พระนางชอริน

พระนางชอริน (철인왕후 김씨, 27 เมษายน 2380-12 มิถุนายน 2421) รู้จักกันในพระนาม พระพันปีมย็องซุน (명순대비) สมเด็จพระราชินี แห่ง เกาหลี โดยการอภิเษกกับ พระเจ้าช็อลจง

พระมเหสีชอริน
Queen Cheorin
철인왕후
พระราชสวามีพระเจ้าช็อลจง
พระนามหลังสิ้นพระชนม์
명순휘성정원수령경헌장목철인왕후
ตระกูลคิมแห่งอันดง
พระบิดาคิมมุนกึน
พระมารดาท่านผู้หญิงมินจากตระกูลมินแห่งยอฮึง
พระราชสมภพ27 เมษายน พ.ศ. 2380
อาณาจักรโชซ็อน
สวรรคต12 มิถุนายน พ.ศ. 2421 (41 ปี)
พระราชวังคย็องบก อาณาจักรโชซ็อน
Hangul, Hanja.png บทความนี้อักษรเกาหลีปรากฏอยู่ คุณอาจเห็นเครื่องหมายคำถามหรือสัญลักษณ์อื่นแทนตัวอักษร หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่สามารถแสดงผลอักษรฮันกึลและอักษรฮันจาได้อย่างถูกต้อง

พระประวัติแก้ไข

พระนางเป็นธิดาของ คิมมุนกึน (ฮันกึน: 김문근, ฮันจา: 金汶根) และท่านผู้หญิงฮึงยัง จากสกุลมิน ภริยาคนที่สอง ซึ่งพระนางอยู่ในสายของอันดง คิม และได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าช็อลจง ในปี พ.ศ. 2394

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2407 พระเจ้าช็อลจงเสด็จสวรรคตโดยไม่มีรัชทายาท ซึ่งในขณะดังกลุ่มอันดง คิม เป็นกลุ่มที่ทรงอำนาจทางการเมืองมากที่สุด ซึ่งได้มาจากการสมรสกับราชวงศ์ลี การเลือกกษัตริย์พระองค์ต่อไปอยู้ในอำนาจของพระมเหสีหม้ายสามพระองค์ คือ พระนางซินจ็อง พระพันปีหลวง พระราชมารดาของ พระเจ้าฮ็อนจงแห่งโชซ็อน, พระนางฮโยจ็อง พระพันปีหลวง พระมเหสีของพระเจ้าฮ็อนจง และพระราชินีซอริน พระมเหสีของพระเจ้าช็อลจง แต่ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตามธรรมเนียมที่แท้จริงคือ พระนางซินจ็อง พระพันปีหลวง เนื่องจากเป็นพระพันปีหลวงที่มีอาวุโสสูงสุด ซึ่งมาจากกลุ่มพุงยัง โจ และเป็นกลุ่มที่เป็นศัตรูทางการเมืองของพระนางซอริน ที่อยู่ในกลุ่ม อันดง คิม

ในขณะที่พระราชินีซอริน เป็นพระมเหสีของพระเจ้าช็องจง และเป็นสมาชิกของกลุ่มอันดง คิม ก็ได้กล่าวอ้างสิทธิที่จะเลือกกษัตริย์พระองค์ต่อไป ถึงแม้ธรรมเนียม พระพันปีหลวงที่มีอาวุโสสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวที่จะมีสิทธิเลือกกษัตริย์พระองค์ต่อไป ซึ่งพระนางซินจ็อง พระพันปีหลวง ถือสิทธิดังกล่าวอยู่

ในขณะที่พระเจ้าช็อลจงประชวรหนัก อี ฮา-อึง หรือ อนาคตแทว็อนกุนฮึงซ็อน ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก พระเจ้าอินโจ ซึ่งพระบิดาของเขาเป็นบุตรบุญธรรมขององค์ชายอึนซิน พระราชนัดดาของพระเจ้าย็องโจแห่งโชซ็อน ได้เข้าหาทางพระนางซินจ็อง ซึ่งสาขาสกุลของอี ฮา-ฮึง ก็ได้อยู่ในสายที่จะสืบราชสมบัติได้ และเป็นสายที่อยู่รอดจากวิกฤติทางการเมืองในขณะนั้น และไม่ได้สร้างความขัดแย้งกับผู้ใด แต่ตัว อี ฮา-อึง ก็ไม่มีสิทธิขึ้นครองราชสมบัติตามกฎมณเฑียรบาล ซึ่งกำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะเป็นรัชทายาทสืบต่อราชสมบัติจากกษัตริย์พระองค์ก่อนต้องเป็นบุคคลรุ่นหลังจากกษัตริย์พระองค์ก่อน ทำให้ อี อย็อง-บ๊ก โอรสของอี ฮา-อึง ซึ่งเป็นบุคคลรุ่นหลังพระเจ้าช็อลจง มีสิทธิที่จะสืบราชสมบัติ

พระนางซินจ็อง แห่งกลุ่มพุงยัง โจ มองเห็นว่าอี มย็อง-บก ซึ่งขณะนั้นอายุ 12 พรรษา ไม่สามารถที่จะบริหารราชการด้วยพระองค์เองจนกระทั่งถึงอายุที่เหมาะสม และกลุ่มพุงยัง โจ หวังว่าจะใช้อิทธิพลของตนผ่าน อี ฮา-อึง ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เมื่อ อี ม็อง-บก ขึ้นครองราชย์ ในไม่ช้าข่าวการสวรรคตของพระเจ้าช็อลจง ก็มาถึงหูอี ฮา-อึง จากสายลับของตนอยู่ในวัง จากนั้นอี ฮา-อึง และกลุ่มพุงยัง โจ ก็ได้เข้าครอบครองตราประทับของราชวงศ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตามกฎหมายโดยชอบธรรม ถ้าผู้มีไว้ในครอบครองจะได้รับความชอบธรรมและการยอมรับจากกลุ่มชนชั้นสูง ซึ่งมีอำนาจอย่างเด็กขาดที่จะเลือกกษัตริย์พระองค์ต่อไป ในเวลาที่พระเจ้าช็อลจงสวรรคต ตราประทับอยู่กับพระนางซินจ็อง ทำให้อำนาจโดยชอบธรรมที่จะเลือกกษัตริย์องค์ต่อไปของพระนางซอริน และกลุ่มอันดง คิม หมดลง

ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2407 อี มย็อง-บก ได้รับการสถาปนาเป็นองค์ชายอิ๊กซ็อง โดยพระนางซินจ็อง วันต่อมา อี ฮา-อึง ได้รับการสถาปนาเป็น แดว็อนกุน ต่อมาในวันที่ 21 มกราคม องค์ชายอิ๊กซ็อง ได้ขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าโคจง และพระนางซินจ็อง ได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยอี มย็อง-บก ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ด้วยเหตุผลว่า "เป็นทายาทสืบหลายโลหิตของสกุลลี ที่ยังมีชีวิตอยู่และเหมาะสม ประกอบกับมีสายโลหิตใกล้ชิดกับราชวงศ์"

ในขณะที่พระเจ้าโคจงยังทรงพระเยาว์ พระนางซินจ็องได้เชิญให้แดว็อนกุนมาเป็นผู้ช่วยเหลือพระเจ้าโคจงบริหารราชการแผ่นดิน ต่อมาพระนางซินจ็องได้สละสิทธิที่จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ คงเหลือไว้แต่เพียงตำแหน่งเท่านั้น ส่วนพระนางชอริน สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2421

วัฒนธรรมร่วมสมัยแก้ไข

มิสเตอร์ควีน (2563-2564) แสดงโดย ซิน ฮเย-ซ็อน


ก่อนหน้า พระนางชอริน ถัดไป
สมเด็จพระราชินีฮโยจ็อง   สมเด็จพระราชินีแห่งโชซอน
(ค.ศ. 1851 - 1863)
  สมเด็จพระราชินีมย็องซ็อง