เปิดเมนูหลัก

พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี และเป็นอดีตเลขาธิการพรรคพลังชล

พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา
เลขาธิการพรรคพลังชล
ดำรงตำแหน่ง
10 มีนาคม พ.ศ. 2556 – 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
ก่อนหน้า ปิลันธน์ดิลก จิตรธรรม
ถัดไป สุระ เตชะทัต
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 14 สิงหาคม พ.ศ. 2500 (62 ปี)
พรรคการเมือง พลังประชารัฐ
ศาสนา พุทธ

ประวัติแก้ไข

พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เกิดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2500 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และนิติศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี

การทำงานแก้ไข

พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสุขาภิบาลบางพระ และเป็นนายกเทศมนตรีตำบลบางพระ จังหวัดชลบุรี ต่อมาได้รับตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และเป็นผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอล สโมสรฟุตบอลพัทยา ยูไนเต็ด

ต่อมาเขาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคพลังชล ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการพรรคพลังชล ในชุดที่มีนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นหัวหน้าพรรค[1]ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี

ในปี พ.ศ. 2561 เขาพร้อมกับสมาชิกของพรรคพลังชลจำนวนหนึ่ง ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. ที่ประชุมใหญ่พรรคพลังชล มีมติเลือกนายสนธยา คุณปลื้ม ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเลือกนายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เป็นเลขาธิการพรรค
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข