ผู้ใช้:Mr.Big Bean/กระบะทราย c

"ปฏิบัติการอันธิงคาเบิล"
ส่วนหนึ่งของ สงครามเย็น
Allied army positions on 10 May 1945.png
กองทัพพันธมิตรในยุโรปกลางเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2488
วันที่1 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 (ตามแผน)[1]
สถานที่ยุโรป,ชายแดนระหว่างเขตการควบคุมของฝ่ายสัมพันธมิตรกับเขตการควบคุมของสหภาพโซเวียต
ผล ไม่มีการสู้รบกัน
*แผนไม่ได้รับการอนุมัติ
ดินแดน
เปลี่ยนแปลง
ไม่มีการเปลียนแปลงดินแดน
คู่สงคราม
 บริเตนใหญ่
 สหรัฐ
Flag of Canada 1921.svg แคนาดา
Merchant Flag of Germany (1946-1949).svgเขตยึดครองเยอรมนีของสัมพันธมิตร
โปแลนด์ รัฐบาลพลัดถิ่นโปแลนด์
สหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียต
สหภาพโซเวียตเขตยึดครองเยอรมนีของสหภาพโซเวียต
โปแลนด์ สาธารณรัฐประชาชนโปแลนด์
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
สหราชอาณาจักรวินสตัน เชอร์ชิลล์
สหราชอาณาจักรMerchant Flag of Germany (1946-1949).svgเบอร์นาร์ด มอนต์โกเมอรี
Flag of Canada 1921.svgWilliam Lyon Mackenzie King
สหรัฐแฮร์รี เอส. ทรูแมน
สหรัฐMerchant Flag of Germany (1946-1949).svgดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์
โปแลนด์Władysław Raczkiewicz
สหภาพโซเวียตโจเซฟ สตาลิน
สหภาพโซเวียตเกออร์กี จูคอฟ
โปแลนด์บอเลสวัฟ บีแยรุต

ปฏิบัติการเหนือความคาดหมาย หรือ ปฏิบัติการอันธิงคาเบิล (อังกฤษ: Operation Unthinkable) เป็นชื่อรหัสของทั้งสองแผนของพันธมิตรตะวันตก โดยแผนดังกล่าวได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษวินสตัน เชอร์ชิลล์เมื่อปีพ.ศ. 2488 และพัฒนาโดยกองทัพอังกฤษหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองในยุโรป

แผนแรกเป็นปฏิบัติการในการโจมตีของกองกำลังโซเวียตที่ประจำการอยู่ในประเทศเยอรมนี เพื่อกำจัดภัยคุกคามของโซเวียตในยุโรปตะวันออกรวมถึงการแก้ไขปัญหาข้อตกลงโปแลนด์[2] (หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการประชุมยัลตา) ต่อมาแผนแรกก็ถูกยกเลิกไป ต่อมารหัสนี้ก็ถูกนำมาใช้ในแผนที่สอง แผนที่สองเป็นปฏิบัติการป้องกันการโจมตีของกองกำลังโซเวียตหลังสหรัฐถอนทัพไปยังแนวรบแปซิฟิก

ปฏิบัติการอันธิงคเบิล นับป็นปฏิบัติการแรกในช่วงสงครามเย็นที่กล่าวถึงการทำสงครามกับสหภาพโซเวียต[3] ทั้งสองมีแผนถูกเก็บเป็นความลับจนกระทั่งปี พ.ศ. 2541 [4]

ปฏิบัติการเชิงรุกแก้ไข

เป้าหมายแรกเป็น การพยามการบีบบังคับให้โซเวียตยอมรับและทำตามสัญญาของสหรัฐฯและจักรวรรดิอังกฤษ ในการข้อตกลงเกี่ยวโปแลนด์และการไม่คุมคามในยุโรปตะวันออกจากการประชุมยัลตา

ในช่วงเวลานั้นคณะเสนาธิการกังวลว่าถึงจำนวนกองทัพโซเวียตที่ในช่วงท้ายสงครามอีกทั้งผู้นำโซเวียตโจเซฟ สตาลินดูเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือสิ่งเหล่านี้ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อยุโรปตะวันตกได้ ในช่วงสหภาพโซเวียตกับญี่ปุ่นยังอยู่ในสนธิสัญญาไม่รุกรานกันนั้นสมมติฐานหนึ่งรายงานว่าสหภาพโซเวียตอาจจะเป็นพันธมิตรร่วมรบกับญี่ปุ่นในกรณีที่ฝ่ายสัมพันธมิตรตะวันตกประกาศสงครามกับสหภาพโซเวียต

ปฏิบัติการเริ่มต้นของการบุกสหภาพโซเวียตของสัมพันธมิตรในยุโรปมีกำหนดการวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 ซึ่งเป็นสี่วันก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร[1]ตามแผนการทหารอังกฤษและอเมริกัน กว่า 47 กองพล จากทั้งหมด 100 กองพลของอังกฤษ อเมริกันและแคนาดาที่ประจำการในเวลานั้น จะเจาะแนวรบตรงกลางของกองทัพแดงบริเวณเมืองเดรสเดนและโดยรอบ[1] และศึกนี้จะเป็นการร่วมกันเข้าตีของทหารเยอรมันกว่า 1 แสนนาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนอาวุธเป็นที่เรียบร้อย โดยจะเข้าทำการโจมตีที่ตั้งหน่วยทหารโซเวียตทั่วทุกหัวเมืองใหญ่ของเยอรมันร่วมถึงโน้มน้าวให้โปแลนด์ ต่อต้านโซเวียตและเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และประสานการโจมตีจากกองทัพโปแลนด์ด้วยเช่นกัน ในปฏิบัติการต้องทำการรุกอย่างรวดเร็วก่อนถึงฤดูหนาวเพราะเมื่อถึงฤดูหนาวจะทำให้สงครามยืดเยื้อจนเกิดความสูญเสียมหาศาล

แผนดังถูกนำเสนอให้กับคณะเสนาธิการของอังกฤษ แต่เนื่องมีกการคาดการณ์ไว้ว่าในวันที่ 1 กรกฎาคมซึ่งคาดว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นกองกำลังโซเวียตในยุโรปและตะวันออกกลางจะมีอยู่ 2.5 ต่อ 1 ของกองกำลังสัมพันธมิตรเสนาธิการจึงไม่อนุมัติในการจัดกองกำลัง[5]อีกทั้งสหรัฐไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามในยุโรปอีก จนในที่สุด 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ปฏิบัติการถูกยกเลิกไปเนื่องจาก "อันตรายเกินไป"


ปฏิบัติการป้องกันแก้ไข

เพื่อตอบสนองสั่งของเชอร์ชิลล์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2488 ตามรายงานเขียนว่า "จะต้องทำให้แน่ใจว่าเกาะอังกฤษจะมีการป้องกันพอรับสถานะการณ์กรณีที่เกิดสงครามกับรัสเซียในอนาคตอันใกล้นี้" [6] กองกำลังสหรัฐกำลังย้ายไปอยู่ที่แปซิฟิกเพื่อวางแผนการรุกรานญี่ปุ่นและเชอร์ชิลล์กังวลว่าการลดกำลังสนับสนุนนี้จะทำให้สหภาพโซเวียตใช้ช่วงเวลานี้ในการคุมคามยุโรปตะวันตก รายงานสรุปว่าถ้าสหรัฐอเมริกามุ่งเน้นอยู่กับการยุทธในแปซิฟิก สหราชอาณาจักร มองว่า""นั้นเป็นเรื่องประหลาดใจมาก""[7]

เจ้าหน้าที่วางแผนร่วมปฏิเสธความคิดของเชอร์ริลในการยึดเมืองหัวเขตฝั่งต่างๆทวีปยุโรปเนื่องจากไม่มีประโยชน์ในการปฏิบัติงาน มีการคาดการณ์ว่าอังกฤษจะใช้กองทัพอากาศและกองทัพเรือในการป้องกันและต่อต้านในการรุกรานถึงแม้ว่าจะมีการคาดการณ์อีกว่าอาจจะมีการโจมตีด้วยจรวดจากโซเวียตก็ตาม

ดูเพิ่มแก้ไข

เจ็ดวันไปแม่น้ำไรน์

อ้างอิงแก้ไข

{{reflist|30em|refs= [1][3][4][2][6][7]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 Reynolds, p. 250
  2. 2.0 2.1 Operation Unthinkable..., p. 1 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (archived 16 พฤศจิกายน 2010)
  3. 3.0 3.1 Costigliola, p. 336
  4. 4.0 4.1 Gibbons, p. 158
  5. Operation Unthinkable p. 22 Retrieved 2 May 2017
  6. 6.0 6.1 Operation Unthinkable..., p. 30 (Annex) ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (archived 16 พฤศจิกายน 2010)
  7. 7.0 7.1 Operation Unthinkable..., p. 24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (archived 16 พฤศจิกายน 2010)