ศรีเรศ โกฎคำลือ

นายศรีเรศ โกฎคำลือ (เกิด 3 สิงหาคม พ.ศ. 2498) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย

ศรีเรศ โกฎคำลือ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ เขต 10
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
24 มีนาคม พ.ศ. 2562
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 3 สิงหาคม พ.ศ. 2498 (65 ปี)
พรรคการเมือง เพื่อไทย

ประวัติแก้ไข

ศรีเรศ โกฎคำลือ เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2498 เป็นบุตรของนายก๋อง และนางบัวแก้ว โกฎคำลือ มีพี่น้อง 5 คน สำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยนเรศวร สมรสกับนางวาสนา มีบุตร 3 คน และบุตรนอกสมรสอีก 1 คน

งานการเมืองแก้ไข

ศรีเรศ เป็นอดีตกำนันและเจ้าของธุรกิจบ่อกำจัดขยะในพื้นที่อำเภอดอยเต่า-อำเภอฮอด[1][2] เป็นอดีตเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตาล อำเภอฮอด ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย และได้รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นสมัยแรก โดยเอาชนะนายนรพล ตันติมนตรี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนั้น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2562 เขาได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแก้ไข

ศรีเรศ โกฎคำลือ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดพรรคเพื่อไทย
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดพรรคเพื่อไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 'พท.'ชนะแน่'เยาวภา'ต้องแข่งกับตัวจาก คมชัดลึก
  2. ตามส่องโรงฝังกลบ-โรงไฟฟ้าขยะบ้านตาลเชียงใหม่ พบผลิตไฟฟ้าขายวันละ 1.2 แสนบาท
  3. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข