หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

บทความนี้เกี่ยวกับผู้จัดการ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ (แก้ความกำกวม)

ผู้จัดการรายวัน เป็นหนังสือพิมพ์รายวัน ออกจำหน่ายทุกวันจันทร์-วันเสาร์ (โดยฉบับวันเสาร์จะควบวันอาทิตย์ไปด้วย) เสนอข่าวธุรกิจ และการเมือง โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังมีหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ , นิตยสารผู้จัดการรายเดือน และเว็บไซต์ข่าวผู้จัดการออนไลน์ อีกด้วย

ผู้จัดการรายวัน
ประเภทหนังสือพิมพ์รายวัน
รูปแบบธุรกิจและการเมือง
เจ้าของบริษัท แนเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด มหาชน
สำนักพิมพ์โรงพิมพ์ตะวันออก
หัวหน้าบรรณาธิการสนธิ ลิ้มทองกุล
บรรณาธิการบริหารตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์
ก่อตั้งเมื่อ7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533
ภาษาภาษาไทย
ฉบับสุดท้าย18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
สำนักงานใหญ่เลขที่ 102/1 ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ประวัติแก้ไข

หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 โดยสนธิ ลิ้มทองกุล เริ่มมีชื่อเสียงโดดเด่น ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 หลังการปราบปรามประชาชน ที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ขณะที่สื่อโทรทัศน์ในประเทศ ถูกควบคุมการเสนอข่าวโดยรัฐบาล และไม่รายงานการสูญเสียชีวิตของประชาชน ต่อมามีการตรวจสอบ ควบคุมการเสนอข่าว และภาพข่าว ที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์อย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการรายวัน ร่วมกับหนังสือพิมพ์อื่น เช่น เดอะเนชั่น, กรุงเทพธุรกิจ และ แนวหน้า ตีพิมพ์ภาพข่าวการปราบปรามประชาชน นอกจากนั้น ยังมีการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการฉบับพิเศษ แจกฟรีไปทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อรายงานข่าวการชุมนุมบนถนนราชดำเนิน จนถูกรัฐบาลดำเนินคดี และสั่งปิดเป็นเวลาสองวัน

อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ก็ทำให้เครือผู้จัดการประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง และในที่สุด ธนาคารหลายแห่งก็ฟ้องล้มละลาย และศาลได้ตัดสินให้สนธิเป็นบุคคลล้มละลาย ในช่วงปี พ.ศ. 2544 โดยผู้จัดการรายวัน มีชื่อเสียงโดดเด่น จากคอลัมน์ข่าวปนคน คนปนข่าว ของเซี่ยงเส้าหลง ซึ่งเป็นนามปากกาของสนธิ, คอลัมน์คันปาก โดยนามปากกาซ้อเจ็ด และหนังสือพิมพ์ล้อเลียนผู้จัดกวน ทั้งนี้ หลังจากสนธิเริ่มจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร เมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งพัฒนาไปเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. 2549 นั้น ผู้จัดการรายวัน ก็ได้แปรสภาพไปเป็นกระบอกเสียงของรายการฯ และกลุ่มพันธมิตรฯ ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ช่องนิวส์วัน เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ศาลล้มละลายกลางพิจารณาเห็นสมควรให้ บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือผู้จัดการ มีสภาพล้มละลาย เนื่องจากมีหนี้สินกว่า 4,726 ล้านบาท จึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์สินของบริษัทดังกล่าวโดยเด็ดขาด ซึ่งชื่อหนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือทั้งหมด ก็ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ ตามกฎหมายเช่นกัน จึงไม่สามารถออกหนังสือพิมพ์และนิตยสาร โดยใช้ชื่อเดิมอีกต่อไปหลังจากใช้ชื่อเดิมไม่ได้อีกต่อไป ทีมงานกองบรรณาธิการชุดเดิมของผู้จัดการรายวัน ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ และยังพยายามออกหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง โดยเลี่ยงไปใช้ชื่อใหม่ที่คล้ายคลึงกับชื่อเดิม ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการลอกเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ทั้งนี้ ชื่อต่างๆ ที่ใช้ออกหนังสือพิมพ์ในแต่ละวัน มีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

ผลกระทบต่อเว็บไซต์อันเนื่องมาจากการเมือง พ.ศ. 2548-พ.ศ. 2551แก้ไข

เมื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของหนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการ ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเป็นแกนนำผู้ก่อตั้ง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย การรายงานข่าว ของ เว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์จึงต่อต้านรัฐบาล และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ทำให้กลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ สำหรับผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ข้อมูลบางข้อมูลนำไปสู่การโต้แย้งอย่างกว้างขวาง เช่นการตีพิมพ์ ทฤษฎีสมคบคิด "แผนฟินแลนด์" และเป็นเหตุให้เกิดข้อขัดแย้งทางความคิดเห็น ระหว่างกลุ่มผู้ต่อต้าน และผู้สนับสนุนรัฐบาล ด้วยเหตุนี้ ทาง ผู้จัดการออนไลน์ จึงได้ติดตั้ง ระบบการกรองความคิดเห็นท้ายข่าว ที่จะปรากฏบนเว็บขึ้น นอกจากนี้ ผู้จัดการออนไลน์ ยังอ้างว่าได้ถูกโจมตี โดยใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ ในการทำความเสียหายให้กับเว็บไซต์ ด้วยมัลแวร์ (Malware) ปัจจุบัน ผลกระทบจากการนำเสนอข่าวของนสพ.ผู้จัดการ ซึ่งมีบทบาทนำในการต่อต้าน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ทำให้นายขุนทอง ลอเสรีวานิช บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ถูกยื่นฟ้องร้องและต้องคำพิพากษาฐานหมิ่นประมาทจากศาลชั้นต้น โทษรอลงอาญาไว้ 2 ปี ชำระค่าปรับรวมสี่หมื่นบาท พร้อมลงโฆษณาขอโทษฝ่ายโจทก์ในหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ เป็นเวลา 5 วัน ซึ่งศาลพิจารณาเห็นว่า จำเลยกล่าวหาโจทก์โดยไม่พิสูจน์ทางหลักนิติศาสตร์ มุ่งหวังกระแสโค่นล้มนายกรัฐมนตรี ยุยงให้ประชาชนแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่าย และใช้สีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นสัญลักษณ์ในการชุมนุม

ดูเพิ่มแก้ไข