โจวันนาแห่งอิตาลี สมเด็จพระราชินีแห่งบัลแกเรีย

เจ้าหญิงโจวันนาแห่งอิตาลี สมเด็จพระราชินีแห่งบัลแกเรีย (ภาษาบัลแกเรีย: Йоанна Савойска; ภาษาอิตาลี: Giovanna Elisabetta Antonia Romana Maria) (13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2450 - 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543) ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งบัลแกเรีย (ซารินา) พระองค์สุดท้าย โดยเป็นพระมเหสีในพระเจ้าซาร์บอริสที่ 3 แห่งบัลแกเรีย เป็นพระราชวงศ์อิตาลี

โจวันนาแห่งอิตาลี สมเด็จพระราชินีแห่งบัลแกเรีย
Queen giovanna of bulgaria01.jpg

พระปรมาภิไธย
ซารินาโจวันนาแห่งบัลแกเรีย
พระอิสริยยศ เจ้าหญิงโจวันนาแห่งซาวอย
เจ้าหญิงโจวันนาแห่งอิตาลี
สมเด็จพระราชินีโจวันนาแห่งบัลแกเรีย(ซารินา)
สมเด็จพระราชชนนีแห่งบัลแกเรีย
ราชวงศ์ ซาวอย
แซ็กซ์-โคบูร์กและโกธา
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2450
โรม,ราชอาณาจักรอิตาลี
สวรรคต 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543
เอสโตริล,ประเทศโปรตุเกส
(พระชนมายุ 92 พรรษา)
พระราชบิดา พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 3 แห่งอิตาลี
พระราชมารดา เจ้าหญิงเอเลนาแห่งมอนเตเนโกร
พระราชสวามี พระเจ้าซาร์บอริสที่ 3 แห่งบัลแกเรีย
พระราชบุตร เจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งบัลแกเรีย
พระเจ้าซาร์ซิเมออนที่ 2 แห่งบัลแกเรีย

เมื่อทรงพระเยาว์แก้ไข

 
เจ้าหญิงโจวันนาแห่งซาวอย(ซ้ายสุด)พร้อมพระเชษฐภคินี พระเชษฐาและพระขนิษฐา

เจ้าหญิงโจวันนาทรงประสูติในกรุงโรม เป็นพระธิดาพระองค์ที่ 3 ในพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 3 แห่งอิตาลีกับสมเด็จพระราชินีเอเลนาแห่งอิตาลี เดิมเป็นเจ้าหญิงแห่งมอนเตเนโกร พระนางทรงเจริญพระชันษาในวิลลา ซาวอยและตั้งแต่พระชันษายังน้อยทรงได้ตระหนักถึงจุดมุ่งหมายในชีวิตของตน ที่จะสนับสนุนให้ราชวงศ์ซาวอยมีอำนาจขึ้นมาจากการอภิเษกสมรส ในโอกาสพิธีศีลจุ่มเข้ารีตคาทอลิกและมีพระนามว่า โจวันนา เอลิซาเบธตา แอนโตเนีย โรมานา มาเรีย พระนางมีพระเชษฐภคินี 2 พระองค์ได้แก่ เจ้าหญิงโยลันดาแห่งซาวอยและเจ้าหญิงมาเฟลดาแห่งซาวอย พระเชษฐา 1 พระองค์คือ สมเด็จพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 2 แห่งอิตาลีและพระขนิษฐา 1 พระองค์คือ เจ้าหญิงมาเรีย ฟรานเชสกาแห่งซาวอย

การอภิเษกสมรสและพระโอรสธิดาแก้ไข

 
ภาพพระฉายาลักษณ์อย่างเป็นทางการของพระเจ้าซาร์บอริสที่ 3 และซารินาจีโอวันนา

เจ้าหญิงโจวันนาทรงอภิเษกสมรสกับพระเจ้าซาร์บอริสที่ 3 แห่งบัลแกเรีย พิธีจัดตามแบบคาทอลิกที่อาซิซิ ประเทศอิตาลีในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2473 โดยผู้นำเผด็จการแห่งอิตาลี เบนิโต มุสโสลินีได้เข้าร่วมพิธีด้วย ชาวบัลแกเรียเห็นว่าเป็นการอภิเษกสมรสที่ดีเพราะพระมารดาของพระนางทรงเป็นชนพื้นเมืองชาวสลาฟ พระราชพิธีอภิเษกสมรสจัดขึ้นครั้งที่ 2 ที่กรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย เจ้าหญิงโจวันนาทรงอภิเษกสมรสแบบนิกายออร์ทอด็อกซ์ ซึ่งเดิมทีพระนางเป็นพระธิดาในกษัตริย์ผู้เป็นคาทอลิกและราชินีซึ่งนับถืออร์ทอด็อกซ์ แตเพราะพระนางนั้นนับถือนิกายคาทอลิกอยู่แล้วทำให้ขัดแย้งกับคริสตจักรโรมันคาทอลิก พระนางทรงใช้พระนามแบบบัลแกเรียว่า ลอนนา พระนางทรงดำรงเป็น "ซารินาแห่งบัลแกเรีย" หรือ "สมเด็จพระราชินีแห่งบัลแกเรีย" เนื่องจากรัฐธรรมนูญบัลแกเรียได้เขียนไว้ว่า รัชทายาททุกพระองค์ต้องเป็นนิกายออร์ทอด็อกซ์ แต่สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 11 ทรงต้องการให้พระโอรสธิดาที่ประสูติเข้ารีตโรมันคาทอลิก พระเจ้าซาร์บอริสที่ 3 ทรงไม่ยินยอม พระสันตปาปาได้เตรียมบัพพชนียกรรมพระเจ้าซาร์บอริส แต่พระคาร์ดินัลด์ อันเจโล จิอูเซปเป รอนกัลลีซึ่งต่อมาคือ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นที่ 23 ได้ช่วยเหลือและห้ามปรามพระสันตปาปาไว้ พระเจ้าซาร์บอริสจึงทำข้อตกลงกับพระสันตปาปาเป็นไปด้วยดี ซารินาโจวันนาและพระเจ้าซาร์บอริสมีพระโอรส-ธิดาร่วมกัน 2 พระองค์ ได้แก่

  • เจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งบัลแกเรีย ประสูติ 13 มกราคม พ.ศ. 2476 ทรงอภิเษกสมรสกับ
    • ในปีพ.ศ. 2500 เจ้าชายคาร์ลแห่งเลนนินเกน มีพระโอรสรวมกัน 2 พระองค์
    • ในปีพ.ศ. 2512 บรอนิสลอว์ โครว์บอก มีพระโอรสธิดารวมกัน 2 พระองค์
  • พระเจ้าซาร์ซิเมออนที่ 2 แห่งบัลแกเรีย ประสูติ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2480 เป็นพระเจ้าซาร์แห่งบัลแกเรียตั้งแต่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2486 – 15 กันยายน พ.ศ. 2489 ได้ลี้ภัยไปยังสเปน และได้กลับมายังบัลแกเรียในปีพ.ศ. 2544 และได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งบัลแกเรีย

สงครามโลกครั้งที่ 2 และการเสด็จสวรรคตของพระสวามีแก้ไข

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระนางทรงกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมการกุศลและทรงบริจากทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อการกุศล รวมถึงการอุปถัมภ์โรงพยาบาลแก่เด็ก ระหว่างสงครามพระสวามีของพระนางต้องลงนามในสนธิสัญญาไตรภาคีกับฝ่ายอักษะ พระนางและพระสวามีทรงเปิดช่องทางให้ชาวยิวได้หลบหนีไปยังอาร์เจนตินา พระเจ้าซาร์บอริสทรงไม่อ่อนข้อยอมทำตามคำสั่งอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในการประชุมที่เบอร์ลิน พ.ศ. 2486 ฮิตเลอร์พยายามชักจูงพระองค์เพื่อช่วยรบกับโซเวียตและจะให้ได้ดินแดนเพิ่มขึ้นทางภาคใต้และตะวันตกเพื่อต่อต้านการขยายตัวของสหภาพโซเวียต พระองค์ทรงปฏิเสธและเสด็จกลับ พระองค์ทรงกลับในวันถัดไปไปที่กรุงโซเฟียกับเครื่องบินของเยอรมัน 9 วันหลังจากเสด็จกลับ พระเจ้าซาร์บอริสทรงอาเจียนอย่างรุนแรงและเสด็จสวรรคตในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2486 สิริพระชนมายุ 49 พรรษา การเสด็จสวรรคตของพระองค์ยังเป็นที่โต้แย้งกันมาก บางคนกล่าวโทษฮิตเลอร์ แม้พระอนุชาของพระองค์เจ้าชายคิริลแห่งบัลแกเรียทรงประกาศถึงการสวรรคตของพระองค์ในปีพ.ศ. 2488 ว่าทรงถูกลอบวางยาพิษระหว่างเสด็จกลับทางเครื่องบิน แต่การชันสูตรพระศพแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าซาร์บอริสทรงหัวใจวายจากอาการที่ทรงเครียด เจ้าชายซิเมออน พระโอรสได้ขึ้นครองราชสมบัติขึ้นเป็น พระเจ้าซาร์ซิเมออนที่ 2 แห่งบัลแกเรีย เนื่องจากมีพระชนมายุเพียง 6 พรรษา จึงจำเป็นต้องมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ซึ่งก็คือ เจ้าชายคิริลแห่งบัลแกเรีย พระอนุชาของพระเจ้าซาร์บอริส ทรงพยายามประนีประนอมกับเยอรมนี

การลี้ภัยแก้ไข

 
ซารินาโจวันนาในฉลองพระองค์พื้นเมือง
 
พระเจ้าซาร์และซารินาแห่งบัลแกเรีย

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บัลแกเรียถูกโจมตีโดยสหภาพโซเวียต เจ้าชายคิริลและคณะผู้สำเร็จราชการ,อดีตรัฐมนตรี 22 คน,ผู้แทนราษฎร 67 คน,ที่ปรึกษาพระราชวงศ์ 8 คนและเจ้าหน้าที่ระดับสูง 47 คน รวมถึงผู้ต่อต้านโซเวียตกว่าพันคนถูกสั่งประหารชีวิตทั้งหมด พระราชวงศ์ที่เหลือได้แก่ สมเด็จพระราชินีโจวันนา,พระเจ้าซาร์ซิเมออนที่ 2 ,เจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งบัลแกเรีย พระธิดาและเจ้าหญิงยูโดเซียแห่งบัลแกเรีย พระขนิษฐาของพระเจ้าซาร์บอริส ได้รับการอนุญาตให้พำนักที่พระราชวังวรานาใกล้กรุงโซเฟียในขณะที่ได้มีการแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการคอมมิวนิสต์ชุดใหม่ ในบันทึกของพระนางทรงได้เล่าว่า "ทหารโซเวียตในครั้งนั้นได้มีความสนุกจากไล่ยิงพสกนิกรในทุกๆที่ที่นอกเหนือจากได้รับคำสั่งจากคณะรัฐบาลซึ่งตอนนั้นฉันกำลังเดินกับลูกๆอยู่ที่ที่นั้น"

ในวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2489 ได้มีการลงคะแนนเสียงภายในกองทัพโซเวียต ผลออกมาร้อยละ 97 เห็นด้วยในการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนบัลแกเรียและล้มล้างพระราชวงศ์และระบอบกษัตริย์ โดยให้พระราชวงศ์เตรียมตัว 1 เดือนเพื่อออกจากประเทศแต่เพียงวันเดียวคือในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2489 พระราชวงศ์ได้ถูกบังคับให้ออกจากบัลแกเรีย อย่างไรก็ตามพระเจ้าซาร์ซิเมออนทรงไม่เคยลงพระนามในเอกสารสละราชบัลลังก์อย่างเป็นทางการ พระราชวงศ์ทั้งหมดจึงต้องลี้ภัยไปที่อเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ที่ซึ่งพระบิดาของพระนางคือ สมเด็จพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 3 แห่งอิตาลีพำนักอยู่หลังจากทรงลี้ภัยจากอิตาลี พระองค์และพระราชวงศ์ทรงมีความเป็นอยู่อย่างยากลำบากโดยทรงมีทรัพย์เพียงพระองค์ละ 200 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ต่อมาพระเจ้าวิกเตอร์ เอ็มมานูเอลผู้เป็นพระราชบิดาได้เสด็จสวรรคตลง ทรงมอบมรดกให้แก่พระธิดาซึ่งก็คือ สมเด็จพระราชินีโจวันนา ทำให้ราชวงศ์ทรงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2494 รัฐบาลสเปนนำโดยจอมพลฟรันซิสโก ฟรังโกได้เชิญพระราชวงศ์ลี้ภัยที่สเปน

ปลายพระชนม์ชีพแก้ไข

 
อดีตซารินาโจวันนา พระเจ้าซาร์ซิเมออน พระโอรสและเจ้าหญิงมาร์การิตา พระสุณิสา

หลังจากการอภิเษกสมรสของพระเจ้าซาร์ซิเมออนที่ 2 กับธิดาตระกูลขุนนางสเปนมาร์การิตา โกเมซ-อเชโบ ยี เซจูลา ในปีพ.ศ. 2505 พระราชินีโจวันนาทรงย้ายไปพำนักที่ เอสโตริล,ประเทศโปรตุเกส ที่ซึ่งพระนางทรงพำนักในช่วงท้ายของพระชนม์ชีพ ในปีพ.ศ. 2536 พระนางเสด็จกลับบัลแกเรียเพื่อคารวะพระศพของพระเจ้าซาร์บอริสที่ 3 ในระหว่างการเสด็จเยือนบัลแกเรียครั้งนั้นซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายตลอดพระชนม์ชีพพระนาง พระนางทรงได้รับการต้อนรับจากพสกนิกรชาวบัลแกเรียหลายพันคนบนถนน ทุกคนมาเพื่อถวายการต้อนรับพระนาง

สมเด็จพระราชินีโจวันนาเสด็จสวรรคตในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 สิริพระชนมายุ 92 พรรษา พระศพได้ถูกฝังที่อาซิชิ ประเทศอิตาลี ที่ซึ่งพระนางทรงอภิเษกสมรสกับพระสวามีครั้งแรก

พระราชตระกูลแก้ไข

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
16. พระเจ้าชาร์ลส์ อัลเบิร์ตแห่งซาร์ดิเนีย
 
 
 
 
 
 
 
8. สมเด็จพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 แห่งอิตาลี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
17. เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซาแห่งทัสคานี
 
 
 
 
 
 
 
4. พระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 แห่งอิตาลี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
18. อาร์คดยุคไรเนอ โจเซฟแห่งออสเตรีย
 
 
 
 
 
 
 
9. เจ้าหญิงมาเรีย อเดเลดแห่งออสเตรีย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
19. เจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งซาวอย
 
 
 
 
 
 
 
2. พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 3 แห่งอิตาลี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
20. พระเจ้าชาร์ลส์ อัลเบิร์ตแห่งซาร์ดิเนีย(= 16)
 
 
 
 
 
 
 
10. เจ้าชายเฟอร์ดินานด์ ดยุคแห่งเจนัว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
21. เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซาแห่งทัสคานี(=17)
 
 
 
 
 
 
 
5. เจ้าหญิงมาร์เกริตาแห่งซาวอย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
22. พระเจ้าจอห์นแห่งแซกโซนี
 
 
 
 
 
 
 
11. เจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งแซกโซนี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
23. เจ้าหญิงอเมเลีย ออกุสต์แห่งบาวาเรีย
 
 
 
 
 
 
 
1. โจวันนาแห่งอิตาลี สมเด็จพระราชินีแห่งบัลแกเรีย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
24. ซาวา เปโทรวิช-นีเยกอซ
 
 
 
 
 
 
 
12. เมอโก เปโทรวิช-นีเยกอซ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
25. แองเจลิกา ราดามอวิช
 
 
 
 
 
 
 
6. สมเด็จพระราชาธิบดีนิโคลัสที่ 1 แห่งมอนเตเนโกร
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
26. ไม่ทราบชื่อ
 
 
 
 
 
 
 
13. อนาสตาซียา มาร์ตินอวิช
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
27. ไม่ทราบชื่อ
 
 
 
 
 
 
 
3. เจ้าหญิงเอเลนาแห่งมอนเตเนโกร
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
28. ไม่ทราบชื่อ
 
 
 
 
 
 
 
14. ปีเตอร์ วูคอวิช
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
29. ไม่ทราบชื่อ
 
 
 
 
 
 
 
7. มิเลนา วูคอวิช
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
30. ไม่ทราบชื่อ
 
 
 
 
 
 
 
15. เยเลนา วูคอวิช
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
31. ไม่ทราบชื่อ
 
 
 
 
 
 

อ้างอิงแก้ไข

ก่อนหน้า โจวันนาแห่งอิตาลี สมเด็จพระราชินีแห่งบัลแกเรีย ถัดไป
เจ้าหญิงเอเลนอร์ รอสแห่งคอสทริกส์    
ซารินาแห่งบัลแกเรีย
(บัลแกเรีย)

(25 ตุลาคม พ.ศ. 247328 สิงหาคม พ.ศ. 2489)
  พระอิศริยยศถูกยกเลิก
หรือ
มาร์การิตา โกเมซ-อเชโบ ยี เซจูลา