มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นมูลนิธิที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้ง หลังจากทรงทราบว่า รองศาสตราจารย์นายแพทย์เทอดชัย ชีวะเกตุ และคณะ สามารถทำขาเทียมได้จากวัสดุเหลือใช้ เพื่อจะทำขาเทียมตามแบบที่ รศ.นพ.เทอดชัยและคณะได้ประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งขาเทียมที่ได้มีน้ำหนักเบา และราคาถูกกว่าขาเทียมที่ผลิตจากโรงพยาบาลของรัฐในขณะนั้นหลายเท่า เพื่อพระราชทานให้แก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ โดยไม่เลือกเชื้อชาติศาสนา และไม่คิดมูลค่า[1]

ภาพหน้าอาคารที่ทำการมูลนิธิขาเทียมฯ จ.เชียงใหม่ พร้อมดอกของต้นประดู่แดง ซึ่งองค์ประธานมูลนิธิทรงปลูก เมื่อคราวเสด็จฯ เปิดที่ทำการมูลนิธิขาเทียมฯ

มูลนิธิขาเทียมฯ ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2535 โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ โดยทั้งสองพระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิมในการจัดตั้งมูลนิธิอีกด้วย

อนึ่ง มูลนิธิขาเทียมฯ มีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษว่า PROSTHESES FOUNDATION OF HER ROYAL HIGHNESS THE PRINCESS MOTHER เขียนโดยย่อได้ว่า PROSTHESES FOUNDATION OF H.R.H. THE PRINCESS MOTHER หรือ PROSTHESES FOUNDATION ก็ได้

วัตถุประสงค์แก้ไข

  1. จัดทำขาเทียมให้แก่ผู้ป่วยยากจนทุกเชื้อชาติ ศาสนา โดยไม่คิดมูลค่า
  2. ผลิตชิ้นส่วนขาเทียมด้วยวัสดุภายในประเทศให้แก่หน่วยงานที่สามารถทำขาเทียมดังกล่าวได้ เพื่อหน่วยงานนั้นจะทำขาเทียมให้ผู้ป่วยโดยไม่คิดมูลค่า
  3. แจกจ่ายอุปกรณ์ช่วยเดินโดยไม่คิดมูลค่าเพื่อให้ผู้ที่ใส่ขาเทียมแล้ว มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถประกอบอาชีพได้
  4. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ช่างขาเทียมที่ปฏิบัติงานตามโรงพยาบาลต่างๆให้สามารถทำขาเทียมตามแบบมูลนิธิฯ
  5. ค้นคว้า วิจัย พัฒนาคุณภาพของขาเทียมตามแบบมูลนิธิฯ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศและลดการขาดดุลการค้า
  6. ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆเพื่อสาธารณประโยชน์

รายพระนามและรายนามคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียมฯชุดปัจจุบันแก้ไข

ที่ทำการแก้ไข

ปัจจุบันมูลนิธิขาเทียมฯ มีที่ทำการสำนักงานใหญ่อยู่ที่ บ้านเลขที่ 199 หมู่ที่ 4 ถนนเลียบคลองชลประทาน ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (ห่างจากสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี และศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ มาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวถนนเลียบคลองชลประทานประมาณ 1 กิโลเมตร)

ที่ทำการมูลนิธิดังกล่าวนี้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์ประธานมูลนิธิ ได้เคยเสด็จฯทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศก่อนการสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ต่อมาได้เสด็จฯวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 และเสด็จฯเปิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2546

ที่ทำการปัจจุบันดังกล่าว ได้สร้างขึ้นทดแทนที่ตั้งเดิมซึ่งอยู่ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

นอกจากนี้มูลนิธิขาเทียมฯ ยังมีสำนักงานย่อยที่กรุงเทพมหานคร ณ ชั้น 7 ตึก พอ.สว. บริเวณยศเส เลขที่ 693 ถนนบำรุงเมือง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย (ติดกับโรงพยาบาลหัวเฉียว) อีกด้วย

การให้บริการหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่แก้ไข

 
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์ประธานมูลนิธิฯ เสด็จฯทอดพระเนตรการดำเนินงานของหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ โดยมีเลขาธิการมูลนิธิฯถวายการต้อนรับ

ด้วยประชากรของประเทศส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาศัยอยู่ในท้องถิ่นชนบทที่ห่างไกลและมีฐานะยากจน เมื่อสูญเสียขาก็ไม่มีเงินที่จะมาขอรับบริการทำขาเทียมจากโรงพยาบาลของรัฐ เพราะขาเทียมมีราคาแพงกว่ารายได้ทั้งปี จำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำยันทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ บางรายก็ทำขาเทียมขึ้นใช้เองจากไม้หรือไม้ไผ่เพื่อจะทำงานยังชีพต่อไปได้ มูลนิธิขาเทียมฯ จึงจัดหน่วยทำขาเทียมเคลื่อนที่ออกไปยังท้องถิ่นต่างๆตามชนบททั่วประเทศ เพื่อจะให้ผู้พิการเหล่านั้นได้รับขาเทียมได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

การออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ของมูลนิธิขาเทียมฯนั้น ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากอาสาสมัครมูลนิธิ ซึ่งมีทั้งแพทย์ พยาบาล ช่างกายอุปกรณ์ และบุคลากรอื่นๆที่มีจิตศรัทธา ในส่วนของการทำขาเทียมนั้น มูลนิธิขาเทียมฯได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากอาสาสมัครที่เป็นช่างกายอุปกรณ์จากโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ (ช่างกายอุปกรณ์เป็น บุคลากรทางการแพทย์กลุ่มหนึ่ง ทำหน้าที่ให้บริการกายอุปกรณ์ต่างๆ (อุปกรณ์ประคองอวัยวะ อุปกรณ์เทียมทดแทนส่วนที่พิการ และอุปกรณ์ช่วยเดินและช่วยเคลื่อนไหวต่างๆ) ให้แก่ผู้ป่วย)

 
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์ประธานมูลนิธิฯ พระราชทานขาเทียมแก่ผู้พิการ และทอดพระเนตรการใช้งานของขาเทียมดังกล่าว

นอกจากนี้ มูลนิธิขาเทียมฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐเช่น กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลประจำจังหวัดต่างๆ และยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากองค์กรภาคเอกชนต่างๆ ทั้งมูลนิธิ ห้างร้าน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา

อนึ่ง องค์ประธานมูลนิธิ มักเสด็จฯพระราชทานขาเทียมแก่ผู้พิการที่มารับบริการด้วยพระองค์เองอย่างสม่ำเสมอ เว้นแต่ในบางโอกาสที่องค์ประธานมูลนิธิโปรดเกล้าฯให้เป็นหน้าที่ของผู้แทนพระองค์

นับตั้งแต่ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 16 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมาจนปัจจุบัน มูลนิธิขาเทียมฯได้จัดหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ออกให้บริการแล้วจำนวน 97 ครั้ง แบ่งเป็นภายในประเทศ 91 ครั้ง ใน 52 จังหวัด และในประเทศเพื่อนบ้านจำนวน 6 ครั้ง ใน 3 ประเทศ หน่วยขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ สามารถทำขาเทียมให้ผู้พิการเป็นจำนวนไปแล้วทั้งสิ้น 13,687 คน เป็นจำนวนขาเทียม 19,002 ขา (ไม่นับรวมผู้พิการที่เดินทางมารับบริการทำขาเทียม ณ ที่ตั้งมูลนิธิขาเทียมฯ)

(ข้อมูลเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551)

การให้บริการ ณ ที่ทำการมูลนิธิขาเทียมฯแก้ไข

มูลนิธิขาเทียมฯ ยังได้ให้บริการทำขาเทียมแก่ผู้พิการโดยไม่คิดมูลค่า ณ ที่ตั้งที่ทำการมูลนิธิ จ.เชียงใหม่ โดยหากนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิขาเทียมฯในปี พ.ศ. 2535 ได้ให้บริการแก่ผู้พิการไปแล้ว 1,688 คน เป็นจำนวนขาเทียม 1,886 ขา โดยใช้เวลาทำไม่เกิน 2 - 5 วัน

(ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551)

สรุปการให้บริการทำขาเทียมของมูลนิธิขาเทียมฯแก้ไข

โดยสรุป มูลนิธิขาเทียมฯได้ให้บริการทั้ง ณ ที่ตั้ง และในหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่เป็นจำนวนผู้พิการทั้งสิ้น 15,375 คน เป็นจำนวนขาเทียมทั้งสิ้น 20,888 ขา

(ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551)

การประดิษฐ์ คิดค้น และพัฒนาแก้ไข

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี องค์ประธานกิตติมศักดิ์ ได้พระราชทานพระราชดำริให้มูลนิธิขาเทียมฯ นำเอาวัสดุในประเทศมาทำเป็นชิ้นส่วนของขาเทียม เพื่อลดต้นทุน และลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศ และเพื่อให้ผู้พิการที่มารับบริการได้ของดีทันสมัย

มูลนิธิขาเทียมฯได้สนองพระราชดำริ โดยการประดิษฐ์ คิดค้น และพัฒนาวัสดุทำขาเทียม ชิ้นส่วนขาเทียม และเครื่องมือ เครื่องจักรในการทำขาเทียม จากวัสดุภายในประเทศ ด้วยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และองค์กรภาคเอกชนต่างๆ ทำให้มูลนิธิขาเทียมฯสามารถผลิตชิ้นส่วนขาเทียมทุกชิ้นและส่งให้แก่หน่วยงานทั่วประเทศ โดยชิ้นส่วนทุกชิ้นมีความเหมาะสมสำหรับการใช้งานในลักษณะภูมิประเทศเขตร้อนชื้น แต่ละชิ้นมีราคาถูกกว่าของต่างประเทศ 10-100 เท่า

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนพัฒนาเครื่องมือทดสอบคุณภาพของชิ้นส่วนขาเทียมชนิดต่างๆ เช่น เครื่องทดสอบการรับแรงกระแทกของเท้าเทียม เครื่องทดสอบการเสื่อมสภาพจากรังสีUVของเท้าเทียม เครื่องทดสอบความแข็งแรงของเข่าเทียม เป็นต้น โดยเครื่องทดสอบเหล่านี้ทำขึ้นตามมาตรฐานของ ISO เพื่อควบคุมคุณภาพการผลิตชิ้นส่วนขาเทียมที่มูลนิธิฯผลิตขึ้นมา

นอกจากนี้ มูลนิธิขาเทียมฯยังได้คิดค้นวิธีการทำขาเทียมแบบใหม่ๆขึ้นมา ทำให้สามารถประหยัดเวลาในการทำและค่าใช้จ่ายต่างๆด้วย เช่น การทำเบ้าขาเทียมจากแบบทราย เป็นต้น

การอบรม และ การจัดตั้งโรงงานขาเทียมขนาดเล็กแก้ไข

มูลนิธิขาเทียมฯร่วมกับองค์กรภาคเอกชน ได้จัดการอบรมทางวิชาการเชิงปฏิบัติการ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพูนความรู้แก่แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และช่างกายอุปกรณ์จากทั่วประเทศ อย่างเป็นประจำเสมอมา

นอกจากนี้ มูลนิธิขาเทียมฯได้เล็งเห็นปัญหาขณะออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ว่า ขาเทียมที่ทำได้ยังคงไม่เพียงพอกับผู้ต้องการรับบริการทั้งกรณีเป็นผู้ไม่เคยสวมใส่ขาเทียม หรือกรณีมีขาเทียมแล้วแต่เสื่อมสภาพหรือชำรุด ไม่สามารถเดินทางมารับบริการที่หน่วยฯหรือที่โรงพยาบาลของรัฐได้ เนื่องจากอยู่ไกลมาก ไม่มีเงินค่าเดินทาง หรือเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร

มูลนิธิขาเทียมฯจึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ ได้จัดตั้ง โรงงานขาเทียมประจำตำบล ขึ้นในพื้นที่ที่ห่างไกล ลักษณะเป็นโรงงานทำขาเทียมขนาดเล็ก โดยนำผู้พิการขาขาดในท้องถิ่นมาฝึกอบรมการทำขาเทียมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รุ่นละ 3 เดือน ให้สามารถทำและซ่อมขาเทียมเท่านั้น โครงการนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี ทำให้ผู้พิการขาขาดในท้องถิ่นได้รับขาเทียมรวดเร็ว ทั่วถึง และยั่งยืน รวมทั้งสามารถซ่อมแซมขาเทียมเดิมที่ชำรุดได้โดยสะดวก

ด้วยความสำเร็จในโครงการนี้ มูลนิธิขาเทียมฯจึงได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ จัดทำโครงการจัดตั้ง โรงงานขาเทียมประจำโรงพยาบาลชุมชน เพื่อให้บริการในเขตอำเภอที่ห่างไกล เพราะในประเทศไทยการให้บริการทางกายอุปกรณ์ ยังคงจำกัดอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดหรือโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเท่านั้น โครงการนี้เริ่มดำเนินการเมื่อปลายปี พ.ศ. 2550 โดยขณะนี้มีโรงพยาบาลชุมชนจำนวน 5 โรงพยาบาลเข้าร่วมโนโครงการนี้

และด้วยความร่วมมือจากองค์กรและหน่วยงานต่างๆ มูลนิธิขาเทียมฯ ยังเป็นแหล่งอบรมการทำขาเทียม ให้แก่ผู้พิการขาขาดจากต่างประเทศอีกด้วยเช่น ประเทศเวียดนาม ประเทศปาปัวนิวกีนี และจังหวัดอาเจะฮ์ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น

อ้างอิงแก้ไข

  1. สูจิบัตร เนื่องในพิธีเปิดที่ทำการมูลนิธิขาเทียมฯ 6 ตุลาคม 2546
  2. สูจิบัตร เนื่องในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยี่ยมมูลนิธิขาเทียมฯ 24 มกราคม 2551

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  1. "มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี". www.prosthesesfoundation.or.th.