เปิดเมนูหลัก

สมเด็จพระเรียมนโรดม บุปผาเทวี

สมเด็จพระเรียมนโรดม บุปผาเทวี (เขมร: នរោត្ដម បុប្ផាទេវី นโรตฺฎม บุบฺผาเทวี; 8 มกราคม พ.ศ. 2486) เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ กับนักนางพาต กาญล ซึ่งเป็นนางรำหลวง โดยมีพระอนุชาร่วมพระมารดาคือ สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ โดยทั้งสองพระองค์ต่างพระมารดากับพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี

สมเด็จพระเรียมนโรดม บุปผาเทวี
BupphaDeviDancing crop.jpg

พระนามเต็ม นโรดม บุปผาเทวี
พระอิสริยยศ สมเด็จพระเรียม
ราชวงศ์ นโรดม
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 8 มกราคม พ.ศ. 2486 (76 ปี)
พนมเปญ ประเทศกัมพูชา
พระบิดา พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
พระมารดา พาต กาญล
พระสวามี หม่อมเจ้านโรดม นรินทรเทวงศ์ (2502)
พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ มุนีชีวัน (2502–2505)
บรูโน ฌัก ฟอร์ซินแน็ตตี (2507–2510)
สมเด็จกรมขุนสีสุวัตถิ์ ชีวันมุนีรักษ์ (2510–2532)
แขก วันดี (?–2555)[1]
พระบุตร หม่อมเจ้าสีสุวัตถิ์ มุนีกุสุมะ
หม่อมเจ้าสีสุวัตถิ์ กัลยาณเทวี
แกว จินสิตา ฟอร์ซินแน็ตตี
หม่อมเจ้าสีสุวัตถิ์ ชีวันฤทธิ์
หม่อมเจ้าสีสุวัตถิ์ วชิราวุธ
รับบทเป็นนางรอง

เนื้อหา

พระประวัติแก้ไข

สมเด็จพระเรียมนโรดม บุปผาเทวี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ประสูติแต่พาต กาญล (เขมร: ផាត់-កាញ៉ុល ผาต่ กาญุ่ล) นางรำสามัญชนผู้มีชื่อเสียงในราชสำนัก[2] มีพระอนุชาร่วมพระชนนีคือสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ภายหลังพระชนกและชนนีได้เลิกรากัน พาต กาญลสมรสใหม่กับจาบ ฮวด (Chap Huot) พระองค์จึงมีพี่น้องต่างบิดาอีก 5 คน[3]

สำเร็จการศึกษาจากลีเซพระนโรดม (Lycée Preah Norodom) ในพนมเปญขณะมีพระชันษา 15 ปี พระองค์ถูกส่งไปอยู่ในพระอุปถัมภ์ของพระมหากษัตริยานีสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ กุสุมะนารีรัตน์เสรีวัฒนา พระอัยยิกา ที่ทรงอุปถัมภ์ระบำเทพอัปสรและคัดเลือกให้พระองค์เป็นนางละครหลวง และได้เป็นตัวชูโรงของคณะ Prima ballerina เมื่อพระชนมายุ 18 พรรษา[4] ถือเป็นการแหวกพระราชประเพณีอย่างยิ่ง ที่นำพระราชนัดดานารีมาเป็นนางละคร[5] ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว พระนางกุสุมะได้พยายามสร้างอัตลักษณ์ทางนาฏศิลป์คือระบำอัปสรา มีการดัดแปลงชุดตามอย่างภาพเทวดาและอัปสรในนครวัด เพื่อปลดเปลื้องอิทธิพลนาฏศิลป์ไทยออก[6]

หลังจากนั้นพระองค์ก็นำคณะละครออกแสดงไปทั่วโลกจนเป็นที่จดจำ[7] และทรงรำหน้าพระที่นั่งในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งแสดงภาพยนตร์เรื่อง "อัปสรา" ของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ[8]

พระโอรส-ธิดาแก้ไข

สมเด็จพระเรียมนโรดม บุปผาเทวี เสกสมรสครั้งแรกในปี พ.ศ. 2502 เมื่อมีพระชนมายุ 15 พรรษา โดยพระองค์เสกสมรสทั้งหมด 5 ครั้ง มีพระโอรส-ธิดาทั้ง 5 พระองค์ ได้แก่[9]

  1. หม่อมเจ้านโรดม นรินทรเทวงศ์ แต่ไม่มีโอรส-ธิดาด้วยกัน
  2. พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ มุนีชีวัน มีพระธิดา 2 พระองค์ ได้แก่
    • หม่อมเจ้าสีสุวัตถิ์ มุนีกุสุมะ (ประสูติ พ.ศ. 2503)
    • หม่อมเจ้าสีสุวัตถิ์ กัลยาณเทวี (ประสูติ พ.ศ. 2504)
  3. บรูโน ฌัก ฟอร์ซินแน็ตตี มีธิดา 1 คน คือ
    • แกว จินสิตา ฟอร์ซินแน็ตตี (เกิด พ.ศ. 2508)
  4. สมเด็จกรมขุนสีสุวัตถิ์ ชีวันมุนีรักษ์ มีพระโอรส 2 พระองค์ ได้แก่
    • หม่อมเจ้าสีสุวัตถิ์ ชีวันฤทธิ์ (ประสูติ พ.ศ. 2511) อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศ[10]
    • หม่อมเจ้าสีสุวัตถิ์ วชิราวุธ (ประสูติ พ.ศ. 2516)
  5. แขก วันดี ไม่มีโอรส-ธิดาด้วยกัน

การทรงงานแก้ไข

สมเด็จพระเรียมนโรดม บุปผาเทวี เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการทรวงศิลปะและวัฒนธรรมของกัมพูชาในรัฐบาลสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์[11][12] นอกจากนี้ยังทรงเปิดโรงเรียนฝึกโขนละครแก่เยาวชนกัมพูชาที่สนใจ[8]

อ้างอิงแก้ไข

  1. CPAFFC Vice President Wang Yunze and His Party in Cambodia and Thailand
  2. สุภัตรา ภูมิประภาส (20 ตุลาคม 2555). "เรื่องจริงไม่อิงนิยายของราชสำนักกัมพูชา (1): เรื่องเล่าของเจ้าชายน้อย กับชีวิตที่พลัดพราก". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.
  3. สุภัตรา ภูมิประภาส (30 ตุลาคม 2555). "เรื่องจริงไม่อิงนิยายของราชสำนักกัมพูชา (2): ชายาของพ่อ". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.
  4. Milton Osborne, Sihanouk, Prince of Light, Prince of Darkness. Silkworm 1994
  5. อภิญญา ตะวันออก (4 มกราคม 2560). "สมเด็จพระพี่นาง-ดอกไม้ของทวยเทพ ในรักที่สังเวยแด่…ความอาดูร". มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  6. "อัตลักษณ์ 'อัปสรา' ในนาฏศิลป์เขมร". มติชนสุดสัปดาห์. 26 มกราคม 2560. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  7. "ศิลปวัฒนธรรม และการแสดงของชาติสมาชิกอาเซียน". ASIAN FOCUS. 23 เมษายน 2558. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.
  8. 8.0 8.1 พรรณิการ์ วานิช (18 ตุลาคม 2556). "โขนเขมร สืบสายนาฏศิลป์ถิ่นสุวรรณภูมิ". วอยซ์ทีวี. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.
  9. Samdech Reach Botrei Preah Ream Norodom Bopha Devi
  10. "เชื้อพระวงศ์เขมรลงสนามฟาดแข้งดาราไทย". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 10 มกราคม 2549. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.
  11. "ดร.สุรินทร์ฯ หารือข้อราชการกับรัฐมนตรีวัฒนธรรมกัมพูชา". อาร์ทีวายไนน์. 4 กุมภาพันธ์ 2543. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.
  12. ""หนึ่งธรรมะ" สองประเทศ ที่ "พนมเปญ"". มติชนออนไลน์. 19 มกราคม 2556. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2558.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข