เปิดเมนูหลัก

พ่อขุนบานเมือง

กษัตริย์ในสมัยสุโขทัย

พ่อขุนบานเมือง หรือ ขุนปาลราช เป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ในพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพระนางเสือง และเป็นสมเด็จพระเชษฐาธิราชในพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เสวยราชสมบัติในอาณาจักรสุโขทัยหลังจากพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เสด็จสวรรคต (1821) และครองราชย์อยู่จนถึง พ.ศ. 1822 เพียงเกือบ 1 ปี

พ่อขุนบานเมือง
กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย
ก่อนหน้าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
ถัดไปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ราชวงศ์พระร่วง
พระราชบิดาพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
พระราชมารดานางเสือง
สวรรคตพ.ศ. 1822

ประวัติศาสตร์สมัยพ่อขุนบานเมืองแก้ไข

พระมหากษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง
 พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
 พ่อขุนบานเมือง
 พ่อขุนรามคำแหง
 พระยาเลอไทย
 พระยางั่วนำถุม
 พระมหาธรรมราชาที่ ๑
 พระมหาธรรมราชาที่ ๒
 พระมหาธรรมราชาที่ ๓
 พระมหาธรรมราชาที่ ๔

พ่อขุนบานเมืองทรงเป็นราชโอรสองค์โตของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ขึ้นครองราชย์ต่อจากพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ในสมัยที่พระราชบิดาทรงครองราชสมบัติพระองค์คงจะได้เคยเป็นพระมหาอุปราชหรือได้รับมอบหมายให้ปกครองบ้านเมืองระหว่างที่มีสงครามและในสมัยที่พ่อขุนบานเมืองทรงครองราชสมบัติได้มีการปราบปรามหัวเมืองบางแห่ง[ต้องการอ้างอิง]

พระราชกรณียกิจที่สำคัญแก้ไข

พ่อขุนบานเมืองได้ทำสงครามกับเมืองต่าง ๆ ในหลายประเทศเพื่อขยายอำนาจแห่งสุโขทัย ซึ่งพระองค์มีพระสามารถในการทำศึกสงครามมากนัก โดยมีสมเด็จพระอนุชาธิราช (พ่อขุนรามคำแหงมหาราช) เป็นแม่ทัพ ดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า "กูไป่ท่บ้านท่เมือง ได้ช้าง ได้งวง ได้ปั่ว ได้นาง ได้เงือน ได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายเวนยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดังบำเรอแก่พ่อกู" หมายความว่าเมื่อพระรามคำแหงยกทัพไปตีเมืองอื่นจนได้ชัยชนะ ก็นำช้าง ผู้คน ทรัพย์สินเงินทอง มาถวายแด่พระราชบิดา เมื่อพระราชบิดาสวรรคต ก็กระทำอย่างเดียวกันกับพ่อขุนบานเมือง[ต้องการอ้างอิง]

พงศาวลีแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  • สุโขทัย รุ่งอรุณแห่งความสุข, กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ, พ.ศ. 2539, หน้า 95-96