เปิดเมนูหลัก

กังสดาล พิพิธภักดี หรือเดิมคือ เติงกูซูไบดะห์ บินตีเติงกูนูรุดดีน เติงกู อัมปวน มะห์โกตา กลันตัน อดีตพระชายาในสมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมมัดที่ 5 ประเทศมาเลเซีย เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งกลันตัน

กังสดาล พิพิธภักดี
Tengku Zubaidah.jpg
เกิดราวปี พ.ศ. 2524 (อายุ 39 ปี)
สัญชาติไทย
คู่สมรสสุลต่านมูฮัมมัดที่ 5 แห่งรัฐกลันตัน (2547–2551)
บิดามารดาวัยโรจน์ พิพิธภักดี
เยาวลักษณ์ พิพิธภักดี

ประวัติแก้ไข

กังสดาล พิพิธภักดี มีชื่อเล่นว่า ก้อย เป็นบุตรคนที่สามจากทั้งหมดสี่คนของวัยโรจน์ พิพิธภักดี (ตนกูดิง) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ และเยาวลักษณ์ พิพิธภักดี บิดาสืบเชื้อสายมาจากวงศ์เจ้าเมืองยะหริ่ง[1] เธอมีศักดิ์เป็นหลานของเติงกูอานิส บินตีเติงกูอับดุลฮามิด ด้วยเติงกูอานิสเป็นบุตรสาวของพี่ชายต่างมารดานายวัยโรจน์[2] และเป็นพระชนนีในมกุฎราชกุมารตวนกู มูฮัมมัด ฟาริส[3]

กังสดาลสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี พ.ศ. 2546[4][5] และเคยทำงานในบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร[6]

กังสดาลได้รู้จักกับมกุฎราชกุมารตวนกู มูฮัมมัด ฟาริส ในงานสมรสบุตรสาวของทวีศักดิ์ อับดุลบุตร ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของวัยโรจน์ผู้เป็นบิดา เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2545 ที่วังยะหริ่ง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี โดยซึ่งในครั้งนั้นอดีตสุลต่านแห่งรัฐกลันตัน พระอัครมเหสี พระราชบุตรและพระราชธิดา ได้เสด็จมาร่วมงานในฐานะญาติของเจ้าเมืองยะหริ่ง โดยทั้งสองได้รู้จักทักทาย และเป็นที่พอพระราชหฤทัยของมกุฎราชกุมาร และต่อมากังสดาลก็ได้เข้าเฝ้าฯ มกุฎราชกุมารอีกครั้งในงานสมรสของหลานพิเชษฐ สถิรชวาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2546 หลังจากที่มกุฎราชกุมารเสด็จกลับไปยังรัฐกลันตัน ครั้งนี้จึงได้ทูลให้พระราชบิดามาสู่ขอกังสดาล และนำไปสู่การอภิเษกสมรสของทั้งสอง[7]

อภิเษกสมรสแก้ไข

กังสดาลอภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารตวนกู มูฮัมมัด ฟาริส เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ที่วังอิสตานา เนอเกอรี กูบังเกรียน เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ในพิธีอภิเษกสมรสครั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปร่วมในพิธีด้วย[8][9][10] โดยในชุดของเจ้าสาวเป็นชุดไทยสากลสีขาวสั่งตัดจากกรุงเทพมหานคร ราคา 200,000 บาท[11]

หลังจากการอภิเษกสมรสได้ไม่นานทั้งสองก็หย่าขาดจากกัน[12] โดยที่ไม่มีโอรส-ธิดาด้วยกัน[13]

ลำดับสาแหรกแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "ลูก ส.ส.ออกเรือนมกุฎราชกุมารกลันตัน". ฐานข้อมูลข่าวจังหวัดชายแดนภาคใต้. เดลินิวส์. 22 ตุลาคม 2547. Archived from the original on 22 ตุลาคม 2547. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2558.
  2. Kangsadal Pipitpakdee @ Tengku Zubaidah
  3. Kelantan Royal Family
  4. Kelantan abuzz with talk of royal wedding Oct 24, 2004, 04:02 PM
  5. "Last single Malaysian crown prince gets hitched". Taipei Times. November 17, 2004. สืบค้นเมื่อ 2010-08-22.
  6. "Kelantan abuzz with talk of royal wedding". The Star. 22 October 2004. สืบค้นเมื่อ 13 May 2011.
  7. เรื่องราวดุจเทพนิยายของ "เจ้าหญิง" กังสดาล แห่งรัฐกลันตัน
  8. เจ้ากลันตัน-สาวไทยอภิเษกใหญ่แขกมาร่วมกว่า 5,000
  9. Royalty of Malaysia 1: September 2004-October 2006
  10. Thai Queen attends wedding ceremony of Malaysia's crown prince.Asia Africa Intelligence Wire| November 17, 2004
  11. ลูก ส.ส.ออกเรือนมกุฎราชกุมารกลันตัน
  12. Kelantan Royal Family (1979 - 2010)
  13. "Marriage on the cards for Sultan Kelantan". New Straits Times. 2011-05-05. สืบค้นเมื่อ 2011-05-13.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข