พ่อขุนบานเมือง

กษัตริย์ในสมัยสุโขทัย

พ่อขุนบานเมือง หรือ ขุนปาลราช เป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ในพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพระนางเสือง และเป็นสมเด็จพระเชษฐาธิราชในพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เสวยราชสมบัติในอาณาจักรสุโขทัยหลังจากพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เสด็จสวรรคต (1811) และครองราชย์อยู่จนถึง พ.ศ. 1822 ก็สวรรคต ครองราชย์ถึง 11 ปี

พ่อขุนบานเมือง
พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย
Phra Ruang.jpg
ครองราชย์พ.ศ. 1811 - พ.ศ. 1822 (11 ปี)
ก่อนหน้าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
ถัดไปพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พระราชบุตรพระยางั่วนำถุม
ราชวงศ์พระร่วง
พระราชบิดาพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
พระราชมารดานางเสือง
ประสูติพ.ศ. 1780
อาณาจักรสุโขทัย
สวรรคตพ.ศ. 1822 (42 พรรษา)
อาณาจักรสุโขทัย

พระราชประวัติแก้ไข

พระมหากษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง
 พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
 พ่อขุนบานเมือง
 พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
 พระยาเลอไทย
 พระยางั่วนำถุม
 พระมหาธรรมราชาที่ 1
 พระมหาธรรมราชาที่ 2
 พระมหาธรรมราชาที่ 3
 พระมหาธรรมราชาที่ 4

พ่อขุนบานเมืองทรงเป็นราชโอรสองค์โตของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ขึ้นครองราชย์ต่อจากพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ในสมัยที่พระราชบิดาทรงครองราชสมบัติพระองค์คงจะได้เคยเป็นพระมหาอุปราชหรือได้รับมอบหมายให้ปกครองบ้านเมืองระหว่างที่มีสงครามและในสมัยที่พ่อขุนบานเมืองทรงครองราชสมบัติได้มีการปราบปรามหัวเมืองบางแห่ง[1]

พระราชกรณียกิจที่สำคัญแก้ไข

พ่อขุนบานเมืองได้ทำสงครามกับเมืองต่าง ๆ ในหลายประเทศเพื่อขยายอำนาจแห่งสุโขทัย ซึ่งพระองค์มีพระสามารถในการทำศึกสงครามมากนัก โดยมีสมเด็จพระอนุชาธิราช (พ่อขุนรามคำแหงมหาราช) เป็นแม่ทัพ ดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า "กูไป่ท่บ้านท่เมือง ได้ช้าง ได้งวง ได้ปั่ว ได้นาง ได้เงือน ได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายเวนยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดังบำเรอแก่พ่อกู" หมายความว่าเมื่อพระรามคำแหงยกทัพไปตีเมืองอื่นจนได้ชัยชนะ ก็นำช้าง ผู้คน ทรัพย์สินเงินทอง มาถวายแด่พระราชบิดา เมื่อพระราชบิดาสวรรคต ก็กระทำอย่างเดียวกันกับพ่อขุนบานเมือง[1]

พงศาวลีแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 จารึกพ่อขุนรามคำแหง Archived 2015-09-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). สืบค้น 10 เมษายน 2557.
  • สุโขทัย รุ่งอรุณแห่งความสุข, กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ, พ.ศ. 2539, หน้า 95-96