียรล้านทรงเข้าข้างลุดวิจชาวเยอรมัน พระอนุชาต่างพระมารดา ในข้อขัดแย้งในสิทธิการครองราชบัลลังก์กับจักรพรรดิโลทาร์ที่ 1 พระเชษฐา ผู้ทรงใช้ตำแหน่งจักรพรรดิแห่งชาวโรมันที่เคยเป็นตำแหน่งของพระอัยกา และกลายมาเป็นตำแหน่งที่ใช้กันต่อมาสำหรับจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่จักรพรรดิออทโทที่ 1 เป็นต้นมา เมื่อสงครามสิ้นสุดลงราชอาณาจักรแฟรงก์ถูกแบ่งแยกออกเป็นสามส่วนตามสนธิสัญญาแวร์เดิง


ประวัติศาสตร์แก้ไข


การเสื่อมถอยของราชอาณาจักรแฟรงก์แก้ไข

เดือนสิงหาคม ค.ศ. 843 สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นหลังการสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดิหลุยส์ผู้ศรัทธาที่ดำเนินมาสามปียุติลงเมื่อพระโอรสและทายาททั้งสามของพระองค์ตกลงทำสนธิสัญญาแวร์เดิงร่วมกัน การแบ่งดินแดนได้ยึดแม่น้ำเมิซ, แม่น้ำสเกลต์, แม่น้ำซาโอน และแม่น้ำโรนเป็นหลักสำคัญ โลแธร์ที่ 1 พระโอรสคนโตได้ครองตำแหน่งจักรพรรดิปกครองราชอาณาจักรแฟรงก์กลาง ชาร์ลส์ผู้ศีรษะล้านได้ครองราชอาณาจักรแฟรงก์ตะวันตก ส่วนลุดวิจชาวเยอรมันได้ครองพื้นที่ส่วนแบ่งทางตะวันออกซึ่งประกอบด้วยดินแดนที่พูดภาษาเยอรมันเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ ดัชชีซัคเซิน, ออสตราเซีย, อาลามันเนีย, ดัชชีบาวาเรีย และรัฐชายแดนคารินเธีย


ปี ค.ศ. 869 สนธิสัญญาเมียร์เซอน์ได้แบ่งโลทาริงเกียให้แก่ราชอาณาจักรแฟรงก์ตะวันตกและตะวันออก ราชอาณาจักรแฟรงก์กลางที่ดำรงอยู่ได้ไม่นานปิดฉากก่อเกิดเป็นสงครามระหว่างชาวฝรั่งเศสและชาวเยอรมนีที่ดำเนินไปจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20

ราชอาณาจักรแฟรงก์ตะวันออกภายใต้ราชวงศ์การอแล็งเฌียงแก้ไข

จักรพรรดิคาร์ลผู้ตัวอ้วนรวมดินแดนทั้งหมดของชาวแฟรงก์เข้าด้วยกันอีกครั้งเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ในปี ค.ศ. 888 เหล่าขุนนางได้ปลดพระองค์ออกจากตำแหน่งและอาร์นอล์ฟแห่งคารินเธียได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ของราชอาณาจักรแฟรงก์ตะวันออก


อำนาจกษัตริย์ในราชอาณาจักรแฟรงก์ตะวันออกที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ ทำให้ตำแหน่งดยุคแห่งบาวาเรีย, ดยุคแห่งสวาเบีย, ดยุคแห่งแฟรงโกเนีย และดยุคแห่งโลธาริงเกียที่เคยมาจากการแต่งตั้งกลายเป็นตำแหน่งที่สืบทอดต่อทางสายเลือด กษัตริย์ต้องรับมือกับการก่อกบฏในแคว้นต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ

พระเจ้าคอนราดที่ 1 ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์แก้ไข

ในปี ค.ศ. 911 ขุนนางซัคเซิน, แฟรงโกเนีย, บาวาเรีย และสวาเบียเลิกปฏิบัติตามธรรมเนียมดั้งเดิมที่จะเลือกเชื้อพระวงศ์คนใดคนหนึ่งของราชวงศ์การอแล็งเฌียงมาเป็นกษัตริย์ปกครองพวกตนและได้เลือกคอนราดที่ 1 เป็นกษัตริย์คนใหม่ของพวกตนในวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 911 แต่การสร้างอำนาจเหนือดยุคคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ไฮน์ริช ดยุคแห่งซัคเซินได้ก่อกบฏต่อพระเจ้าคอนราดที่ 1 จนถึงปี ค.ศ. 915 และการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกับอาร์นอล์ฟ ดยุคแห่งบาวาเรียทำให้พระเจ้าคอนราดต้องแลกด้วยชีวิตของพระองค์ บนเตียงสิ้นพระชนม์พระเจ้าคอนราดที่ 1 ได้เลือกไฮน์ริชแห่งซัคเซินเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่สุด

จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดแก้ไข

การได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ของพระเจ้าไฮน์ริชที่ 1 ทำให้ตำแหน่งกษัตริย์ถูกเปลี่ยนมือจากชาวแฟรงก์มาเป็นชาวซัคเซิน (แซ็กซัน) แต่มีเพียงซัคเซินและแฟรงโกเนียที่เลือกพระองค์เป็นกษัตริย์ พระเจ้าไฮน์ริชต้องกำราบดยุคคนอื่นๆ เมื่อทรงสิ้นพระชนม์ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 936 ราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมในรัชสมัยของพระองค์ได้ตกเป็นออทโท พระโอรสของพระองค์ที่ต่อมาได้รับการสวมมงกุฎจักรพรรดิในโรมในปี ค.ศ. 962 อันเป็นการเริ่มต้นของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

อ้างอิงแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข