คิงคองยักษ์

บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน
ไจแกนโตพิธิคัส
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ตอนต้น - กลาง ไพลสโตซีน
~2–0.3Ma
Gigantopithecus mandible.jpg
ขากรรไกรล่างของไจแกนโตพิธิคัส ที่สร้างขึ้นใหม่ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาคลีฟแลนด์ โอไฮโอ
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Primates
อันดับย่อย: Haplorhini
อันดับฐาน: Simiiformes
วงศ์: Hominidae
เผ่า: Sivapithecini
สกุล: Gigantopithecus
สปีชีส์: G.  blacki
ชื่อทวินาม
Gigantopithecus blacki
von Koenigswald, 1935[1]

ไจแกนโตพิธิคัส (อังกฤษ: Gigantopithecus) จัดเป็นลิงไม่มีหางที่ใหญ่ที่สุดในวงศ์ลิงใหญ่ (Hominidae) ในอันดับวานร (Primates) มีชีวิตอยู่ในสมัยไพลสโตซีน ในยุคควอเทอร์นารี เมื่อราว 2.6–0.8 ล้านปีก่อน ฟอสซิลถูกค้นพบครั้งแรกโดยบังเอิญ ใน ปี 1935 โดยนักบรรพชีวิน ชาวเยอรมันลูกครึ่งชาวดัตช์ชื่อ ราล์ฟ ฟอน เคอนิกสวาลด์ ในร้านขายยาแผนโบราณจีนแห่งหนึ่งในฮ่องกง

เคอนิกสวาลด์สังเกตพบว่า ฟันกรามที่พบในร้านขายยาดังกล่าว มีขนาดใหญ่เทอะทะผิดปกติ ซึ่งน่าจะเป็นฟันกราม ของสัตว์ตระกูลไพรเมตชนิดหนึ่ง จึงตั้งชื่อว่า ไจแกนโตพิธิคัส แปลว่า "ลิงยักษ์" โดยคาดว่าอายุประมาณ 700,000 - 125,000 ปีมาแล้ว

ต่อมาในปี 1947 นักวิชาการชาวจีนได้ออกสำรวจ และขุดค้นตามถ้ำหลายแห่ง ในตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศจีน ได้พบฟันของไจแกนโตพิธิคัส มากกว่า 1,000 ซี่ และพบกระดูกขากรรไกรด้วย ที่สำคัญคือ พบอยู่ในบริเวณที่เชื่อได้ว่า เคยเป็นแหล่งอาศัยของไจแกนโตพิธิคัส โดยพบปะปนกับกระดูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ชนิดอื่นๆ เช่น หมีแพนด้า และโฮโม อีเร็กตัส กระดูกขากรรไกรและฟันของ ไจแกนโตพิธิคัส ที่พบในประเทศจีนนี้ มีอายุระหว่าง 400,000 - 300,000 ปีมาแล้ว ซึ่งตรงกับช่วง สมัยไพลสโตซีน

ในช่วงปี 1977 นักวิชาการชาวอเมริกันอีกคนหนึ่งชื่อ รัสเซลล์ ไคิอชอน ได้สำรวจพื้นที่ทางตอนเหนือ ของประเทศเวียดนาม พบตัวอย่างฟันกราม และขากรรไกรของไจแกนโตพิธิคัสที่ถ้ำแห่งหนึ่ง คาดว่าประมาณ 125,000 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับอายุที่เคอนิกสวาลด์ ได้เคยเสนอไว้

ลักษณะของไจแกนโตพิธิคัสแก้ไข

ไจแกนโตพิธิคัส มีรูปร่างลักษณะคล้ายลิงอุรังอุตังญาติในปัจจุบัน มีความสูง อยู่ที่ 2.7 เมตร 9 ฟุต น้ำหนัก 270 กก. มีฟันกรามหรือฟันเคี้ยวมีขนาดใหญ่มาก ขากรรไกรใหญ่เทอะทะ ฟันเขี้ยวใหญ่ แต่ก็ไม่ใหญ่เท่าฟันอื่นๆ และมีเคลือบฟันหนา เหมือนคน ลักษณะบางอย่างเหมือนกับSivapithecus แต่บางอย่างก็คล้ายมนุษย์ แสดงให้เห็นว่า เป็นสายวิวัฒนาการอีกสายหนึ่ง การเดินคล้ายลิงกอริลลา การที่ไจแกนโตพิธิคัส มีขากรรไกรใหญ่เทอะทะ แสดงว่า มีการปรับตัวให้เข้ากับการกิน หรือเคี้ยวอาหารที่ค่อนข้างแข็ง ฟันเขี้ยวก็สึก แสดงถึงความสัมพันธ์กับอุรังอุตังและมนุษย์ การเคี้ยวบด อาหารแข็ง อาหารหลักคือ ต้นไผ่ เบิร์ช และโอ๊ก รวมถึงสมุนไพรและเฟิร์นที่มีค่าต่ำหลายชนิด

การสูญพันธ์แก้ไข

เมื่อ 0.8 ล้านปีก่อน คิงคองยักษ์ชนิดนี้ต้องสูญพันธ์ไปเพราะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงนั่นจึงทำให้ไจแกนโตพิธิคัสต้องสูญพันธ์ไปในที่สุด

วิทยาสัตว์ลึกลับแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. von Koenigswald, G. H. R. (1935). "Eine fossile Säugetierfauna mit Simia aus Südchina" (PDF). Proceedings of the Koninklijke Akademie van Wetenschappen te Amsterdam. 38 (8): 874–875.