เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

ศูนย์การค้า

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) เป็นศูนย์การค้าแนวราบริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างซอยเจริญกรุง 72-76 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร บริหารงานโดย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยรีเทล อินเวสเม้นต์ โดย บริษัท แอสเสท เวิรด์ รีเทล จำกัด ภายในโครงการประกอบด้วยร้านค้า ร้านอาหารริมน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงละครคาลิปโซ่ที่ย้ายมาจากโรงแรมเอเชีย และโรงละครโจหลุยส์ที่ย้ายมาจากสวนลุมไนท์บาซาร์

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
Asiatique 26-1-2013.JPG


ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง 2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร
สถานะ เปิดให้บริการ
การใช้งาน
พื้นที่ 30 ไร่ (เฟสแรก) / 70 ไร่ (ทั้งโครงการ)
จำนวนชั้น สูงสุด 2 ชั้น
ความจุที่จอดรถ 2,000 คัน
บริหารโดย บริษัท ริเวอร์ไซด์ มาสเตอร์แพลน จำกัด
เว็บไซต์ Official Website

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดิมเคยเป็นที่ตั้งของวัดพระยาไกร ซึ่งต่อมาเป็นท่าเรือ และบริษัทอีสต์เอเชียติก บริษัทเดินเรือสัญชาติเดนมาร์ก มาเปิดกิจการในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสร้างเป็นโกดัง โรงเลื่อย และนำเครื่องจักรขนาดใหญ่หลายตัวมาติดตั้งไว้ และมีการสร้างท่าเรือขนถ่ายสินค้าซึ่งเป็นการเปิดประตูการค้าสากลระหว่างประเทศไทยและทวีปยุโรป ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามายึดท่าเรือและคลังสินค้าของบริษัทอีสต์เอเชียติก เพื่อใช้เป็นฐานกำลังและคลังแสง และยังปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน

กระทั่งในปี พ.ศ. 2555 ได้มีพัฒนาปรับปรุงเป็นศูนย์การค้า ด้วยแนวคิด Festival Market and Living Museum ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและช้อปปิ้งที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม[1] โดยมีจุดเด่นคือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ "เอเชียทีค สกาย" ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ความสูง 60 เมตร และเมื่อขึ้นไปแล้วจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบของกรุงเทพมหานครในมุมสูงได้รอบตัว[2]

ในอนาคต ยังมีแผนที่จะก่อสร้างอาคารพาณิชย์แบบผสมความสูง 450 เมตร จำนวน 100 ชั้น ซึ่งจะกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย[3]

การจัดสรรพื้นที่แก้ไข

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ประกอบด้วยพื้นที่สำคัญดังนี้

  • โรงละครคาลิปโซ กรุงเทพ (ย้ายมาจากโรงแรมเอเชีย)
  • โรงละครโจหลุยส์ (ย้ายมาจากสวนลุมไนท์บาซาร์)
  • เดอะ สเตจ มวยไทย ไลฟ์
  • ฟูดเซอร์คัส
  • เอเชียทีค สกาย ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีลานกิจกรรมเอเชียทีคพาร์ค ทางเดินริมแม่น้ำ และบริการเรือรับ-ส่ง ไปยังท่าเรือสาทรได้อีกด้วย

ระเบียงภาพแก้ไข

โครงการในอนาคตแก้ไข

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ มีโครงการพัฒนาส่วนต่อขยายในระยะที่ 2 บนพื้นที่รวมเกือบ 100 ไร่ มูลค่าลงทุนไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท

โดยล่าสุดได้เซ็นสัญญากับ Adrian Smith + Gordon Gill Architecture (AS+GG) ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการออกแบบอาคารที่สูงระฟ้าระดับโลก อาทิ บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เซ็นทรัล พาร์ค ทาวเวอร์ สหรัฐอเมริกา, เจดดาห์ทาวเวอร์ อาคารสูง 1 กิโลเมตร ในเมืองญิดดะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และ AL Wasl Plaza นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สถานที่จัดงานเอ็กซ์โป 2020 ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้น โดย AS+GG จะทำงานร่วมกับ บริษัท เอ 49 จำกัด และ บริษัท เออร์เบิ้น อาร์คิเต็คส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกอันดับต้นๆ ของไทย

เบื้องต้นในโครงการจะประกอบด้วย อาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย ความสูง 450 เมตร จำนวน 100 ชั้น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณลานจอดรถและเอเชียทีค สกาย ในปัจจุบัน ภายในอาคารประกอบด้วย โรงแรม 2 ส่วน คือ โรงแรมหรู 5 ดาว บริหารโดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ขนาด 800 ห้อง และโรงแรม 6 ดาว นอกจากนี้คาดว่าจะมีแบรนด์เดด เรสซิเดนซ์ ซึ่งจะขายในรูปแบบการเช่าระยะยาว แต่จะมีพื้นอาคารสำนักงานเป็นส่วนน้อย และพื้นที่ค้าปลีกระดับบน และจุดชมวิวบนดาดฟ้า โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปีครึ่งกว่าการออกแบบโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จ พร้อมยื่นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนเริ่มการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2564 คาดว่าใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 3 ปี และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2567[3][4] นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ในปัจจุบัน ยังมีแนวทางการพัฒนาอีก 2 ส่วน ดังนี้

  1. พื้นที่ติดถนนเจริญกรุง ก่อสร้างเป็นอาคารรูปทรงเจดีย์ สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของที่ตั้งโครงการ ซึ่งเป็นจุดที่พบพระพุทธรูปทองคำของวัดพระยาไกรในอดีต ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถัดมาจะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่ฟันพาร์ค
  2. พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะก่อสร้างเป็นร้านสตาร์บัคส์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมกันนี้จะมีการย้ายเอเชียทีค สกาย จากจุดเดิมมาตั้งบริเวณเดียวกัน ที่สำคัญจะมีร้านค้าปลีกมาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.00-23.00 น.

ซึ่งการพัฒนาทั้งหมดจะใช้ระยะเวลา 3 ปี สำหรับพื้นที่อีกเกือบ 40 ไร่ที่เหลือบริเวณฝั่งตรงข้ามถนนที่ปัจจุบันเป็นที่จอดรถบัสนักท่องเที่ยว จะมีการพัฒนาเป็นส่วนสุดท้าย ซึ่งเบื้องต้นจะพัฒนาเป็นพื้นที่อาคารค้าปลีก[5]

อ้างอิงแก้ไข

  1. เอ็มไทย (8 พฤษภาคม 2555). "ASIATIQUE The Riverfront ตลาดนัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเจริญกรุง". travel.mthai.com. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2562.
  2. กระปุก.คอม (8 มีนาคม 2556). "นั่งชิงช้าสวรรค์ เอเชียทีค ชิล ๆ ชมวิวเมืองกรุง". travel.kapook.com. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2562.
  3. 3.0 3.1 กรุงเทพธุรกิจ (19 ธันวาคม 2562). "'AWC' ท้าชน 'ไอคอนสยาม' จ่อผุด ตึกสูงสุด ริมเจ้าพระยา". www.bangkokbiznews.com. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2563.
  4. ฐานเศรษฐกิจ (12 มีนาคม 2563). "'เจ้าสัวเจริญ' ทุบทุกสถิติ เสกตึกสูง 100ชั้น ริมเจ้าพระยา". www.thansettakij.com. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2563.
  5. ข่าวสด (19 ธันวาคม 2562). "โปรเจ็กต์ยักษ์! เอเชียทีค ดึงสถาปนิกระดับโลก สร้างตึก 100 ชั้น สูงสุดในไทย". www.khaosod.co.th. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2563.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ คำแนะนำ

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°42′22″N 100°30′17″E / 13.706021°N 100.504660°E / 13.706021; 100.504660