เปิดเมนูหลัก

พระมหากษัตริยานีสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ กุสุมะนารีรัตน์สิริวัฒนา

สมเด็จพระมหากษัตริยานีสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ กุสุมะนารีรัตน์สิริวัฒนา (เขมร: សម្តេចព្រះមហាក្សត្រីយានី ស៊ីសុវត្ថិមុនីវង្ស កុសុមៈនារីរ័ត្នសិរិវឌ្ឍនា; 9 เมษายน พ.ศ. 2447 — 27 เมษายน พ.ศ. 2518) พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ ที่ต่อมาได้รับราชการฝ่ายในเป็นพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต และได้เป็นพระราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ หลังการสวรรคตของพระราชสวามี

สมเด็จพระมหากษัตริยานีสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์
กุสุมะนารีรัตน์สิริวัฒนา
Queen Sisowath Kossamak (1967).jpg

พระอิสริยยศ สมเด็จพระมหากษัตริยานีในพระราชอาณาจักรกัมพูชา
ราชวงศ์ สีสุวัตถิ์ (ประสูติ)
นโรดม (อภิเษกสมรส)
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 9 เมษายน พ.ศ. 2447
พนมเปญ อินโดจีนของฝรั่งเศส
สวรรคต 27 เมษายน พ.ศ. 2518 (71 ปี)
ปักกิ่ง ประเทศจีน
พระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์
พระราชมารดา นโรดม กานวิมาน นรลักข์เทวี
พระราชสวามี พระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต
พระราชบุตร พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ

พระราชประวัติแก้ไข

 
พระมหากษัตริยานีสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ กุสุมะนารีรัตน์สิริวัฒนา พร้อมด้วยข้าราชบริพาร ณ ตำหนักฝ่ายใน พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล

พระมหากษัตริยานีสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ กุสุมะนารีรัตน์สิริวัฒนา พระราชสมภพเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2447 เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ กับหม่อมเจ้านโรดม กานวิมาน นรลักข์เทวี (នរោត្តម កានវិមាន នរល័ក្ខទេវី) ขณะมีพระชนมายุ 16 พรรษา ได้เสกสมรสกับหม่อมเจ้านโรดม สุรามฤตเมื่อปี พ.ศ. 2463 ทั้งสองมีพระโอรสเพียงคนเดียวคือ หม่อมราชวงศ์นโรดม สีหนุ

ครั้นในกาลต่อมาหม่อมราชวงศ์นโรดม สีหนุ ได้รับการเลือกจากฝรั่งเศสให้สืบราชบัลลังก์ต่อจากพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ แทนสมเด็จกรมพระสีสุวัตถิ์ มุนีเรศพระเชษฐาของพระองค์ ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิโดยตรง[1] แต่ในปี พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุได้สละราชสมบัติแก่พระราชบิดาที่ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต เพราะทรงตั้งพระทัยที่จะเป็นนักการเมือง การสละราชสมบัติครานั้นพระนางกุสุมะและพระราชสวามีทรงกรรแสงอย่างหนัก[2] ครั้นพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤตเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2503 พระบาทสมเด็จเด็จพระนโรดม สีหนุจึงเป็นประมุขแห่งรัฐสืบมา (แต่มิใช่ในฐานะพระมหาษัตริย์)

ล่วงในปี พ.ศ 2513 สมาชิกสภาแห่งชาติที่วางแผนโดยหม่อมราชวงศ์สีสุวัตถิ์ สิริมตะ ที่ลงมติถอดถอนพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุจากประมุขแห่งรัฐที่ขณะนั้นยังเสด็จเยือนต่างประเทศ โดยมีลอน นอลลงนามถอดถอนก่อนสถาปนาสาธารณรัฐเขมรขึ้น หลังจากนั้นได้เกิดเหตุการณ์พนมเปญแตก เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 ที่เกิดการสังหารเชื้อพระวงศ์และราษฎรกัมพูชาจำนวนมาก ส่งผลให้พระมหากษัตริยานีสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ กุสุมะนารีรัตน์สิริวัฒนา เสด็จลี้ภัยออกจากกัมพูชา ก่อนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 27 เมษายนปีเดียวกัน ณ ปักกิ่ง ประเทศจีน ขณะมีพระชนมายุ 71 พรรษา

ความสนพระทัยแก้ไข

ช่วงปี พ.ศ. 2483 พระองค์ได้อุปถัมภ์ระบำเทพอัปสรขึ้นใหม่ โดยมีพระราชนัดดาพระองค์ใหญ่คือสมเด็จพระเรียมนโรดม บุปผาเทวี เป็นตัวชูโรง และเป็นนางรำที่มีชื่อเสียง[3]

อ้างอิงแก้ไข

  1. ธิบดี บัวคำศรี. ชุด "อาเซียน" ในมิติประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์กัมพูชา. กรุงเทพฯ:เมืองโบราณ. 2555, หน้า 84
  2. สุภัตรา ภูมิประภาส (30 ตุลาคม 2555). "เรื่องจริงไม่อิงนิยายของราชสำนักกัมพูชา (2): ชายาของพ่อ". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.
  3. สุภัตรา ภูมิประภาส (20 ตุลาคม 2555). "เรื่องจริงไม่อิงนิยายของราชสำนักกัมพูชา (1): เรื่องเล่าของเจ้าชายน้อย กับชีวิตที่พลัดพราก". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.