โสดาบัน

(เปลี่ยนทางจาก พระโสดาบัน)

โสดาบัน (บาลี: Sotāpanna, โสตาปนฺน; สันสกฤต: Srotāpanna, โสฺรตาปนฺน) แปลว่า ผู้แรกถึงกระแสธรรม (แห่งพระนิพพาน) ถือเป็นอริยบุคคลระดับแรกใน 4 ระดับ คือ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์[1]


โสดาบัน (ถ้าเเบ่งตามอินทรีย์) มี ๓ ประเภท คือ

๑. สัทธานุสารี ๒. ธัมมานุสารี ๓. กายสักขี

จากจักขุสูตร ในโอกกันตสังยุตต์ ในสังยุตตนิกาย ตรัสถึงสัทธานุสารี กับ ธัมมานุสารี ว่า

-สัทธานุสารี ผู้ยิ่งด้วยสัทธินทรีย์ คือ คนที่เชื่อมั่นไม่หวั่นไหว ในขันธ์ ๕ ว่า ไม่เที่ยง

/สัทธานุสารี เป็นขั้นโสดาปัตติมรรค, อนาคต จะเป็นขั้นโสดาปัตติผล-อรหัตตมรรค ในชื่อว่า "สัทธาวิมุตต์", ถ้าได้อรหัตตผล จะมีชื่อว่า "ปัญญาวิมุตต์"

-ธัมมานุสารี ผู้ยิ่งด้วยปัญญินทรีย์ คือ คนที่ขบคิดพินิจด้วยปัญญา ในขันธ์ ๕ นั่นเเหละว่า ไม่เที่ยง (อย่างไร)

/ธัมมานุสารี เป็นขั้นโสดาปัตติมรรค, อนาคต จะเป็นขั้นโสดาปัตติผล - อรหัตตมรรค ในชื่อว่า "ทิฏฐิปัตต์", ถ้าได้อรหัตตผล จะมีชื่อว่า "ปัญญาวิมุตต์" 

-กายสักขี คือ คนที่เคยได้ฌานขั้นใดขั้นหนึ่งมาเเล้ว ต่อมาได้บรรลุเป็นโสดาบัน

/กายสักขี ผู้ยิ่งด้วยสมาธินทรีย์ เป็นขั้นโสดาปัตติผล-อรหัตตมรรค, อนาคต ถ้าได้อรหัตตผล จะมีชื่อว่า "อุภโตภาควิมุตต์" (หรือ ฉฬภิญญ์)

การละสังโยชน์ แก้

โสดาบัน ละสังโยชน์เบื้องต่ำ 3 ประการคือ

  1. สักกายทิฏฐิ (กา-ยะ-) คือ ความเห็นว่าเป็นตัวของตน ความเห็นเป็นเหตุถือตัวตนเป็นอัตตาทิฎฐิ เช่น เห็นรูปเป็นตน เห็นเวทนาเป็นตน
  2. วิจิกิจฉา (กิด-) คือ ความสงสัยในพระรัตนตรัย และในกุศลธรรมทั้งหลาย
  3. สีลัพพตปรามาส (ลับ-พะ-ตะ-ปะ-รา-มาด) คือ ความยึดมั่นในข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ที่เข้าใจว่าเป็นข้อปฏิบัติที่บริสุทธิ์หลุดพ้น เป็นมิจฉาทิฏฐิ เช่น การประพฤติวัตรอย่างโค การนอนบนหนามของพวกโยคี เป็นต้น

การบรรลุมรรคผลเป็นพระอริยบุคคลมิได้จำกัดอยู่เฉพาะเพศบรรพชิต (นักบวช) เท่านั้น แม้แต่คฤหัสถ์ก็สามารถบรรลุเป็นอริยบุคคลได้ ผู้บรรลุโสดาบันที่มีชื่อเสียงก็มีจำนวนมากได้แก่ นางวิสาขามหาอุบาสิกา อนาถบิณฑิกเศรษฐี พระเจ้าพิมพิสาร เป็นต้น

ประเภท แก้

โสดาบัน แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้[1]

  1. เอกพีชี (เอ-กะ-) ผู้มีพืชคืออัตตภาพอันเดียว ก็จะบรรลุเป็นอรหันต์
  2. โกลังโกละ ผู้ไปจากสกุลสู่สกุล คือจะมาเกิดอีกเพียง 2-3 ชาติเท่านั้น แล้วจะได้สำเร็จเป็นอรหันต์
  3. สัตตักขัตตุงปรมะ (ปะ-ระ-) ผู้มีเจ็ดครั้งเป็นอย่างยิ่ง คือจะต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอีกไม่เกิน 7 ชาติ ก็จะได้บรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป

การที่โสดาบันแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังที่เพราะว่าอินทรีย์ 5 ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สมาธิ สติ และปัญญา แก่กล้าแตกต่างกัน ผู้ที่อินทรีย์ 5 ถึงความแก่รอบสม่ำเสมอ ก็สามารถบรรลุผลได้อย่างรวดเร็ว โสดาบันประเภทนี้เอกพีชีโสดาบัน

ตัวอย่างบุคคลผู้บรรลุโสดาปัตติผลในพุทธกาล แก้

  1. นางวิสาขา
  2. อนาถบิณฑิกเศรษฐี
  3. นางสิริมา
  4. พระนางสามาวดี
  5. พระเจ้าพิมพิสาร

อ้างอิง แก้

  1. 1.0 1.1 "โสดาบัน 3". พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. 4 มกราคม 2548. สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2559. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)