เปิดเมนูหลัก

ดาร์บีลอนดอนเหนือ

(เปลี่ยนทางจาก North London derby)

ดาร์บีลอนดอนเหนือ (อังกฤษ: North London derby) ชื่อเรียกการแข่งขันฟุตบอลแบบดาร์บี หรือสโมสรร่วมเมืองเดียวกันพบกัน โดยเป็นการแข่งขันกันระหว่างสโมสรฟุตบอลในทางตอนเหนือของกรุงลอนดอนสองสโมสรที่มีประวัติยาวนาน คือ อาร์เซนอล กับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ โดยได้ชื่อว่า เป็นดาร์บีที่ดุเดือดและแปดเปื้อนกันมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะทั้งสองสโมสรมีความหลังที่ไม่ใช่เป็นเพียงคู่แข่ง แต่เป็นถึงขั้นคู่อริหรือขัดแย้งกันอย่างรุนแรง[1]

ดาร์บีลอนดอนเหนือ
Laurent Koscielny clashes with Heurelho Gomes.jpg
การพบกันของทั้งสองสโมสรในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2010
สถานที่ลอนดอน
ทีมอาร์เซนอล
ทอตนัมฮอตสเปอร์
พบกันครั้งแรก4 ธันวาคม 1909
อาร์เซนอล 1–0 ทอตนัมฮอตสเปอร์
1909–10 ดิวิชันหนึ่ง
พบกันครั้งล่าสุด2 ธันวาคม 2018
อาร์เซนอล 4–2 ทอตนัมฮอตสเปอร์
2018–19 พรีเมียร์ลีก
พบกันครั้งต่อไป17 ธันวาคม 2018
อาร์เซนอล ปะทะ ทอตนัมฮอตสเปอร์
2018–19 ลีกคัพ
สนามเอมิเรตส์สเตเดียม (อาร์เซนอล)
ไวต์ฮาร์ตเลน (ทอตนัมฮอตสเปอร์)
สถิติ
การพบกัน196
ชนะสูงสุดอาร์เซนอล (78)
ลงเล่นสูงสุดเดวิด โอ'เลียรี (35)
ยิงประตูสูงสุดเอ็มมานูเอล อาเดบายอร์ (10)
สถิติรวมอาร์เซนอล: 82
เสมอ: 51
ทอตนัมฮอตสเปอร์: 63
ชัยชนะครั้งใหญ่ทอตนัมฮอตสเปอร์ 0–6 อาร์เซนอล (6 มีนาคม 1935)

ที่มาแก้ไข

การแข่งขันของทั้งสองสโมสรครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1887 ที่ย่านพลัมสตีด (ในขณะนั้นอาร์เซนอลใช้ชื่อว่า รอยัลอาร์เซนอล) ซึ่งเป็นการแข่งขันมิตรภาพหรือกระชับมิตร โดยขณะนั้นสเปอร์นำอยู่ 2–1 แต่แล้วในนาทีที่ 75 ผู้ตัดสินก็ได้ตัดสินให้ยุติการแข่งขันลง โดยอ้างว่าฟ้ากำลังจะมืด จึงทำให้สเปอร์เป็นฝ่ายชนะไปก่อนอย่างไม่เป็นทางการ[2] จากนั้นการแข่งขันอย่างเป็นทางการจึงได้เริ่มขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1909 ในระดับดิวิชัน 1 อาร์เซนอลชนะไป 1–0[3]

ต่อมา เซอร์เฮนรี นอร์ริส นักธุรกิจที่ได้เข้ามาเป็นผู้บริหารอาร์เซนอลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910 ได้พยายามให้อาร์เซนอลย้ายที่ตั้งสโมสรจากย่านพลัมสตีด (ตะวันออกเฉียงใต้ของลอนดอน) ไปที่ไฮบิวรี (ตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอน) โดยมีที่ตั้งสนามเหย้า คือ ไฮบิวรี ห่างจากไวต์ฮาร์ตเลนของสเปอร์แค่ 4 ไมล์ ท่ามกลางการคัดค้านของบรรดาผู้สนับสนุนสเปอร์ รวมถึงสโมสรอื่นด้วย เช่น เชลซี เนื่องจากการย้ายเข้ามาของอาร์เซนอลจะทำให้สโมสรเหล่านี้มิได้ผูกขาดเป็นสโมสรในแถบลอนดอนเหนือเพียงแค่สโมสรเดียวอีกแล้ว

หลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้ยุติลง การแข่งขันฟุตบอลในประเทศอังกฤษที่ได้หยุดไปในช่วงสงครามก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง การขับเคี่ยวกันของทั้งสองสโมสรก็ยังดำเนินต่อไป เมื่อในฤดูกาล 1919–20 ทั้งอาร์เซนอลและสเปอร์ต่างจบอันดับอยู่ในสถานะที่ต้องตกชั้นลงไปเล่นในระดับดิวิชัน 2 ทั้งคู่ แต่ทว่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ได้ตัดสินให้อาร์เซนอลยังคงอยู่ต่อไปในระดับดิวิชัน 1 ได้ โดยทางอาร์เซนอลได้อ้างว่า หากเป็นเช่นนั้นจะไม่มีสโมสรจากกรุงลอนดอนเล่นอยู่ในระดับดิวิชัน 1 อยู่เลย ในที่สุดก็เป็นสเปอร์ที่ต้องตกชั้นลงไปแทน แม้ทางสเปอร์จะได้ยื่นฟ้องเรื่องนี้ต่อศาล แต่มิได้อาจเปลี่ยนแปลงคำตัดสินใด ๆ และยังต่อมาในระดับดิวิชัน 2 อาร์เซนอลที่อยู่ในอันดับ 5 กลับได้สิทธิเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในระดับดิวิชัน 1 ได้ โดยมีเหตุผลว่า เป็นสโมสรที่เก่าแก่ ขณะที่บาร์นสลีย์ และวุลเวอร์แฮมป์ตันวันเดอเรอส์ ที่มีอันดับดีกว่าอาร์เซนอลกลับไม่ได้รับการเลื่อนชั้น โดยทั้งหมดนี้มีเสียงซุบซินนินทากันว่าเป็นเพราะอิทธิพลและการติดสินบนของนอร์ริสเพื่อให้อาร์เซนอลได้อยู่ต่อไป เรื่องดังกล่าวกลายเป็นที่อื้อฉาวในขณะนั้น แต่ทว่าก็มิได้หลักฐานใด ๆ อีกทั้งสื่อมวลชนก็มิได้นำเสนอถึงเรื่องนี้[1]

 
แผนที่ที่ตั้งของสโมสรเหย้าของสองสโมสร: อาร์เซนอล–ไฮบิวรี (สีแดง), ทอตนัมฮอตสเปอร์–ไวต์ฮาร์ตเลน (สีขาว)

นอกจากนี้แล้วยังเป็นเรื่องของการขับเคี่ยวแข่งขันแย่งแชมป์กันอย่างดุเดือดของทั้งสองสโมสรอีก เช่น การแย่งแชมป์ลีกคัพ ในปี ค.ศ. 1987 ที่ตัองแข่งกันถึง 3 นัด เป็นต้น จึงทำให้ทั้งคู่เปรียบเสมือนคู่ปรับหรือคู่อริกันมานับแต่บัดนั้น เมื่อถึงดาร์บีลอนดอนเหนือเมื่อไหร่ การแข่งขันจะเป็นไปอย่างดุเดือด กดดัน ไม่มีรอยยิ้มหรือมิตรภาพใด ๆ ตลอดจนบรรดาผู้สนับสนุนของท้งสองสโมสรก็มักปะทะหรือยกพวกต่อยตีวิวาทกันเสมอ[1][4]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 ภูเก้าล้วน, อธิคม (2016-11-06). "นิทาน 'นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี' ปืน vs ไก่ อริไม่มีวันเผาผีกัน". smmsport. สืบค้นเมื่อ 2017-01-21.
  2. "Tottenham Hotspur in Friendly Matches - Season 1887–1888". Topspurs. สืบค้นเมื่อ 20 December 2006.
  3. "Records against Tottenham". Arsenal.com. สืบค้นเมื่อ 20 December 2006.
  4. แหลมสิงห์, บี (2016-11-06). ""นอร์ธลอนดอน ดาร์บี้"….ชาตินี้เราจะไม่เผาผีกัน". footballdj. สืบค้นเมื่อ 2017-01-21.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข