ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์

ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ หรือ ทางรถไฟสายกรุงเทพ–ปาดังเบซาร์[3] เป็นทางรถไฟระหว่างประเทศที่เชื่อมระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย มีจุดเริ่มต้นจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผ่านพรมแดนไทยกับมาเลเซีย จนถึงสถานีปลายทางคือสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส ซึ่งบรรจบกับทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันตกของมาเลเซีย[4]

ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์
ข้อมูลทั่วไป
เจ้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย
การรถไฟมลายา
ที่ตั้งจังหวัดสงขลา ประเทศไทย
รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย
ปลายทาง
ประวัติ
เปิดเมื่อ1 กรกฎาคม 2461[1]
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง43.502 กม. (27.03 ไมล์)[2]
รางกว้าง1,000 mm (3 ft 3 38 in) มีเตอร์เกจ
แผนที่เส้นทาง

ทางรถไฟสายธนบุรี–สุไหงโก-ลก
928.58
ชุมทางหาดใหญ่
ไปสุไหงโก-ลก
934.68
บ้านพรุ
945.15
ศาลาทุ่งลุง
952.64
คลองแงะ
961.14
คลองรำ
967.79
บ้านท่าข่อย
972.90
ปาดังเบซาร์ (ไทย)
973.32
เขตแดน
973.56
พรมแดนไทย–มาเลเซีย
973.84
ปาดังเบซาร์ (มาเลเซีย)
ทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันตก

ประวัติ แก้

มีการก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2452 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2464 โดยมีสถานีปลายทางคือสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส[1] ต่อมาได้มีการก่อสร้างเส้นทางเพิ่มเติมจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เชื่อมเข้ากับทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศมาเลเซีย ที่สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส[4] โดยเดินรถระหว่างกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2461[1] ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทำสัญญาการเดินรถระหว่างกันเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465[5] ทั้งสายปาดังเบซาร์และสายปาซีร์มัซ[6] โดยสถานีร่วมในสายปาดังเบซาร์ตั้งอยู่ในดินแดนคาบเกี่ยวกันของสองประเทศ ส่วนสถานีร่วมในสายปาซีร์มัซคือสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกในฝั่งไทย[6] กระทั่งถึงสงครามโลกครั้งที่สอง จึงหยุดการเดินรถระหว่างกัน[1]

หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลมาเลเซียเจรจาขอเปิดการเดินรถระหว่างประเทศอีกครั้ง และได้มีการตกลงตามสัญญาเดิมเกี่ยวกับการเดินรถผ่านแดนที่เคยกระทำต่อกันเมื่อปี พ.ศ. 2478 มีการแก้ไขบางข้อ และเดินรถตามข้อตกลงใหม่เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2497[1]

เดิมทางรถไฟสายนี้มีเพียงสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ในฝั่งมาเลเซีย หากผู้โดยสารมีความประสงค์จะลงที่ปาดังเบซาร์ฝั่งไทยต้องมีการทำหนังสือเดินทางเพราะผู้โดยสารต้องลงที่สถานีฝั่งมาเลเซียแล้วนั่งรถยนต์ย้อนกลับเข้าฝั่งไทยอีก กระทั่งวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558 มีการเปิดสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ (ฝั่งไทย) ใหม่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว[7][8] ต่อมาวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 ได้ยกเลิกรถด่วนพิเศษระหว่างประเทศ กรุงเทพ–บัตเตอร์เวิร์ท เปลี่ยนเป็นกรุงเทพ–ปาดังเบซาร์ หากผู้โดยสารมีความประสงค์จะเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย ต้องลงไปซื้อตั๋วและต่อรถไฟฟ้าของมาเลเซียเอง[9]

การเดินรถ แก้

ปัจจุบันในเส้นทางชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จะมีรถไฟหยุดรับ-ส่งผู้โดยสารในสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่, สถานีรถไฟคลองแงะ, สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ (ไทย) และสถานีปาดังเบซาร์ (มาเลเซีย) ผู้ที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย สามารถจัดการได้ที่ด่านศุลกากรในสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ฝั่งมาเลเซียแล้วต่อรถไฟได้เลย[10]

ในปี พ.ศ. 2557 รถไฟในฝั่งมาเลเซียเป็นระบบรถไฟทางคู่ ใช้ระบบรถไฟฟ้า ทำความเร็ว 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีรถไฟขนส่งสินค้าห้าขบวน ขนตู้สินค้าขนาดเล็กได้ 300 ตู้ต่อวัน ขณะที่รถไฟไทยยังเป็นรถไฟทางเดี่ยว และทำความเร็วเพียง 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง[11] ในปี พ.ศ. 2560 รัฐบาลไทยมีแผนที่จะพัฒนาให้ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์เป็นรถไฟทางคู่[12][13]

10 มกราคม พ.ศ. 2561 หอการค้าสงขลาและการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ออกให้ข้อมูลว่าจะมีการเวนคืนที่ดินในปี พ.ศ. 2561 เพื่อเตรียมสร้างทางรถไฟทางคู่สายสงขลา–ชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จะเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2562 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2564[14]

จังหวัดและอำเภอที่ผ่าน แก้

เขต / อำเภอ จังหวัด ประเทศ
หาดใหญ่ / สะเดา สงขลา ประเทศไทย
ปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย
รายชื่อสถานีรถไฟสายปาดังเบซาร์

อ้างอิง แก้

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง. "ทางรถไฟที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน". สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  2. "ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย". การรถไฟแห่งประเทศไทย. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-04-29. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  3. "พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2520" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 94 (31): 323. 12 เมษายน 2520.
  4. 4.0 4.1 "เส้นทางรถไฟ". การรถไฟแห่งประเทศไทย. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-05-13. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  5. "ประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ให้ใช้สัญญา ว่าด้วยการเดินรถไฟ ระหว่างพระราชอาณาจักร์สยาม กับ กลันตัน, ไทรบุรี, เปอร์ลิศและสหรัฐมลายู" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 41 (0 ก): 274. 29 ธันวาคม 2467.
  6. 6.0 6.1 "คำแปล สัญญาระหว่างรัฐบาลสหรัฐมลายู กับ รัฐบาลสยาม เพื่อความสดวกในการเดินรถไฟ ระหว่างพระราชอาณาจักร์สยาม กับ กลันตัน, ไทรบุรี, เปอร์ลิศ และสหรัฐมลายู" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 41 (0 ก): 276. 29 ธันวาคม 2467.
  7. "ผุดสถานีใหม่ 'ปาดังเบซาร์' เชื่อมระบบราง 'ไทย-มาเลย์'". ประชาชาติธุรกิจ. 21 ธันวาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  8. "เปิดตัว 'ปาดังเบซาร์' สถานีรถไฟเชื่อมไทย-มาเลเซีย". คมชัดลึก. 29 ธันวาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  9. "ร.ฟ.ท.ปรับขายตั๋ว "บัตเตอร์เวอร์ธ เหลือแค่กรุงเทพ-ปาดังเบซาร์"". ผู้จัดการออนไลน์. 26 สิงหาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  10. "เปิดขบวนพิเศษรถไฟหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เชื่อมรถไฟความเร็วสูงมาเลเซีย-สิงคโปร์". กิมหยงนิวส์. 19 ธันวาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  11. "ด่านปาดังเบซาร์ ไทยพัฒนาช้ากว่ามาเลเซีย?". วอยซ์ทีวี. 3 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  12. "ทางคู่ "หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์" โมเดลนำร่องรถไฟพลังงานไฟฟ้า". ประชาชาติธุรกิจออนไลน์. 7 พฤษภาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  13. "รถไฟทางคู่ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เปิดประตูศก.สู่แดนใต้เชื่อมมาเลเซีย". ฐานเศรษฐกิจ. 7 ธันวาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  14. "หอการค้าสงขลา-รฟท เคาะข่าวดีรถไฟทางคู่หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์". สงขลาทูเดย์. 10 มกราคม 2561. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-01-15. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)