เปิดเมนูหลัก

ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน

เพลงชาติสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมีชื่อว่า ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน (เยอรมัน: Das Lied der Deutschen, แปลว่า "เพลงแห่งชาวเยอรมัน) หรือในอีกชื่อหนึ่ง คือ ดัสด็อยทช์ลันท์ลีท (Das Deutschlandlied, แปลว่า "เพลงแห่งเยอรมนี") สำหรับในต่างประเทศในบางครั้งจะรู้จักกันในชื่อ "เยอรมันเหนือทุกสรรพสิ่ง" (Deutschland über alles) ซึ่งเป็นวรรคแรกและท่อนแยกของเพลงนี้ในบทที่ 1 แต่ชื่อดังกล่าวไม่ใช่ชื่อของเพลงนี้อย่างแท้จริง

Das Lied der Deutschen
ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน
Deutschlandlied.jpg
สำเนาบทร้อง "ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน" ลายมือของฮ็อฟมัน ฟอน ฟัลเลอสเลเบน ต้นฉบับอยู่ที่คลังศิลปวัตถุเบอร์ลินกา (Berlinka) เมืองกรากุฟ ประเทศโปแลนด์ [1]
ชื่ออื่นDas Deutschlandlied
Deutschland über alles
เนื้อร้องเอากุสท์ ไฮน์ริช ฮ็อฟมัน ฟ็อน ฟัลเลิร์สเลเบิน, ค.ศ. 1841
ทำนองโยเซ็ฟ ไฮเดิน, ค.ศ. 1797
รับไปใช้ค.ศ. 1922
ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน (บรรเลง)

หากมีปัญหาในการเล่นไฟล์นี้ ดูที่ วิธีใช้สื่อ

ทำนองของเพลงนี้ประพันธ์โดยโยเซ็ฟ ไฮเดิน เมื่อปี ค.ศ. 1797 ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของจักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่นั้นมาทำนองนี้ก็ถูกใช้เป็นเพลงชาติของจักรวรรดิออสเตรีย ต่อมาในปี ค.ศ. 1841 เอากุสท์ ไฮน์ริช ฮ็อฟมัน ฟ็อน ฟัลเลิร์สเลเบิน นักภาษาศาสตร์และกวีชาวเยอรมัน ได้ประพันธ์บทร้องชื่อ "ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน" ตามทำนองเพลงของไฮเดิน เนื้อเพลงดังกล่าวถือได้ว่ามีลักษณะเนื้อหาเชิงปฏิวัติในขณะนั้น

"ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน" ได้รับเลือกให้ใช้เป็นเพลงชาติเยอรมนีเมื่อ ค.ศ. 1922 ในสมัยสาธารณรัฐไวมาร์ ในปี ค.ศ. 1952 ประเทศเยอมนีตะวันตกก็ได้รับเอาเพลงนี้ใช้เป็นเพลงชาติในชื่อ "ด็อยทช์ลันท์ลีท" (Deutschlandlied) โดยขับร้องเฉพาะบทร้องบทที่หนึ่งเท่านั้นในโอกาสที่เป็นทางการ ต่อมาหลังการรวมชาติเยอรมนีในปี ค.ศ. 1991 เพลงนี้ก็ได้กลายเพลงชาติเยอรมนีอย่างสมบูรณ์ โดยใช้เฉพาะบทร้องบทที่ 3 เป็นเนื้อร้องเพลงชาติอย่างเป็นทางการ

ทำนองเพลงแก้ไข

 
โยเซ็ฟ ไฮเดิน วาดโดยโทมัส ฮาร์ดี, ค.ศ. 1792

ทำนองของเพลง "ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน" เดิมเป็นบทเพลงที่โยเซฟ ไฮเดิน ประพันธ์ขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1797 เพื่อใส่ทำนองให้กับบทกวีชื่อ "Gott erhalte Franz den Kaiser" ("ขอพระเจ้าทรงพิทักษ์พระจักรพรรดิฟรานซ์") สำหรับใช้เป็นเพลงถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ แห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก หลังการเลิกล้มจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในปี ค.ศ. 1806 เพลงดังกล่าวจึงได้กลายมาเป็นเพลงประจำจักรวรรดิออสเตรียและจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมาจนกระทั่งระบอบราชาธิปไตยในออสเตรียได้สิ้นสุดลงเมื่อ ค.ศ. 1918

ทำนองเพลงดังกล่าวนี้ไม่ใช่แพร่หลายแต่ในออสเตรียและเยอรมนีเท่านั้น ในกลุ่มผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษก็ได้มีการหยิบยืมเอาทำนองเพลงนี้มาแต่เป็นเพลงสดุดี (hymn) ชื่อ "กลอเรียสทิงส์ออฟทีอาร์สโปกเกน" ("Glorious Things of Thee are Spoken") ซึ่งประพันธ์โดย จอห์น นิวตัน (John Newton)[2] และเพลง "นอตอะโลนฟอร์ไมตีเอมไพร์" ("Not Alone for Mighty Empire") ซึ่งแต่งโดย วิลเลียม พี. เมอร์ริลล์ (William P. Merrill)[3] ในบริบทเช่นนี้ทำให้มีการเรียกชื่อทำนองเพลงนี้ว่า "ออสเตรีย" ("Austria") "เพลงสดุดีแบบออสเตรีย" ("Austrian Hymn") หรือ "เพลงสดุดีจักรพรรดิ" ("Emperor's Hymn") [2]


บทร้องของฮ็อฟมันแก้ไข

 
เอากุสท์ ไฮน์ริช ฮ็อฟมัน ฟ็อน ฟัลเลิร์สเลเบิน เมื่อ ค.ศ. 1841

เอากุสท์ ไฮน์ริช ฮ็อฟมัน ฟ็อน ฟัลเลิร์สเลเบิน ได้เขียนบทร้องขึ้นบทหนึ่งเมื่อ ค.ศ. 1848 ระหว่างพักผ่อนอยู่ที่เกาะเฮ็ลโกลันท์ (Helgoland) ในทะเลเหนือ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร โดยในการตีพิมพ์บทร้องดังกล่าวพร้อมด้วยโน้ตเพลงนั้น แสดงให้เห็นว่าเขามุ่งหมายที่จะให้บทร้องดังกล่าวใช้ขับร้องตามทำนองเพลง "Gott erhalte Franz den Kaiser" ของไฮเดิน เนื้อหาของบทร้องในบาทแรกของเพลงที่ว่า "Deutschland, Deutschland über alles, über alles in der Welt" (เยอรมนี, เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง เหนือสิ่งอื่นใดในโลกา) เป็นคำเรียกร้องต่อบรรดารัฐเยอรมันต่างๆ (ซึ่งขณะนั้นยังแตกเป็นรัฐขนาดเล็กจำนวนหลายรัฐ) ให้รวมกันสร้างเยอรมันที่เป็นหนึ่งเดียวซึ่งมีความสำคัญยิ่งกว่าอิสรภาพของบรรดารัฐเล็กๆ เหล่านั้น และในบทที่ 3 ซึ่งบาทแรกขึ้นต้นว่า "Einigkeit und Recht und Freiheit" (สามัคคี ยุติธรรม เสรีภาพ) เป็นการแสดงความปรารถนาของฮ็อฟมันที่จะเห็นเยอรมนีซึ่งเป็นหนึ่งเดียวและมีเสรีปกครองด้วยหลักนิติรัฐ ไม่ใช่อำนาจปกครองเบ็ดเสร็จของเหล่ากษัตริย์

ในยุคหลังคองเกรสแห่งเวียนนาซึ่งเต็มไปด้วยอิทธิพลของเจ้าชายเมตเตอร์นิคและเหล่าตำรวจลับ บทร้องที่ฮอฟ์มันน์เขียนขึ้นแสดงออกถึงแนวคิดปฏิวัติอย่างชัดแจ้งและมีความหมายโดยนัยถึงเสรีภาพ เนื่องด้วยการเรียกร้องให้รวมเยอรมันนั้นมีการเชื่อมโยงเข้ากับการเรียกร้องเสรีภาพของสื่อและสิทธิเสรีภาพอื่นๆ ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า ว่าการแสดงความภักดีต่อชาวเยอรมันต้องเข้ามาแทนที่การภักดีต่ออำนาจของบุคคลเพียงคนเดียวก็เป็นความคิดปฏิวัติที่แฝงอยู่ในตัวด้วย

หนึ่งปีให้หลังจากการเขียนบทร้อง "ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน" ฮอฟ์มันน์ก็ต้องออกจากงานบรรณารักษ์และอาจารย์ในเมืองเบร็สเลา (Breslau) ราชอาณาจักรปรัสเซีย (ปัจจุบันคือเมืองวรอตสวัฟ (Wrocław) ประเทศโปแลนด์) จากการเขียนบทเพลงดังกล่าวและผลงานแนวปฏิวัติชิ้นอื่น ๆ และต้องหลบซ่อนตัวจนกระทั่งหลังเกิดการปฏิวัติในเยอรมนีในปี ค.ศ. 1848 จึงได้รับการอภัยโทษ

เนื้อร้องแก้ไข

เนื้อร้องฉบับทางการแก้ไข

บทร้องต่อไปนี้เป็นผลงานของเอากุสท์ ไฮน์ริช ฮ็อฟมัน ฟ็อน ฟัลเลิร์สเลเบิน เฉพาะบทร้องบทที่ 3 เท่านั้นที่ใช้เป็นเพลงชาติเยอรมนีในปัจจุบัน (คลิกเพื่อฟังเสียง)

Das Lied der Deutschen
ภาษาเยอรมัน คำแปล
บทที่ 1

Deutschland, Deutschland über alles
ดอยท์ชลันท์, ดอยท์ชลันท์ อือเบอร์ อัลเลส
Über alles in der Welt,
อือเบอร์ อัลเลส อิน แดร์ เว็ลท์
Wenn es stets zu Schutz und Trutze.
เว็นน์ เอ็ส ชตีทส์ ซู ชุทส์ อุนท์ ทรุทเซอ
Brüderlich zusammenhält.
บรือเดอร์ลิช ซูซัมเมินแฮลท์
Von der Maas bis an die Memel,
ฟอน แดร์ มาส บิส อัน ดี เมเมิล,
Von der Etsch bis an den Belt,
ฟอน แดร์ เอ็ทช์ บิส อัน เดน เบ็ลท์,
 (ซ้ำ) Deutschland, Deutschland über alles,
 (ซ้ำ) ดอยท์ชลันท์, ดอยท์ชลันท์ อือเบอร์ อัลเลส,
 (ซ้ำ) Über alles in der Welt!
 (ซ้ำ) อือเบอร์ อัลเลส อิน แดร์ เว็ลท์!

เยอรมัน, เยอรมัน เหนือทุกสรรพสิ่ง

เหนือทุกสรรพสิ่งในโลกา

เมื่อถึงคราวเรา ป้องกันค้ำยัน

เหล่าพี่น้องต่างพร้อมรวมใจ

จากแม่น้ำเมิซ จรดเนมัน

จากน้ำเอ็ชช์ จรดช่องแคบเบ็ลท์

เยอรมัน, เยอรมัน เหนือทุกสรรพสิ่ง

เหนือทุกสรรพสิ่งในโลกา !

บทที่ 2

Deutsche Frauen, deutsche Treue,
ดอยท์เชอ เฟราเอิน ดอยท์เชอ ทรอยเออ
Deutscher Wein und deutscher Sang
ดอยท์เชอร์ ไวน์ อุนท์ ดอยท์เชอร์ ซัง
Sollen in der Welt behalten
โซลเลิน อิน แดร์ เว็ลท์ เบออัลเทิน
Ihren alten schönen Klang,
อีเริน อัลเทิน เชอเนิน คลัง
Uns zu edler Tat begeistern
อุนส์ ซู อีดเลอร์ ทาท เบอไกสเทิร์น
Unser ganzes Leben lang.
อุนเซอร์ กันเซส เลเบิน ลัง
 (ซ้ำ) Deutsche Frauen, deutsche Treue,
 (ซ้ำ) ดอยท์เชอ เฟราเอิน ดอยท์เชอ ทรอยเออ
 (ซ้ำ) Deutscher Wein und deutscher Sang!
 (ซ้ำ) ดอยท์เชอร์ ไวน์ อุนท์ ดอยท์เชอร์ ซัง!

สตรีแห่งเยอรมัน ความภักดีแห่งเยอรมัน

ไวน์แห่งเยอรมัน และบทเพลงแห่งเยอรมัน

จะคงอยู่คู่โลกหล้า

ความงดงามแต่กาลก่อนเหล่านี้ดังกังวาน

และดลใจเราต่อการกระทำอันมีเกียรติ

ตราบจนชีวิตหาไม่

สตรีแห่งเยอรมัน ความภักดีแห่งเยอรมัน

ไวน์แห่งเยอรมัน และบทเพลงแห่งเยอรมัน!

บทที่ 3
(เพลงชาติเยอรมนี)

Einigkeit und Recht und Freiheit
ไอนิจไคท์ อุนท์ เร็คท์ อุนท์ ไฟรไฮท์
Für das deutsche Vaterland!
เฟือร์ ดัส ดอยท์เชอ ฟาเทอร์ลันท์!
Danach lasst uns alle streben
ดานัค ลัสท์ อุนส์ อัลเลอ ชเตรเบิน
Brüderlich mit Herz und Hand!
บรือเดอร์ลิช มิท แฮรซ อุนท์ ฮันด์!
Einigkeit und Recht und Freiheit
ไอนิจไคท์ อุนท์ เร็คท์ อุนท์ ไฟร์ไฮท์
Sind des Glückes Unterpfand
ซินท์ เดส กลืคเคส อุนเทิร์พฟันท์
 (ซ้ำ) Blüh' im Glanze dieses Glückes,
 (ซ้ำ) บลือ ฮิม กลันเซอ ดีเซส กลืคเคส
 (ซ้ำ) Blühe, deutsches Vaterland.
 (ซ้ำ) บลือเฮอ ดอยท์เชส ฟาเทอร์ลันท์

เอกภาพ ยุติธรรม และเสรีภาพ

เพื่อปิตุภูมิเยอรมัน !

เพื่อสิ่งเหล่านี้เราจงสู้

ด้วยดวงใจและสองมือฉันน้องพี่ !

เอกภาพ ยุติธรรม และเสรีภาพ

คือปฏิญาณแห่งความรุ่งเรือง;

จงรุ่งเรืองด้วยพรนี้เถิด

จงรุ่งเรืองเถิด ปิตุภูมิเยอรมัน

เนื้อร้องฉบับเพิ่มเติมแก้ไข

เนื้อร้องบทที่3 ฉบับเพิ่มเติม

Einigkeit und Recht und Freiheit
Für das deutsche Vaterland!
Danach lasst uns alle streben
Brüderlich mit Herz und Hand!
Einigkeit und Recht und Freiheit
Sind des Glückes Unterpfand;
 |: Stoßet an und ruft einstimmig,
 Hoch, das deutsche Vaterland. :|

เอกภาพ ยุติธรรม และเสรีภาพ
เพื่อปิตุภูมิเยอรมัน !
เพื่อสิ่งเหล่านี้เราจงสู้,
ด้วยดวงใจและสองมือฉันน้องพี่ !
เอกภาพ ยุติธรรม และเสรีภาพ
คือปฏิญาณแห่งความรุ่งเรือง
 |:จงยกแก้วเถิด และร่วมตะโกน
 แด่ความรุ่งโรจน์ของปิตุภูมิเยอรมัน. :|

ในปีพ.ศ. 2464 (ค.ศ.1921), อัลเบิร์ต มาททายส์ ได้ประพันธ์เนื้อร้องใหม่ ภายหลังจากที่จักรวรรดิเยอรมัน พ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1. บทร้องดังกล่าวนี้ไม่มีการขับร้องในฐานะเพลงชาติ และ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน.

เนื้อร้องฉบับเพิ่มเติม โดย อัลเบิร์ต มาททายส์

Deutschland, Deutschland über alles
Und im Unglück nun erst recht.
Nur im Unglück kann die Liebe
Zeigen ob sie stark und echt.
Und so soll es weiterklingen
Von Geschlechte zu Geschlecht:
 |: Deutschland, Deutschland über alles
 Und im Unglück nun erst recht. :|

เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
แม้ในช่วงที่โชคร้ายมากกว่าเดิม
เพียงผ่านโชคร้ายเหล่านั้นไปด้วยรัก
แสดงความเข้มแข็งและเที่ยงแท้
เพื่อให้บทเพลงนี้ขับขานต่อไป
ตราบทุกชั่วลูกชั่วหลานสืบไป
 |: เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
 แม้ในช้วงที่โชคร้ายมากกว่าเดิม.:|

การใช้ในยุคต่างๆแก้ไข

สาธารณรัฐไวมาร์แก้ไข

สมัยนาซีเยอรมนีแก้ไข

ในยุคนาซีเยอรมนี เพลง "ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน" ยังคงใช้เป็นเพลงชาติแต่เพียงเฉพาะบทแรกเท่านั้น และมีการขับร้องเพลง "ฮอสท์-เวสเซิล-ลีด" ต่อท้ายด้วยอีกเพลงหนึ่ง ดังแสดงไว้ต่อไปนี้

เพลงชาตินาซีเยอรมนี คำแปล

(Das Lied der Deutschen)
Deutschland, Deutschland über alles,
Über alles in der Welt,
Wenn es stets zu Schutz und Trutze
Brüderlich zusammenhält.
Von der Maas bis an die Memel,
Von der Etsch bis an den Belt.

Deutschland, Deutschland über alles,
Über alles in der Welt.


(Horst Wessel Lied)
Die Fahne hoch! Die Reihen fest geschlossen!
SA marschiert mit ruhig festem Schritt.
Kameraden, die Rotfront und Reaktion erschossen,
Marschieren im Geist in unseren Reihen mit.

(ดัสลีทแดร์ด็อยท์เชิน)
เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใดในโลกา
เพื่อปกปกและรักษา เมื่อแผ่นดินนี้
ยังให้เกิดการตั้งมั่นฉันน้องพี่ร่วมกัน
จากแม่น้ำเมิสสู่แม่น้ำเนมาน
จากแม่น้ำอาดีเกสู่ช่องแคบลิตเติลเบลท์

เยอรมนี เยอรมนีเหนือทุกสิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใดในโลกา


(ฮอสท์-เวสเซิล-ลีด)
ชูธงขึ้น ! ทุกคนชิดแถว !
นักรบพายุเดินหน้าอย่างหนักแน่นมั่นคง
สหายของเราถูกพวกแนวร่วมแดงและพวกปฏิการสังหาร
วิญญาณพวกเขาสถิตในแถวและร่วมเดินเคียงข้างพวกเรา

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2แก้ไข

สื่อแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข