เปิดเมนูหลัก

ธรรมศาลา

ศาสนสถานของศาสนายูดาย
(เปลี่ยนทางจาก ธรรมศาลายิว)
ศาลาธรรมยิวในเมืองทรานี

บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
ศาสนายูดาห์

Symbol สถานีย่อย

Star of David.svg
พระเป็นเจ้า
อโดนาย (ยฮวฮ)
ศาสดา
โมเสส
คัมภีร์
คัมภีร์ทานัค (โทราห์ผู้เผยพระวจนะปรีชาญาณ) • คัมภีร์ทาลมุด
บุคคลสำคัญ
อับราฮัมอิสอัคยาโคบโมเสสอาโรนดาวิดซาโลมอนซาร่าห์รีเบคก้าราเชลลีอาห์
ประวัติ
ประวัติศาสนายูดาห์ :
วงศ์วานอิสราเอลแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ปัญหาชาวยิวเกตโตในทวีปยุโรปภายใต้การยึดครองของนาซีการต่อต้านยิว
นิกาย
ยูดาห์ออร์ทอดอกซ์ (HarediHasidicยูดาห์ออร์ทอดอกซ์ดั้งเดิม) • ยูดาห์อนุรักษนิยมยูดาห์ปฏิรูป
พิธีกรรม
สุหนัตสะบาโตปัสคาเซเดอร์
สังคมศาสนายูดาห์
ธรรมศาลายิวปฏิทินฮีบรูวันสำคัญปุโรหิต (รับบีฟาริสีสะดูสี) • ชาวยิวศิลปะสัญลักษณ์
ดูเพิ่มเติม
ศาสนายูดาห์ในประเทศไทย
อภิธานศัพท์ศาสนายูดาห์
หมวดหมู่ ดูหมวดหมู่

ในศาสนายูดาห์ ธรรมศาลา[1] (ศัพท์โปรเตสแตนต์) หรือ ศาลาธรรม[2] (ศัพท์โรมันคาทอลิก) (อังกฤษ: synagogue; กรีก: συναγωγή; หมายถึง การชุมนุมหรือรวมตัว) เป็นศาสนสถานที่ใช้รวมกลุ่มกันทำการอธิษฐาน ทว่าสำหรับชาวยิวแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปธรรมศาลาเพื่อประกอบพิธี หากรวมตัวได้ครบองค์ประชุม (Quorum) ที่ประกอบด้วยผู้ชายที่บรรลุนิติภาวะแล้วจำนวนสิบคน เรียกว่า "องค์คณะสิบ" หรือ "มินยัน" (Minyan) ก็สามารถประกอบพิธีได้

เมื่อก่อนไม่อนุญาตให้สตรีเป็นหนึ่งในองค์คณะสิบ แต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2001, ยิวอนุรักษ์นิกายอนุญาตให้สตรีเป็นหนึ่งในคณะมินยันได้[3]

ในชุมชนยิวปัจจุบัน ธรรมศาลาไม่ได้มีไว้สำหรับพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น เช่น สถานที่จัดเลี้ยง โรงเรียนสอนศาสนา ห้องสมุด ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเวลากลางวัน และครัวโคเชอร์ (Kosher) ตามหลักมาตรฐานอาหารยิว

ประวัติของคำแก้ไข

ชาวอิสราเอลจะเรียกธรรมศาลายิวโดยใช้ภาษาฮีบรูว่า "bet knesset" หมายถึงสถานที่ชุมนุม ในขณะที่ชาวยิวอัชเคนาซิจะใช้ศัพท์ภาษายิดดิช ว่า "shul" ที่มีรากศัพท์เดียวกับคำว่า Schule ในภาษาเยอรมัน แปลว่าโรงเรียน ส่วนชาวยิวในสเปนหรือโปรตุเกสจะเรียกธรรมศาลาว่า "esnoga" ส่วนชาวยิวเปอร์เซียและคาไรต์จะใช้คำว่า "kenesa" ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาแอราเมอิก ในขณะที่ชาวยิวที่พูดภาษาอาหรับจะเรียกธรรมศาลาว่า "knis"

ชาวยิวนิกายปฏิรูปและนิกายอนุรักษ์บางคนจะใช้คำว่า "temple"[4] คำว่า "synagogue" ในภาษากรีกดูจะครอบคลุมความหมายได้ทั้งหมด[5] และยังใช้ในภาษาอังกฤษ เยอรมัน และฝรั่งเศสด้วย

ประวัติแก้ไข

 
พลับพลาจำลองในทิมนาพาร์ก ประเทศอิสราเอล

แรกเริ่มเดิมที บรรพบุรุษของชาวยิวไม่เคยมีการสร้างโบสถ์หรือศาสนสถาน เวลาต้องการทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวฮีบรูจะรวมตัวกันใน "พลับพลา" หรือกระโจมนัดพบ (Tent of Meeting) ซึ่งภายในประดิษฐาน "หีบแห่งพันธสัญญา" ซึ่งภายในบรรจุแผ่นหินสองแผ่นที่จารึกบัญญัติ 10 ประการ

สมัยก่อน ไม่ว่าชาวยิวจะเดินทางไปที่แห่งหนใด พวกเขาจะแบกหีบดังกล่าวไปด้วยเสมอ เสมือนมีพระเจ้าใกล้ตัว ที่นอกจากทำให้อุ่นใจแล้ว ยังเป็นเครื่องเตือนสติไม่ให้ทำบาปด้วย คราใดที่หยุดพัก ชาวฮีบรูจะตั้งพลับพลาสำหรับหีบพันธสัญญา ที่แยกต่างหากจากที่พัก เพื่อใช้เป็นที่นัดพบและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจนสวดมนต์ร่วมกัน

ในพระคัมภีร์กล่าวว่า พระเจ้าซาโลมอน กษัตริย์แห่งอิสราเอล เป็นผู้สร้างพระวิหารซาโลมอน (Solomon's Temple) ณ กรุงเยรูซาเล็ม ที่ถือกันว่าเป็นพระวิหารแห่งเยรูซาเล็มหลังแรก (The First Temple) ลักษณะคล้ายวิหารคานาอัน

หลังจากพระวิหารโซโลมอนถูกทำลาย ชาวยิวเริ่มสร้างสถานชุมนุมและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามแบบฉบับของตัวเอง และเรียกขานว่าเป็น "สถานที่นมัสการ"[6]

อิทธิพลของศาสนายูดาห์ในสมัยเฮเลนนิสติคแก้ไข

คำว่า "synagogue" มาจากภาษากรีกคอยเน (Koine Greek) ที่ใช้กันในหมู่ชาวยิวเฮเลนนิสติกทั่วยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ (มาซิโดเนีย เทรซ และทางตอนเหนือของกรีซ) รวมถึงฝั่งตะวันออกกลางและอัฟริกาเหนือ ลูกหลานของชาวยิวเฮเลนนิสติกที่อาศัยอยู่บนเกาะกรีก ซิลิเซีย อิสราเอลทางตอนเหนือ ซีเรียตะวันตกเฉียงเหนือและซีเรียตะวันออก ได้ร่วมกันสร้างธรรมศาลาขึ้นมาหลายแห่ง ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นธรรมศาลาแห่งเดลอส (Delos Synagogue) และธรรมศาลาที่สร้างในเมืองแอนติออก อเล็กซานเดร็ตตา กาลิลี และดูร่า-ยูโรโปส

ทว่าเพราะในธรรมศาลาสมัยนั้นประดับประดาด้วยรูปปั้นของเทพปกรณัมกรีก และรูปเคารพตามคัมภีร์ไบเบิล ในช่วงแรกๆ จึงมักถูกเข้าใจผิด คิดว่าเป็นวิหารกรีก หรือโบสถ์ของกรีกนิกายออร์ธอด็อกซ์ และเมื่อสิ้นสุดยุคของพระวิหารที่สอง (Second Temple Era) นักบวชยิว ราไบ โยคานัน เบน ซาคาอิ (Yochanan ben Zakai) จึงมีดำริให้มีการสร้างธรรมศาลาขึ้นในทุกแห่งที่ชาวยิวอยู่รวมกันเป็นชุมชน

สถาปัตยกรรมแก้ไข

 
แบบจำลองธรรมศาลายิวในเมืองไคฟง ณ พิพิธภัณฑ์ยิวพลัดถิ่น เทลอาวีฟ

ภายนอกแก้ไข

แม้ธรรมศาลายิวจะกำหนดผังมาตรฐาน ทว่าไม่ได้กำหนดลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมภายนอกและภายใน ฉะนั้น ธรรมศาลายิวจึงมีการสร้างในหลากหลายรูปแบบ หากดูตามประวัติศาสตร์จะพบว่า ธรรมศาลายิวมักสร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นในสมัยนั้น เช่น ธรรมศาลายิวในเมืองไคฟง ประเทศจีน มีลักษณะคล้ายเก๋งจีนในยุคนั้น

ช่วงแรกๆ ธรรมศาลายิวมักจำลองแบบจากวิหารของนิกายต่าง ๆ ในอาณาจักรโรมันตะวันออก ธรรมศาลาที่สร้างในยุคกลางของสเปนจึงมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมมูเดฆาร์ (mudéjar) ในขณะที่ธรรมศาลาในบุดาเปสต์และปรากจะมีโครงสร้างแบบโกธิค

ในชุมชนยิวขนาดใหญ่มักมีการสร้างธรรมศาลาที่ทั้งใหญ่โตและอลังการ ที่ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งของชาวยิวยุคนั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่า พวกเขาได้รับการยอมรับเป็นพลเมืองที่มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมผู้อื่น และด้วยความที่ไม่มีข้อบังคับในการสร้าง ธรรมศาลายิวในยุโรปและอเมริกาจึงมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ทั้งแบบโบราณ นีโอคลาสสิก นีโอไบแซนไทน์ สถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ นีโอโกธิค ฯลฯ

ทว่าหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองแล้วธรรม ศาลายิวที่สร้างขึ้นใหม่นั้นจะสร้างตามสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เป็นหลัก

 
แท่นอ่านคัมภีร์โทราห์ ณ ธรรมศาลา Bialystoker นิวยอร์ก

ภายในแก้ไข

  • ทุกศาลาธรรมยิวต้องติดตั้งแท่นอ่านคัมภีร์โทราห์ (bimah) และโต๊ะสำหรับผู้นำสวด ส่วนในธรรมศาลายิวร่วมสมัยจะมีการตั้งแท่นเทศน์สำหรับรับไบด้วย

ในศาลาธรรมของชาวยิวเซฟาร์ดี โต๊ะสำหรับผู้นำสวดมักอยู่ตรงข้ามกับแท่นคัมภีร์ เพื่อเหลือพื้นที่ไว้สำหรับการทำพิธีนำคัมภีร์ออกจากหีบไปประดิษฐานบนแท่น

  • สถานที่ประดิษฐาน "หีบแห่งพันธสัญญา" หรือหีบพระโอวาท ลักษณะคล้ายห้องหรือตู้ภายในบรรจุม้วนคัมภีร์โทราห์ และต้องตั้งหันหน้าไปทางกรุงเยรูซาเล็มเสมอ ฉะนั้น ศาลาธรรมในซีกโลกตะวันตกจึงมักตั้งหันหน้ามาทางทิศตะวันออก ในขณะที่ศาลาธรรมทางตะวันออกของอิสราเอลจะหันไปทางทิศตะวันตก และในศาลาธรรมใหญ่มักมีการแขวนม่านประดับด้านหน้าหรือด้านในประตูเพื่อตกแต่งให้สวยงาม และเมื่อเริ่มสวด ชาวยิวจะนั่งหรือยืนหันหน้าไปทางหีบพระโอวาทเสมอ
  • คันประทีปทองคำ หรือบางแห่งจะใช้ตะเกียงไฟที่ไม่มีวันดับ (ner tamid หรือ "Eternal Light") เป็นสัญลักษณ์แทน "เมโนราห์" (Menorah) หรือเชิงเทียน 7 กิ่งประจำมหาวิหารในเยรูซาเล็มที่ไม่เคยดับ ซึ่งเดิมทีใช้เป็นสัญลักษณ์ของศาสนายูดาย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดาราแห่งเดวิด รูปดาว 6 แฉกอันเป็นตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของกษัตริย์เดวิด[7]
  • ยิวนิกายออร์ธอด๊อกซ์จะไม่อนุญาตให้ติดตั้งรูปภาพหรือรูปปั้นมนุษย์ในศาลาธรรม เพราะถือว่าเป็นเสมือนรูปเคารพ

มหาธรรมศาลาแก้ไข

 
ภายในมหาธรรมศาลาแห่งเบลซ์ ในกรุงเยรูซาเล็ม

ระหว่างช่วงศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 มักพบเห็นศาลาธรรมขนาดใหญ่ในชุมชนยิว โดยเฉพาะชุมชนยิวในยุโรป ที่ไม่เพียงกว้างขวางและรองรับผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นการเปิดกว้างรับสังคมใหม่ของชาวยิวในสมัยนั้นด้วย

ศาลาธรรมที่สร้างในยุคนั้นไม่เพียงโอ่อ่าใหญ่โต แต่ยังอลังการ แม้แต่ในเมืองเล็กบางแห่ง ยังมีการสร้างศาลาธรรมที่งดงามไม่แพ้ศาลาธรรมในกรุงเวียนนาหรือนิวยอร์ก และมักตั้งชื่อนำหน้าว่า The Great Synagogue of... (มหาธรรมศาลาแห่ง...) หรือในรัสเซียจะใช้คำว่า The Choral Synagogue

มหาธรรมศาลาที่มีชื่อเสียง ได้แก่

ธรรมศาลายิวที่ใหญ่ที่สุดในโลกแก้ไข

 
ธรรมศาลายิวใหม่ในกรุงเบอร์ลิน
  • ธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกน่าจะเป็น ธรรมศาลาของชาวยิวซัทมาร์ ฮาซิดิม (Satmar Hasidism) ในชุมชนเกียร์เยียส โจเอล (Kiryas Joel) นิวยอร์ก ที่อ้างว่าสามารถรองรับได้ถึง 6,500 - 7,000 คน[8]
  • ธรรมศาลาที่มีขนาดใหญ่รองลงมาได้แก่ มหาธรรมศาลาแห่งเมืองเบลซ์ (The Belz Great Synagogue) ณ กรุงเยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล ที่รองรับสาธุชนได้ราวหกพัน
  • ธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คือธรรมศาลาที่สร้างขึ้นใหม่ ณ ศูนย์บรัตสลาฟ ในบริเวณสุสานของนักบวชยิว รับบี นาห์มันแห่งบรัตสลาฟ ประเทศยูเครน ที่รองรับสาธุชนได้ถึงหกพันราย[9]
  • ธรรมศาลา Congregation Shaare Zion ของชาวยิวเซฟาร์ดี นิกายออร์ธอดอกซ์ ตั้งอยู่ในย่านบรุกลิน นิวยอร์ก เป็นธรรมศาลาที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ ถือว่าเป็นสถานที่ชุมนุมของชาวยิวซีเรียในสหรัฐอเมริกา
  • มหาธรรมศาลาบนถนนโดฮาย (Dohány Street Synagogue) หรือธรรมศาลาแห่งบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี รองรับได้สามพันคน บนพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร
  • Kehilas Yetev Lev D'Satmar ธรรมศาลาของยิวฮาซาดิมในย่านบรุกลิน รองรับผู้คนได้ประมาณ 2,000 - 4,000 ราย
  • ธรรมศาลาใหม่แห่งกรุงเบอร์ลิน (The New Synagogue, Berlin) ประเทศเยอรมนี รองรับได้ 3,200 คน
  • ธรรมศาลา Temple Emanu-El of New York ของชาวยิวนิกายปฏิรูป ตั้งอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ ครอบคลุมพื้นที่ 3,523 ตารางเมตร และรองรับผู้คนได้ราว 2,500 คน
  • มหาธรรมศาลาแห่งเปิลเซน (The Great Synagogue, Plzeň) ประเทศเช็กเกีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองในยุโรป รองรับผู้คนได้กว่า 2000 รายบนพื้นที่กว่า 1,680 ตารางเมตร
  • The Wilshire Boulevard Temple ในเมืองลอสแอนเจลิส จุได้ 1,850 คน
  • มหาธรรมศาลาแห่งกรุงเยรูซาเล็ม (Great Synagogue, Jerusalem) ณ กรุงเยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล รองรับได้ 1,400 คน
  • Temple Emanu-El ธรรมศาลาเก่าแก่ในไมอามี่ รัฐฟลอริดา จุได้ราว 1,400 คน
  • ธรรมศาลาแห่งเมืองเซเกด ( The Szeged Synagogue) ประเทศฮังการี จุได้ราว 1,340 คน สูง 48.5 เมตร
  • ธรรมศาลายิวเคเอเอ็ม ( The KAM Isaiah Israel) ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ จุได้ 1,300 คน
  • ธรรมศาลาแห่งเมืองโซเฟีย ( The Sofia Synagogue) ประเทศบัลแกเรีย จุได้ราว 1,200 คน
  • ธรรมศาลาใหญ่แห่งเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (The Grand Choral Synagogue) ประเทศรัสเซีย จุได้ราว 1,200 คน
  • Shaarei Shomayim Synagogue ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา จุได้ 1,040 คน
  • The Caulfield Shule ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จุได้มากกว่า 1,500 คน

ธรรมศาลายิวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแก้ไข

 
ธรรมศาลาแห่งเมืองโบราณซาร์ดีส ประเทศตุรกี ตั้งอยู่ในบริเวณโรงอาบน้ำสาธารณะ
  • ศาลาธรรมยิวที่เก่าแก่ที่สุด คือ ศาลาธรรมแห่งเดลอสของซามาริตัน (กรีกโบราณ) สร้างราว 150 - 128 ปีก่อนคริสตกาล (หรืออาจเก่ากว่านั้น) ตั้งอยู่บนเกาะเดลอสในทะเลอีเจียน ประเทศกรีก[10]
  • ศาลาธรรมแห่งเมืองเยริโค (Jericho) ศาลาธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของชาวยิว สร้างราว 70-50 ก่อนคริสตกาล ภายในพระราชวังฤดูหนาวใกล้เมืองเยริโค ในเขตเวสต์แบงก์ ดินแดนปาเลสไตน์[11]
  • ศิลาจารึกบัญญัติสิบประการของชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุด ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ถูกค้นพบในประเทศอียิปต์ ตอนกลางและตอนล่าง[12]
  • ราวศตวรรษที่ 2-3 ค้นพบซากศาลาธรรมยิวในเมืองดูร่า-ยูโรโปส ประเทศซีเรีย ที่ยังคงสภาพดีกว่าศาลาธรรมอื่นที่เก่าแก่กว่า
  • The Paradesi Synagogue ศาลาธรรมยิวเก่าแก่ที่สุดที่พบในเครือจักรภพแห่งประชาชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองโคชิ รัฐเกรละ ประเทศอินเดีย ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1568 โดยชาวยิวเมืองโคชิน คำว่า Paradesi ในภาษาอินเดียหมายถึง "ต่างแดน" ตามประวัติศาสตร์แล้ว คำนี้ใช้เรียกชาวยิวผิวขาว ที่เป็นลูกผสมระหว่างชาวยิวพื้นเมืองในรัฐเกรละกับชาวตะวันออกกลางและชาวยุโรปพลัดถิ่น ศาลาธรรมยิวแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า ที่รู้จักกันดีว่า "ย่านยิว" และเป็นหนึ่งในศาลาธรรมเจ็ดแห่งในละแวกนั้นที่ยังคงเปิดทำการจนถึงปัจจุบัน
  • ศาลาธรรมยิวในกรุงปราก เป็นศาลาธรรมยิวเก่าแก่ที่สุดในโลก (และแน่นอนว่าในยุโรปด้วย) ที่ยังคงเปิดทำการอยู่จนถึงปัจจุบัน
  • Jew's Court ณ นครลิงคอล์น ประเทศอังกฤษ เป็นศาลาธรรมยิวที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของยุโรปที่ยังคงใช้การอยู่
  • Kahal Zur Israel หรือ ศิลาแห่งอิสราเอล ตั้งอยู่ ณ เมืองเรซิเฟ่ ประเทศบราซิล เป็นศาลาธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา

อัลบั้มภาพธรรมศาลายิวแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011. กรุงเทพฯ : สมาคมพระคริสตธรรมไทย, 2011. 2,695 หน้า. ISBN 978-616-721-871-7
  2. พระคัมภีร์คาทอลิก ฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์, 2014. 2495 หน้า. ISBN 978-616-361-361-5
  3. [Women can count in minyans, lead services at Beth Israel]
  4. ตัวอย่างการใช้คำว่า temple ในศาสนายิว
  5. "Judaism 101: Synagogues, Shuls and Temples". Jewfaq.org.
  6. "DF404 ศาสนศึกษา บทที่ 11 ศาสนายิว". สถานที่ทำพิธีกรรมและนักบวช. หนังสือเรียน+สื่อประกอบการเรียน มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย.
  7. "DF404 ศาสนศึกษา บทที่ 11 ศาสนายิว". สัญลักษณ์ของศาสนา. หนังสือเรียน+สื่อประกอบการเรียน มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย.
  8. "Jewish Professionals Institute (JPI) - Holocaust Thesis Chapter 7". JPI. สืบค้นเมื่อ 2012-08-29.
  9. "Synagogue of the Ukraine, Update Summer 1999". Breslov.com. 1999-06-08. สืบค้นเมื่อ 2012-08-29.
  10. "Delos". Pohick.org. สืบค้นเมื่อ 2012-08-29.
  11. "Jericho". Pohick.org. 1998-03-29. สืบค้นเมื่อ 2012-08-29.
  12. Pohick.org, Egypt