เปิดเมนูหลัก

ลักษณะแก้ไข

มีรูปร่างโดยรวม คือ รูปร่างเรียวยาวแบนข้าง จะงอยปากทู่ ตำแหน่งปากอยู่ด้านล่างและเฉียงขึ้น ไม่มีเส้นข้างลำตัว ท้องมีสันกระดูกแหลมคมคล้ายฟันเลื่อย ในปากบางสกุลมีฟันขนาดเล็กแหลมคม ว่ายน้ำเคลื่อนที่โดยใช้ครีบก้นที่ยาวต่อเป็นแผ่นเป็นหลัก ในบางสกุลหรือบางชนิดก้านครีบอกมักยื่นยาวเป็นเส้นคล้ายหนวดแมว อันเป็นที่มาของชื่อเรียก ตามีลักษณะกลมใหญ่ อยู่บริเวณค่อนไปทางด้านหน้าของส่วนหัว[1][2]

พฤติกรรมแก้ไข

มีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ อาศัยหากินโดยกินแพลงก์ตอนและสัตว์น้ำขนาดเล็กต่าง ๆ เป็นอาหาร คล้ายปลาในวงศ์ปลาหลังเขียว พบได้ทั้งน้ำจืด, น้ำกร่อย และทะเล และบางชนิดก็เป็นปลาน้ำกร่อย มีขนาดตั้งแต่ 2 เซนติเมตร จนถึง 40 เซนติเมตร[3]

ถิ่นที่อยู่แก้ไข

พบกระจายไปในทะเลทั่วโลก เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญอีกวงศ์หนึ่งของโลก มีความสำคัญในห่วงโซ่อาหารในทะเล เพราะใช้เป็นอาหารของปลาหรือสัตว์น้ำขนาดใหญ่กว่า เช่น โลมา หรือ ปลาฉลาม

ในทางเศรษฐกิจแก้ไข

ในทางเศรษฐกิจ ใช้แปรรูปเป็นอาหารต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งปลากระป๋อง, ปลาแห้ง หรือปลาป่น และในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ปลาในวงศ์นี้เป็นที่รู้จักและนิยมกันดีในการทำน้ำปลา

ชนิดแก้ไข

ปัจจุบัน พบแล้วกว่า 17 สกุล 144 ชนิด ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า "แอนโชวี" (anchovy) ขณะที่ในภาษาไทยจะเรียกรวม ๆ กันว่า "ปลากะตัก", "ปลาแมว", "ปลาหางไก่", "ปลาไส้ตัน" หรือ"ปลากล้วย"

ชนิดที่พบในไทยแก้ไข

ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย อาทิ ปลาแมวเขี้ยวยาว (Lycothrissa crocodilus), ปลาแมว (Setipinna melanochir), ปลาหางไก่ (Coilia macrognathus) ซึ่ง 3 ชนิดนี้สามารถพบได้ในน้ำจืด และปลากะตัก ที่อยู่ในสกุล Encrasicholina และStolephorus ซึ่งเป็นปลาทะเลที่เป็นวัตถุดิบชั้นดีในการทำน้ำปลา เป็นต้น[4]

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข