เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งเคนต์

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุคแห่งเคนต์ (อังกฤษ: His Royal Highness Prince Edward, Duke of Kent) (เอ็ดเวิร์ด จอร์จ นิโคลัส พอล แพทริค; ประสูติ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1935) เป็นสมาชิกพระองค์หนึ่งในพระราชวงศ์อังกฤษ โดยเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 พระองค์ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น ดยุกแห่งเคนต์ มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1942[1]

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด
ดยุกแห่งเคนต์
The Duke of Kent (cropped).jpg
คู่อภิเษกแคทริน เวิร์สลีย์
(1961-ปัจจุบัน)
พระนามเต็ม
เอ็ดเวิร์ด จอร์จ นิโคลัส พอล แพทริก
พระบุตรจอร์จ วินด์เซอร์, เอิร์ลแห่งเซนต์แอนดรูว์
เลดีเฮเลน เทย์เลอร์
ลอร์ดนิโคลัส วินด์เซอร์
ราชวงศ์วินด์เซอร์
พระบิดาเจ้าชายจอร์จ ดยุกแห่งเคนต์
พระมารดาเจ้าหญิงมารีนาแห่งกรีซและเดนมาร์ก
ประสูติ9 ตุลาคม ค.ศ. 1935 (87 ปี)
จัตุรัสเบลเกรฟ ลอนดอน สหราชอาณาจักร

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงปฏิบัติพระกรณียกิจแทนสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระญาติชั้นที่หนึ่ง บางครั้งทรงเป็นที่รู้จักอย่างดีที่สุดในฐานะประธานสโมสรคร็อกเก็ตและเทนนิสแห่งอังกฤษ (All England Lawn Tennis and Croquet Club) โดยทรงมอบรางวัลเป็นโล่เกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดันชาย อีกทั้งยังทรงเป็นผู้แทนพิเศษด้านการค้าและการลงทุนแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งทรงเกษียณในปีค.ศ. 2001

ขณะทรงพระเยาว์แก้ไข

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดประสูติเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ.1935 ที่เลขที่ 3 จัตุรัสเบลเกรฟ ลอนดอน เป็นพระโอรสพระองค์โตในเจ้าชายจอร์จ ดยุคแห่งเคนต์ กับ ดัชเชสแห่งเคนต์[2] พระบิดาของพระองค์ทรงเป็นพระราชโอสรพระองค์ที่ 4 ของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 กับสมเด็จพระราชินีแมรี พระมารดาเป็นบุตรของเจ้าชายนิโคลัสแห่งกรัซและเดนมาร์กกับแกรนด์ดัชเชสเยเลนา วลาดีมีรอฟนาแห่งรัสเซีย พระองค์ได้เข้าพิธีศีลล้างบาป ณ โบสถ์น้อยในพระราชวังบักกิงแฮม เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ.1935 โดยทรงมีพ่อและแม่ทูนหัวดังต่อไปนี้คือ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 เจ้าหญิงแมรี พระราชกุมารีและเคาน์เตสแห่งฮาร์วุด เจ้าชายอาร์เธอร์ ดยุกแห่งคอนน็อตและสแตรธเอิร์น และเจ้าหญิงลูอิส ดัชเชสแห่งอาร์กายล์[3]

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงเริ่มศึกษาที่โรงเรียนลุดโกรฟในบาร์กเชอร์ ก่อนจะทรงศึกษาต่อที่วิทยาลัยอีตัน และที่สถาบันเลอ รอเซย์ในสกอตแลนด์ [4] หลังจากนั้นพระองค์ทรงได้เข้าศึกษาโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ ซึ่งพระองค์ได้ชนะรางวัลเซอร์ เจมส์ มอนคริฟฟ์ เกียร์สัน ในด้านภาษาต่างประเทศ พระองค์สามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่ว ตามคำกล่าวของเจ้าชายไมเคิลแห่งเคนต์ว่า พระมารดาและพระปิตุจฉาของพระองค์จะพูดกันเป็นภาษาฝรั่งเศส[5]

ในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ.1942 พระบิดาของพระองค์ทรงประสบอุบติเหตุเครื่องบินตกในเคธเนส เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดขณะทรงมีพระชนมายุ 6 พรรษา[1]ทรงสืบทอดตำแหน่งดยุกแห่งเคนต์,เอิร์ลแห่งเซนต์แอนดรูว์และบารอนแห่งดาวน์แพทริค ในฐานะสมาชิกของราชวงศ์ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดเริ่มปฏิบัติพระกรณียกิจตั้งแต่พระชนมายุยังน้อย ในปีค.ศ.1952 ขณะพระชนมายุ 16 พรรษา ทรงเดินอยู่เบื้องหลังพระโกศของพระปิตุลาของพระองค์หรือสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6[6] และในค.ศ.1953 ทรงเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 โดยพระองค์ได้ถวายความเคารพ เป็นลำดับที่ 3 หลังจากดยุคแห่งเอดินบะระ และดยุคแห่งกลอสเตอร์[7]

การรับราชการทหารแก้ไข

ในวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ.1955 เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ และได้รับราชการทหารจนได้เลื่อนยศเป็นร้อยเอกเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ.1961[8]

จากนั้นในช่วงค.ศ.1962 - ค.ศ.1963 พระองค์ได้ไปปฏิบัติราชการที่ฮ่องกง หลังจากปฏิบัติราชการอยู่ในกองบัญชาการทางตะวันออก และได้รับเลื่อนยศเป็นพันตรีเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.1967[9] ในค.ศ.1970 พระองค์ทรงบัญชากองทหารกองทหารของเขาที่ประจำการในพื้นที่ฐานอธิปไตยของอังกฤษในไซปรัส ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1970 และยังทรงทำหน้าที่ในไอร์แลนด์เหนือกับกองทหารของพระองค์ และได้รับการเลื่อนยศเป็นพันโทเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ.1973[10] ก่อนที่จะทรงเกษียณจากการเป็นทหารเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ.1976[11] ต่อมาทรงได้รับการเลื่อนยศเป็นพลตรีในวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1983[12] และจอมพลในวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1993[13]

ชีวิตส่วนพระองค์แก้ไข

เจ้าชายเอ็ดเวิร์ทรงอภิเษกสมรสกับ แคทริน ลูซี แมรี เวิร์สลีย์ ลูกสาวคนเดียวของวิลเลียม เวอร์สลีย์ ที่ อาสนวิหารยอร์กในวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ.1961

ดยุกและดัชเชสแห่งเคนต์มีพระบุตรสี่คน ได้แก่ จอร์จ วินด์เซอร์ เอิร์ลแห่งเซนต์แอนดรูว์ (26 มิถุนายน ค.ศ. 1962), เลดีเฮเลน เทย์เลอร์ (28 เมษายน ค.ศ. 1964) ,ลอร์ดนิโคลัส วินด์เซอร์ (25 กรฎาคม ค.ศ. 1970) และลอร์ดแพทริค วินด์เซอร์(5 ตุลาคม ค.ศ.1977)ตามลำดับ

ดยุกและดัชเชสแห่งเคนต์อาศัยอยู่ที่พระราชวังเค็นซิงตันในลอนดอน

พระกรณียกิจแก้ไข

ดยุกแห่งเคนต์ได้ปฏิบัติงานในนามสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2มานานกว่า 50 ปี ดยุคได้เป็นตัวแทนของสมเด็จพระราชินีในระหว่างการเฉลิมฉลองเอกราชในประเทศเครือจักรภพ ได้แก่ เซียร์ราลีโอน[14] ยูกันดา[15] กายอานา แกมเบีย[16] และกานา เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบ 50 ปีการได้รับเอกราช [17] และเขายังเคยเป็นที่ปรึกษาแห่งรัฐอีกด้วย

หนึ่งในบทบาทที่สำคัญของดยุคหลายปีเป็นรองประธานคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศอังกฤษที่เคยเป็นคณะกรรมการการค้าโพ้นทะเลของอังกฤษและต่อมาก็เป็นตัวแทนพิเศษสำหรับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของสหราชอาณาจักร ทำให้ดยุคแห่งเคนต์ได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อเป็นตัวแทนของรัฐบาลอังกฤษในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศและองค์กรต่างๆ โดยต่อมาเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์กได้มารับตำแหน่งนี้ต่อ

ตั้งแต่ปีค.ศ.1971 ถึง ค.ศ. 2000 ดยุคแห่งเคนต์ได้ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ และได้รับประธานสมาคมลูกเสือตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975

พระอิสริยยศแก้ไข

ก่อนหน้า เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งเคนต์ ถัดไป
รูฟัส กิลแมน    
ลำดับการสืบสันตติวงศ์
ราชบัลลังก์ สหราชอาณาจักร

  เอิร์ลแห่งเซนต์แอนดรูวส์
ดยุกแห่งกลอสเตอร์   ลำดับโปเจียม (ฝ่ายหน้า)
แห่งสหราชอาณาจักร

  เจ้าชายไมเคิลแห่งเคนต์

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "Duke of Kent, 77, suffers mini-stroke". HeraldScotland (ภาษาอังกฤษ).
  2. "Page 6371 | Issue 34206, 9 October 1935 | London Gazette | The Gazette". www.thegazette.co.uk.
  3. Prince Edward Christened – Ceremony at the Palace". The Times. 21 November 1935. p. 14.
  4. "Grand Master - United Grand Lodge of England". www.ugle.org.uk.
  5. Seward, Ingrid (1994). Royal Children. London: St. Martin's Press. ISBN 978-0312105334.[ต้องการเลขหน้า]
  6. "The Funeral of King George VI | History Today". www.historytoday.com.
  7. Queen Elizabeth II Coronation. HRH Philip, Duke of Edinburgh and the Lords Pay Homage, สืบค้นเมื่อ 2021-07-15
  8. "Page 5561 | Supplement 42422, 25 July 1961 | London Gazette | The Gazette". www.thegazette.co.uk.
  9. "Page 75 | Supplement 44493, 29 December 1967 | London Gazette | The Gazette". www.thegazette.co.uk.
  10. "Page 9389 | Supplement 46046, 7 August 1973 | London Gazette | The Gazette". www.thegazette.co.uk.
  11. "Page 5659 | Supplement 46877, 15 April 1976 | London Gazette | The Gazette". www.thegazette.co.uk.
  12. "Page 8191 | Supplement 49392, 20 June 1983 | London Gazette | The Gazette". www.thegazette.co.uk.
  13. "Page 5659 | Supplement 46877, 15 April 1976 | London Gazette | The Gazette". www.thegazette.co.uk.
  14. Pathé, British. "Sierra Leone Independence Build-Up - Colour". www.britishpathe.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช).
  15. Mwesigye, Shifa. "50 years on, Duke of Kent returns to familiar Uganda". The Observer - Uganda (ภาษาอังกฤษแบบบริติช).
  16. Pathé, British. "Gambia Independent". www.britishpathe.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช).
  17. "Duke of Kent unveils plaque for military project". GhanaWeb (ภาษาอังกฤษ). -001-11-30T00:00:00+00:00. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |date= (help)