เปิดเมนูหลัก

หม่อมเจ้าพิไลยเลขา ดิศกุล

หม่อมเจ้าพิไลยเลขา ดิศกุล (8 สิงหาคม พ.ศ. 2440 — 11 ธันวาคม พ.ศ. 2528)[1] เป็นพระธิดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับหม่อมเฉื่อย ดิศกุล ณ อยุธยา เรียกอย่างลำลองว่า หญิงพิไลย[2]

หม่อมเจ้าพิไลยเลขา ดิศกุล
หม่อมเจ้าพิไลยเลขา.JPG

ฐานันดรศักดิ์ หม่อมเจ้า
ราชวงศ์ จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2440
สิ้นชีพิตักษัย 11 ธันวาคม พ.ศ. 2528 (88 ปี)
พระบิดา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
พระมารดา หม่อมเฉื่อย ดิศกุล ณ อยุธยา

พระบิดานำเข้าถวายตัวในสำนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ 4 ชันษา เข้าศึกษาตามแบบสมัยใหม่ที่โรงเรียนราชินี ได้รับใช้ใกล้ชิดติดพระองค์ โดยมีหน้าที่เชิญหีบพระศรี พระกลด ตลอดจนเครื่องใช้ส่วนพระองค์ จนพระชันษาได้ 14 ปี สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (รัชกาลที่ 7) ที่พระชนมายุ 16 พรรษา ทรงพอพระทัยในหม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา จึงทูลขอพระชนนีให้ทรงหมั้นหมายก่อนที่จะเสด็จกลับศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ โดยพระชนนีหมั้นหมายหม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขาด้วยเครื่องเพชร และโปรดพระราชทานอนุญาตให้ทั้งคู่แลกของและติดต่อกันทางจดหมาย

แต่หลังจากนั้น 4 ปี หลังเสด็จกลับศึกษาต่อ หม่อมเจ้าพิไลยเลขาซึ่งมีพระชันษา 18 ปี ก็มิใช่เด็กหญิงที่สามารถคลุกคลีผู้ใดได้แต่เดิม ในขณะที่สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกทรงมีโอกาสพบปะเล่นหัวพูดคุยกับหญิงอื่น และต้องชะตากับหม่อมเจ้ารำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ ทำให้พระทัยหวั่นไหว อันเป็นเหตุจากความเหินห่างพระคู่หมั้น จนอภิเษกสมรสกัน[3]

ทรงเติบโตมาในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่พระชันษา 4 ปี ทรงพระกรุณาเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด ทรงโปรดให้ศึกษาที่โรงเรียนราชินีจนจบ และได้เป็นครูสอนหนังสือ และออกมารับใช้ใกล้ชิดพระองค์ ตามเสด็จไปในที่ต่างๆ และเป็นผู้อ่านหนังสือถวาย[4]

เมื่อ พ.ศ. 2454 หม่อมเจ้าพิไลยเลขามีพระชันษาได้ 14 ปี ทรงใกล้ชิดสนิทสนมกับ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก (พระชันษา 18 ปี) และเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (พระชันษา 17 ปี) ซึ่งเสด็จกลับจากทรงศึกษาในยุโรปช่วงฤดูร้อน เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ทรงกราบทูลขอหม่อมเจ้าพิไลยเลขา จากสมเด็จพระบรมราชชนนี และทรงได้รับพระราชานุญาตให้ติดต่อกันทางจดหมาย เมื่อเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ทรงเดินทางกลับไปศึกษาต่อที่ยุโรป[4]

ต่อมาเมื่อเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์เสด็จกลับจากยุโรป ใน พ.ศ. 2458 และทรงรับราชการในกรมเสนาธิการทหารบก กลับได้ทรงสนิทสนมกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ และได้กราบทูลขอพระบรมราชานุญาตเสกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงทรงอนุญาตให้หม่อมเจ้าพิไลยเลขา เสด็จกลับประทับกับพระบิดาที่วังวรดิศ[4]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
  2. ศรัณย์ ทองปาน (18 มีนาคม 2556). "ติดเกาะ! ตามสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไป "ลี้ภัยการเมือง" ที่ปีนัง". สารคดี. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2558.
  3. ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. "วาทะเล่าประวัติศาสตร์" นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับ 2 ธันวาคม 2551หน้า 42-44
  4. 4.0 4.1 4.2 พูนพิศมัย ดิศกุล, หม่อมเจ้า. สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕. กรุงเทพฯ : มติชน, พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2542, พิมพ์ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2551. 183 หน้า. ISBN 978-974-322-121-2

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข